6 นักกิจกรรมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดี #ม็อบ13ตุลา #คณะราษฎรอีสาน ตร.แจ้ง 7 ข้อหารวด

3 พ.ย. 63 เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์  นักกิจกรรม  6 คน ที่เข้าร่วมการชุมนุมกับ #คณะราษฎรอีสาน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 63 ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ก่อนถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ, พ.ร.บ.ความสะอาดฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ประมวลกฎหมายอาญา ม.385 และ 368 โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จะให้การเป็นหนังสือภายในวันที่ 20 พ.ย. 63 ด้านพนักงานสอบสวนนัดส่งสำนวนให้อัยการ 24 พ.ย. 63

คดีนี้มี ร.ต.อ.เลิศชาย ผือลองชัย รองสารวัตร (สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหานักกิจกรรมรวม 6 คน เป็นผู้ต้องหาที่ 22-27 ตามลำดับ ได้แก่ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง, นายชาติชาย แกดำ, นายอรรถพล บัวพัฒน์, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นายกฤษณะ ไก่แก้ว และนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว

โดยในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา บรรยายพฤติการณ์ผู้ต้องหาที่ 22-24 ว่า ชินวัตร จันทร์กระจ่าง เป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊กนัดหมายและเข้ามาร่วมชุมนุมพร้อมรถกระบะที่บรรทุกเครื่องขยายเสียงในวันเกิดเหตุ ส่วนชาติชาย แกดำ และอรรถพล บัวพัฒน์ เป็นผู้มาร่วมชุมนุมและขึ้นปราศรัยบนรถเวที จึงแจ้งข้อกล่าวหา 

  • ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ “ร่วมกัน ชุมนุมทํากิจกรรมหรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค”
  • พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ “ร่วมกันกระทําการหรือดําเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ”
  • พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 16(1) “ร่วมกันชุมนุมสาธารณะที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะอันเป็นที่ชุมนุมหรือทําให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร”
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 “ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกใน การจราจรโดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทําด้วยประการอื่นใด”
  • พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ “ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่ง หนึ่ง หรือกระทําด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร”
  • พ.ร.บ.ความสะอาดฯ “ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน”
  • พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ “ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”

ทางด้านอีก 3 คน ผู้ต้องหาที่ 25-27 บันทึกแจ้งข้อหาบรรยายว่า กรกช แสงเย็นพันธ์ุ และชลธิชา แจ้งเร็ว ได้เดินมาทางร่วมชุมนุมและเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าเจรจากับตำรวจ รวมทั้งมีการโพสต์เฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ส่วนกฤษณะ ไก่แก้ว เป็นผู้จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ในการปราศรัย  

จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหา เพิ่มเติมจาก 7 ข้อหา ของสามคนแรก คือ ข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 16(7) “ขัดขวางหรือทําการใดๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ” และข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 “ทราบคําสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอํานาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร” 

ทั้งนี้ ในระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนกล่าวว่า หากผู้ต้องหายอมให้เปรียบเทียบปรับ คดีก็จะจบในชั้นตำรวจ แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดยืนยันขอต่อสู้คดี 

ชลธิชา แจ้งเร็ว

ด้านชลธิชา แจ้งเร็ว ให้การเพิ่มเติมกับ พ.ต.อ.พิทยา พุทธานุ หัวหน้าพนักงานสอบสวนว่า จะขออ้าง พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบช.น.1) และดาบตำรวจประสิทธิ์ กำแพงมิตร มาให้การในประเด็นที่ว่า ในวันที่เกิดเหตุเห็นผู้ต้องหา (ชลธิชา แจ้งเร็ว) มาในที่ชุมนุมภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มจับกุมจตุภัทร์กับพวกใช่หรือไม่ ผู้ต้องหาเดินทางมาเพื่อเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช้ความรุนแรงหรือไม่ ผู้ต้องหาไม่ได้ปราศรัยใช่หรือไม่ 

ต่อมาราว 11.20 น. ดาบประสิทธิ์ กำแพงมิตร เดินทางมาที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อพูดคุยกับชลธิชา แจ้งเร็ว ว่า ตนไม่อยากมาให้ปากคำเป็นพยาน โดยอ้างว่า ตนเองไม่เคยชี้ตัวชลธิชา เหตุใดจึงอ้างตนเป็นพยาน แต่ทนายความยืนยันว่า เป็นความประสงค์ของชลธิชา หากดาบประสิทธิ์ไม่ต้องการเป็นพยานให้ไปดำเนินเรื่องขอหมายศาลแทน

 

คดีนี้เป็นคดีที่สืบเนื่องมาจาก เหตุการณ์ที่กลุ่ม #คณะราษฎรอีสาน จัดการชุมนุม ‘นอนรอม็อบ’ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม และจับกุมกลุ่ม #คณะราษฎรอีสาน รวมทั้งผู้ร่วมชุมนุมรวม 21 คน ไปที่ บก.ตชด. ภาค 1 โดยแกนนำสำคัญที่ถูกจับกุมคือจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ‘ไผ่ ดาวดิน’ และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ (แอมมี่ นักร้องวง the Bottom Blues) ต่อมาจึงมีการออกหมายเรียกนักกิจกรรมเพิ่มอีก 6 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

> คุมตัว #คณะราษฎรภาคอีสาน 21 ราย พาตัวไป ตชด.ภาค 1 ยังไม่ให้ทนายความเข้าพบ

X