วันนี้ (17 ก.ค. 2563) ที่ศาลแขวงดุสิต อัยการยื่นฟ้อง พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์​ อายุ​ 64 ปี อดีตแกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำเลยให้การปฏิเสธและยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแบบไม่วางหลักทรัพย์

ศาลมีคำสั่งอนุญาต โดยให้จำเลยสาบานตนว่าจะมาตามนัด กำหนดนัดพร้อมวันที่ 19 ต.ค. 2563 เวลา 09.00 น. 

 

ในคดีนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยคือ พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ในความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยในคำฟ้องระบุว่า

“วันที่ 10  มิถุนายน 2557 จำเลยซึ่งเป็นบุคคลที่มีรายชื่อให้มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 57/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2557 ลำดับที่ 7 ได้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว ในวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2557 เวลา 10.00-12.00 นาฬิกา อันเป็นความผิดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/2557 เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นความผิด ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2557”

พ.ต.ต.เสงี่ยม​ ได้รับหมายเรียกให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาในวันที่​ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา​ โดยเจ้าตัวให้การว่าที่ไม่ไปรายงานตัว​ เนื่องจากคำสั่งเรียกบุคคลให้ไปรายงานตัวดังกล่าวของ คสช. ไม่มีความชอบธรรมและไม่ใช่กฎหมาย จึงปฏิเสธข้อกล่าวหาและขอต่อสู้คดี

ทั้งนี้ พ.ต.ต.เสงี่ยม ถูกดำเนินคดีหลังออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 53  โดยคดีแรกถูกดำเนินคดีจากกรณีบุกรุกอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 ระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง เรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้นยุบสภา ล่าสุดเมื่อเดือนเม.ย. 2563 เขาเพิ่งถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาเผยแพร่คลิปชวนไล่ คสช. อีกหนึ่งคดี ในข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (อ่านข่าวย้อนหลัง ที่นี่)

สำหรับคดีข้อหาไม่รายงานตัวต่อ คสช. ถูก คสช. กำหนดให้มีโทษทางอาญาคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 41/2557 โดยประกาศฉบับนี้ยังไม่ถูกยกเลิกไป แม้จะไม่มี คสช. แล้วก็ตาม