วันนี้ (15 มิ.ย.​ 2563) ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาในคดีแชร์ข้อความจากเพจ “KonthaiUk” ที่มีพลตรีบุรินทร์ ทองประไพ รับมอบอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เข้าแจ้งความกล่าวหา และอัยการประจำสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย​ 10 คน​ ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (2) และ (5)  โดยศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเห็นว่า ข้อความดังกล่าว​มีส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นความเท็จตามที่โจทก์กล่าวอ้าง  และการส่งต่อข้อความไม่ได้มีความผิด 

เวลา 10.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 915 จำเลยทั้ง 10 คน และทนายจำเลยมาศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 10 คน ฟัง โดยสรุปว่า  

ศาลเห็นว่าจากที่จำเลยทั้งสิบ ได้ส่งต่อข้อความจากเฟซบุ๊กเพจ KhonthaiUK ที่ลงเผยแพร่ในวันที่ 13 มิ.ย. 2561  ว่า 

“กูจะพาคนไม่กราบขอโทษมึงถึงที่ อย่าหลบแระกัน  10 Downing ST. Westminster, London. SW1A 2AA

“20 มิ.ย. ลุงตู่ไปอังกฤษพกเมียและลูกหลบภัย”

“22 มิ.ย. ศาลฎีการับฟ้องว่าลุงตูบเป็นกบฏ”

และยังมีรูปภาพพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับข้อความว่า

“กราบ กราบ กราบ ขออภัยท่านพี่ทั้งสองแระกัน เห็นข่าวบอกท่านพี่ บิ๊กตู่,ป้อม จะซื้อดาวเทียม 91,200 ล้าน มาเก็บไว้ซ่อม แดกส่วนต่างไม่ซื้อแล้ว ก็ไม่ว่าอะไร แค่นี้ต้องออกหมายจับด้วยหรอ ถ้าไม่จริงจะร้อนตัวทำไม หรือรับไม่ได้กับเรื่องจริง”

และทาง คสช. ได้มอบอำนาจมากล่าวหาว่าจำเลยทั้งหมดได้เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน 

โดยสรุปศาลเห็นว่าข้อความดังกล่าวมีส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นความเท็จตามที่โจทก์กล่าวอ้าง  และการส่งต่อข้อความไม่ได้มีความผิด ขณะเดียวกันพยานโจทก์ที่มาเบิกความยังมีความคิดเห็นในเชิงสนับสนุนรัฐบาลและอยู่กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งจำเลยเพียงส่งต่อข้อความซึ่งมีลักษณะเป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ไม่ทำให้กระทบต่อความมั่นคง ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมาย จึงพิพากษายกฟ้อง

 

จำเลยแยกย้ายเดินทางกลับ

 

เหตุแห่งคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2561 โดยพลตรีบุรินทร์ ทองประไพ รับมอบอำนาจจาก คสช. เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้ดูแลเพจ “KonthaiUk” และตำรวจตรวจสอบพบว่ามีผู้แชร์ส่งต่อข้อความดังกล่าว หลายร้อยราย แต่มีการจับกุมดำเนินคดีจำเลยคดีนี้ 10 คน 

ต่อมา 28 ก.พ.​ 2562  อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องจำเลยคดีแชร์เพจ KhonthaiUK จำนวน 10 คนในข้อหาตาม​ พ.ร.บ.คอม​พิวเตอร์​ฯ​ มาตรา 14 (5) ต่อศาลอาญา​ จำเลย​ทั้งหมด​ให้การปฏิเสธ​ขอต่อ​สู้คดี​ และได้รับการปล่อยตัว​โดย​ใช้หลักทรัพย์​คนละ​ 100,000​ บาท คดีมีการนัดสืบพยานไปเมื่อวันที่ 4-7 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา (อ่านประมวลคดีได้ที่ ปากคำพยานก่อนพิพากษาคดี KonthaiUk: แชร์โพสต์ประยุทธ์ลี้ภัยข้อหากบฏ มีผลต่อความมั่นคง?)

จนมาถึงนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 2 ปี 

 

หนึ่งในชุดคดี โพสต์วิจารณ์ คสช. ถูกดำเนินคดี สุดท้ายศาลยกฟ้อง 

ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2561 ยังมีกรณีการดำเนินคดีประชาชนที่แชร์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ คสช. หลายคดี ในลักษณะคล้ายๆ กันนี้ ส่วนใหญ่ที่ถูกฟ้องคดีมักเป็นประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด โดยในช่วงการจับกุมหรือเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ตำรวจมักจะไปคุมตัวผู้ต้องหามาโดยไม่มีหมายศาล และมีการแถลงข่าว แต่หลังจากอัยการยื่นฟ้องต่อศาล  ศาลมักมีคำพิพากษายกฟ้อง 

เช่น กรณีของคดีรินดา พรศิริพิทักษ์ ถูกฟ้องว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 จากกรณีเเชร์ข่าวพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เเละภริยา โอนเงินหมื่นล้านไปยังธนาคารในประเทศสิงคโปร์ โดยศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าข้อความดังกล่าวอาจกระทบกระเทือนหรืออาจจะสร้างความเสียหายต่อผู้ถูกพาดพิง แต่ยังไม่มีลักษณะกระทบต่อความมั่นคง และโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบว่าข้อความเป็นจริงหรือเท็จอย่างไร 

หรือคดีแชร์ข้อความจากเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ๆ” เป็นข้อความวิพากษ์วิจารณ์นโยบายแก้ปัญหายาเสพติดของ คสช. และวิพากษ์วิจารณ์การดูด ส.ส. ของ คสช. คดีนี้ศาลก็พิพากษายกฟ้องเช่นกัน เนื่องจากเห็นว่าข้อความดังกล่าวกระทบภาพลักษณ์ คสช. เท่านั้น ไม่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ 

นอกจากนี้ยังมีคดีแชร์เพจเฟซบุ๊ค “KonthaiUk” ข้อความข่าวการทุจริตในการจัดซื้อเรือดำน้ำฯ ที่อัยการเพิ่งสั่งฟ้องคดีจำเลย 21 คน  ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากคดีค้างในชั้นสอบสวนมากว่า 2 ปี โดยหากนับจำนวนประชาชนที่ถูกสั่งฟ้องจากการแชร์ข้อความจากเพจนี้ มีผู้ถูกแจ้งข้อหาและสั่งฟ้องคดีไปแล้วถึง 31 คน  

คดีเหล่านี้แสดงให้เห็นกระบวนการฟ้องคดีเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ นำเสนอข้อมูลข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่อรัฐบาลในยุค คสช.