เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 องค์การต่อต้านสงครามนานาชาติ (War Resisters’ International) ได้เผยแพร่ข่าวว่า ได้ดำเนินการส่งรายงานกรณีการดำเนินคดีต่อเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล จากการอารยะขัดขืนปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Committee) โดยขอให้พิจารณาถึงสถานการณ์ประเด็นนี้ในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้ไทยมีการรับรองสิทธิในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม ทั้งในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ
สำหรับองค์การต่อต้านสงครามนานาชาติ เป็นเครือข่ายของภาคประชาสังคมหลายประเทศที่คัดค้านลัทธิทหารนิยม และต้องการสร้างสันติภาพเพื่อโลกที่ปราศจากสงคราม พร้อมกับสนับสนุนสิทธิในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection) ในประเทศต่าง ๆ
รายงานขององค์การต่อต้านสงครามนานาชาติ ลงวันที่ 24 ส.ค. 2569 ยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในสมัยประชุมที่ 146 ได้นำเสนอประเด็นของประเทศไทย ว่าไทยเป็นภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งข้อ 18 ของกติกาดังกล่าวให้ความคุ้มครองเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนา โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้รับรองว่าสิทธิในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมถือเป็นสิทธิที่รวมอยู่ในการคุ้มครองดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายไทยในปัจจุบันยังไม่มีบทบัญญัติรับรองสิทธินี้ และไม่มีการจัดบริการทางพลเรือนรูปแบบอื่นทดแทน (alternative civilian service) ส่งผลให้ผู้ที่ปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีอาญาและได้รับโทษ ความขัดแย้งระหว่างกรอบกฎหมายภายในประเทศกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ถือเป็นประเด็นทางกฎหมายหลักในคดีของเนติวิทย์
รายงานฉบับนี้ได้หยิบยกกรณีของเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ซึ่งเป็นผู้ปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมรายแรกของไทยที่ถูกดำเนินคดี โดยเนติวิทย์ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการเกณฑ์ทหารมานานกว่าทศวรรษ ตั้งแต่หลังการรัฐประหารในปี 2557 เนื่องจากเห็นว่าการบังคับเกณฑ์ทหารขัดต่อหลักการประชาธิปไตย เสรีภาพส่วนบุคคล และเสรีภาพทางมโนธรรม จุดยืนของเขาเกิดจากทั้งความเชื่อทางการเมืองและจริยธรรมตามหลักพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักอหิงสา
รายงานได้สรุปเนื้อหาคดีของเนติวิทย์ บริบททางกฎหมายของไทย และการส่งประเด็นว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนสรุปว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ภายหลังกระบวนการพิจารณาคดี เนติวิทย์ถูกพิพากษาว่ามีความผิดและได้รับโทษจำคุก 6 เดือน โดยให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 1 ปี
องค์การต่อต้านสงครามนานาชาติได้เรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือกับประเทศไทย และสอบถามถึงมาตรการที่รัฐไทยจะดำเนินการเพื่อรับรองสิทธิในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม รวมถึงการรับประกันว่าจะไม่มีการดำเนินคดีหรือลงโทษผู้ที่ใช้สิทธิดังกล่าว และปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อ 18 ของ ICCPR ด้วย
.
ทั้งนี้ย้อนกลับไป ภายหลังศาลแขวงสมุทรปราการมีคำพิพากษาว่าเนติวิทย์มีความผิดตามฟ้องแล้ว เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ทางองค์การต่อต้านสงครามนานาชาติ พร้อมกับเครือข่าย ยังได้เคยออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อคำตัดสินของศาล โดยเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิในเสรีภาพทางความคิด มโนธรรม และศาสนาอย่างร้ายแรง
แถลงการณ์ยังระบุว่า คดีของเนติวิทย์ถือเป็นคดีอาญาคดีแรกในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม โดยทางการไทยกลับเลือกที่จะดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ใช้สิทธินี้โดยสันติ
แถลงการณ์เห็นว่า คำตัดสินนี้ถือเป็นโอกาสที่สูญเปล่าสำหรับประเทศไทยในการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ควรมีบุคคลใดต้องเผชิญกับบทลงโทษทางอาญาเพียงเพราะปฏิเสธการเข้ารับราชการทหารอันเนื่องมาจากความเชื่อที่ตนยึดถืออย่างแน่วแน่ ทางเครือข่ายยังได้แสดงความยืนหยัดเคียงข้างเนติวิทย์ และทุก ๆ คนที่ปฏิเสธการมีส่วนร่วมในสงครามและการเกณฑ์ทหาร
นอกจากองค์การต่อต้านสงครามนานาชาติแล้ว แถลงการณ์ดังกล่าว ยังมีองค์กรเครือข่ายลงนามอีก 7 องค์กร ได้แก่ Aseistakieltäytyjäliitto (the Union of Conscientious Objectors, AKL), Connection e.V., Conscientious Objection Watch, International Fellowship of Reconciliation – Austrian Branch, International Peace Bureau, New Profile และ World without War
.
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ย้อนดูเส้นทาง 11 ปี การปฏิเสธการบังคับเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรมของ “เนติวิทย์”
“สิทธิการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม” ในฐานะเจตจำนงภายใน
รู้จัก 15 พ.ค. วันสากลแห่งการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยเหตุแห่งมโนธรรม
.
