“พอรู้ว่าข้างนอกมีอะไรรออยู่ เราก็มีความหวัง”: “ตัน” สุรนาถ กับจดหมาย รูปกิจกรรม และความหวังในชั้นฎีกา

ช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย.  2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ นักพัฒนาชุมชนเมืองและเยาวชน ผู้ต้องขังในระหว่างฎีกาในคดีมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 และไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกามาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568

การพบกันหลาย ๆ ครั้งในรอบเดือนที่ผ่านมา ตันส่งยิ้มและทักทายด้วยความอบอุ่นเหมือนเคย ท่ามกลางเรื่องราวที่หลากหลาย ทั้งความดีใจที่เห็นรูปกิจกรรม #Wishyouwerehere112 ความเป็นห่วงเพื่อนผู้ต้องขังที่ครอบครัวขาดแคลน และการค้นพบความสุขเล็ก ๆ จากการจดบันทึกประจำวัน ขณะที่สิ่งที่ให้ความหวังมากที่สุดสำหรับชายวัย 41 ปี ในช่วงนี้ คือแนวโน้มคำตัดสินพิพากษายกฟ้องของศาลอาญาในคดีของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

_______________________

วันที่ 5 พ.ค. 2569 ทนายนำรูปกิจกรรม Sentences of Sentenced และภาพบางส่วนจากแคมเปญ #wishyouwerehere112 ให้ตันดู เขายิ้มกว้างและดีใจเห็นได้ชัด “รู้สึกว่าเป็นการเคลื่อนไหว ยังไม่เงียบหายไป” เขาเล่าว่านึกถึงหนังที่เคยดู มีการเอาตุ๊กตาไปเป็นตัวแทนคนที่รัก “เห็นรูปเราในทะเลก็สะอึกเลย พอรู้ว่าข้างนอกมีอะไรรออยู่ เราก็มีความหวัง” พร้อมฝากขอบคุณทุกคนที่จัดกิจกรรมว่ามีความหมายกับเขามาก ๆ

นอกจากกิจกรรมเหล่านี้ ตันยังเล่าถึงจดหมายจากคนข้างนอกว่าเป็นสิ่งที่เติมพลังใจได้ดีที่สุด เขาได้รับโดมิเมล์จากคนข้างนอกและขอบคุณทุกคนที่ส่งมา แม้จะยังไม่มีแรงเขียนตอบ แต่ฝากบอกว่าได้รับทุกฉบับ “ผู้ต้องขังทางการเมืองเวลาได้จดหมาย เขาก็จะเอามาแชร์กัน กำลังใจมันเลยพลัสขึ้นไปอีกเท่าตัว”

ตันยังแสดงความเป็นห่วงเพื่อนผู้ต้องขังชื่อเจมส์ที่ครอบครัวมีปัญหาทางการเงิน แฟนเจมส์ต้องออกไปทำงานทั้งที่ลูกยังเล็ก และล่าสุดไม่มีเงินซื้อจดหมายโดมิเมลส่งมาให้  “จดหมายโดมิเมล์นี่เป็นแรงใจชั้นดีของคนข้างในเลยนะ เจมส์จะไปเฝ้ารอจดหมาย” ตันบอกว่าอาชีพของเจมส์ขายผลไม้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพง และรู้สึกขอบคุณที่ศูนย์ทนายฯ และ Freedom Bridge ช่วยดูแลอยู่

วันที่ 19 พ.ค. 2569 เขาพูดถึงการย้ายงานจากกองขัดไม้มาอยู่ฝ่ายสโตร์แล้ว ทำหน้าที่ดูแลการเบิกจ่ายอุปกรณ์งานช่าง อากาศช่วงนี้เป็นใจขึ้น หลับได้สบายกว่าเดิม เรื่องการย้ายเรือนจำก็เงียบลงแล้ว และข้างในมีการปรับปรุงทางเดินให้โล่งขึ้นมีหลังคาด้วย ส่วนการอ่านหนังสือยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต สนิทกับเจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่คอยแจ้งเมื่อมีหนังสือประวัติศาสตร์เข้ามา รวมถึงหนังสือภาพถ่ายของ National Geographic ที่พอถือขึ้นห้องก็มีเพื่อนมาขอดูด้วยเสมอ

วันที่ 9 มิ.ย. 2569 ตันเล่าว่าช่วงหยุดยาวที่ผ่านมาค่อนข้างน่าเบื่อ ผู้ต้องขังต้องนั่งรวมกันในพื้นที่แออัดโดยไม่มีกิจกรรม และเพิ่งหายไข้ที่เป็นอยู่สองวันเต็ม ๆ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เป็นช่วงขึ้นตึกนอนพอดีทำให้อาการหนักขึ้น แต่พอได้ลงมาข้างล่างก็ดีขึ้น

แม้ทุกคนในเรือนจำจะตื่นเต้นกับข่าวอภัยโทษ แต่สำหรับตันมากกว่านั้นคือคำตัดสินคดี ม.112 ของธนาธรที่ศาลสั่งยกฟ้อง “ฟังแล้วขนลุก คำตัดสินดี ๆ แบบนี้ ถ้าศาลมีแนวโน้มแบบนี้ ในชั้นฎีกาเราก็มีความหวังว่าจะยกฟ้อง” เขากล่าวพร้อมยิ้ม

สิ่งใหม่ที่ตันค้นพบในช่วงนี้คือการจดบันทึก ซึ่งแฟนแนะนำให้ฝึก เริ่มจากเรื่องในชีวิตประจำวันไปจนถึงบันทึกเชิงปรัชญา  “ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมหลายคนถึงชอบจดบันทึก” เขาว่า ส่วนในเรื่องหนังสือ ตันสังเกตว่าสิ่งที่ผู้ต้องขังต้องการมากที่สุดคือหนังสือกฎหมาย เพราะหลายคนอยากรู้กระบวนการและแนวโน้มคดีของตัวเอง 

ก่อนจากกัน สุรนาถพูดถึงสินค้าบางอย่างในเรือนจำที่เริ่มปรับราคาขึ้นตามเศรษฐกิจข้างนอก แต่ขณะเดียวกันทางเรือนจำก็เพิ่มเมนูอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสลัดโรลและแหนมเนืองโรลเข้ามาด้วย

.

“ตัน” สุรนาถ แป้นประเสริฐ ถูกคุมขังในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินีในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 โดยศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่เคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นมีความผิดตามฟ้องและลงโทษจำคุก 16 ปี ทำให้เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีในชั้นฎีกาครับ

หลังจากนั้นศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมดระหว่างฎีกาเรื่อยมา ทำให้สุรนาถและเพื่อนร่วมคดีถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรมเป็นระยะเวลากว่า 9 เดือนแล้ว 

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงตันและผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เสียงจาก “ตัน สุรนาถ”:ชีวิตในอากาศร้อนจัด การเข้าถึงหนังสือ และการรักษาความเข้มเข็ง แม้ยังไม่ได้ประกัน

X