ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนยกฟ้อง คดี ม.112-116 “สามราษฎรใต้” เห็นว่าหลักฐานโจทก์มีข้อสงสัย-การร่วมชุมนุม ไม่ได้บ่งชี้ว่ากระทำผิดไปด้วย

9 ต.ค. 2568 เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดพัทลุงนัดฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในคดีของ “สามราษฎรใต้” ได้แก่ “เตย” (สงวนชื่อสกุล) นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, อลิสา บินดุส๊ะ อดีตสมาชิกกลุ่มนักกฎหมายอาสา Law Long Beach โดยปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และ ศุภกร ขุนชิต บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ถูกฟ้องในข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามมาตรา 112, “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามมาตรา 116 (2) (3) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) 

คดีนี้มี ร.ต.อ.รณกร หุ้มขาว ตำรวจฝ่ายสืบสวนของ สภ.เมืองพัทลุง เป็นผู้กล่าวหา ว่าทั้งสามคนได้ร่วมกันขับขี่รถไปถ่ายภาพสถานที่ต่าง ๆ ในตัวเมืองพัทลุง เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 24 พ.ย. 2563 และนำภาพถ่ายดังกล่าวไปใส่ข้อความทางการเมืองประกอบ ก่อนโพสต์ลงในเพจเฟซบุ๊ก “พัทลุงปลดแอก” และ “ประชาธิปไตยในด้ามขวาน” จำนวนรวม 20 ภาพ 

จำเลยทั้งสามได้ต่อสู้คดีเรื่อยมา โดยต่อสู้คดีว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโพสต์ภาพดังกล่าว และข้อความไม่ได้เข้าข่ายมาตรา 112 

จนเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 ศาลจังหวัดพัทลุงมีคำพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหา โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ในคดีนี้ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ แต่ศาลได้มีคำสั่งให้ออกหมายขังจำเลยทั้งสามระหว่างอุทธรณ์คดี ทำให้จำเลยทั้งสามคนต้องทำการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์

ต่อมาพนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ขณะที่ฝ่ายจำเลยก็ได้ยื่นโต้แย้งอุทธรณ์ของโจทก์ โดยการอ่านคำพิพากษาในวันนี้เลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 ซึ่งคำพิพากษายังไม่แล้วเสร็จ

.

วันนี้ ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ของศาลจังหวัดพัทลุง จำเลยทั้งสาม พร้อมทนายความเดินทางมาศาล ขณะเดียวกันยังมีเจ้าหน้าที่องค์กรภาคประชาสังคม และนักกิจกรรม กว่า 20 คน เดินทางไปร่วมฟังคำพิพากษาด้วย โดยก่อนนัดฟังคำพิพากษา ทาง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ทำการรณรงค์ #StandwithFon #หยุดปิดปากประชาชน เพื่อยืนหยัดเคียงข้าง “ฝน อลิสา” ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของแอมเนสตี้ พร้อมกับจำเลยอีกสองคน และผู้ชุมนุมประท้วงคนอื่น ๆ ในประเทศไทยด้วย

ก่อนอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลได้ใส่กุญแจมือศุกภร จำเลยที่ 3 เอาไว้ด้วย  ต่อมา ศาลได้แกะซองคำพิพากษา และเริ่มอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 

คำพิพากษาโดยสรุปเห็นว่า โจทก์พยายามนำสืบว่าจำเลยทั้งสาม คือกลุ่มบุคคล 3 ถึง 4 คน ที่ใช้รถยนต์ต้องสงสัยขับไปถ่ายภาพสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง ในคืนวันที่ 24 พ.ย. 2563 แต่โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ ยืนยันชัดแจ้งว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีจำเลยทั้งสามรวมอยู่ด้วย 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โจทก์ยอมรับในอุทธรณ์เองว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นบุคคลใด และไม่สามารถระบุหมายเลขทะเบียนรถที่แสดงว่าเป็นรถคันเดียวกับที่จำเลยที่ 1 ขับจริงหรือไม่ ที่สำคัญกว่านั้น พยานโจทก์ทุกปากต่างไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสามมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลเพจทั้งสองดังกล่าว ประกอบกับในทางสอบสวน ไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของจำเลยทั้งสามโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ

แม้ตำรวจจะมีการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลยทั้งสาม แต่พบว่าในช่วงดึกของวันที่ 24 พ.ย. 2563 มีข้อมูลว่าจำเลยที่ 1 ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี หากจะเดินทางจากอำเภอเมืองพัทลุง ต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 

ในส่วนของจำเลยที่ 2 ตำรวจผู้ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ ก็เบิกความว่าเสาสัญญาณโทรศัพท์ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าตัวผู้ใช้อยู่ตำแหน่งบริเวณใด และไม่สามารถยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้โทรศัพท์ด้วยตนเองหรือไม่ รวมทั้งไม่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์ซึ่งจัดทำเอกสารมาเบิกความรับรองความถูกต้อง ข้อเท็จจริงไม่อาจรับฟังได้ถนัดชัดแจ้งว่าช่วงเกิดเหตุจำเลยทั้งสามเป็นผู้ใช้สัญญาณโทรศัพท์ในเขตพื้นที่พัทลุง 

และแม้จะได้ความว่าในช่วงปี 2563 จำเลยทั้งสามเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง แต่การแสดงออกด้วยการเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเรื่องปกติทั่วไปของประชาชน ย่อมสามารถกระทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย ลำพังการเข้าร่วมกิจกรรมหรือมีภาพถ่ายกับกลุ่มผู้จัดกิจกรรม ยังไม่อาจบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดด้วย

เมื่อจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธมาตลอด ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบพยานหลักฐานทั้งปวงเพื่อพิสูจน์ให้ศาลแน่ใจว่าจำเลยทั้งสามเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดจริง ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยร่วมกระทำตามฟ้องจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยทั้งสาม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง และพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

.

นอกจากทั้งสามคนในคดีนี้ กรณีนี้ยังมี “เบลล์” ขณะเกิดเหตุอายุ 17 ปี ถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกันด้วย แต่ถูกแยกดำเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง โดยคดีของเบลล์ ในชั้นศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่ามีความผิดใน 1 กระทง ยกฟ้องอีก 1 กระทง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติต่าง ๆ และคดียังอยู่ระหว่างฎีกาคำพิพากษา

.

ย้อนอ่านสรุปประมวลการต่อสู้คดีนี้ คดี ม.112-116 “3 ราษฎรใต้” กรณีโพสต์ภาพสถานที่ในพัทลุง พร้อมใส่ข้อความการเมืองปี 2563

.

X