วันที่ 12 ต.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “พิชัย” (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังทางการเมืองจากการชุมนุมทะลุแก๊ซ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม พิชัยอายุ 34 ปี ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2568 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน กรณีร่วมกันพกพาและขว้างระเบิดปิงปองใส่รถยนต์สายตรวจ สน.ลุมพินี ที่แยกราชประสงค์ ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564
ทั้งนี้ ทุกข้อกล่าวหาในคดีของพิชัยเข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หากคดีสิ้นผล เขาจะได้รับการปล่อยตัวทันที แต่เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งให้รอไว้จนกว่าคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะตอบกลับ
ถึงวันนี้เขาจึงอยู่ในเรือนจำมาแล้วกว่า 1 ปี แต่การพบกันครั้งนี้ พิชัยเล่าถึงช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ต้องติดอยู่บนเรือนนอนราวห้าวัน ผิวที่คล้ำลงเพราะแดนขังไม่มีร่มให้หลบ แม้น้ำในแดนลดลงแล้ว แต่สำหรับพิชัย การรอนิรโทษกรรมยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร
_______________
ทนายความไปถึงเรือนจำกลางคลองเปรมในช่วงสาย และนั่งรออยู่ที่ห้องเยี่ยมทนายราวชั่วโมงเศษ จึงเห็นพิชัยเดินจ้ำอ้าวออกมา เขาโบกมือและยิ้มกว้างมาแต่ไกล
พิชัย ซึ่งยังอยู่ที่แดน 3 ดูผอมลงกว่าครั้งก่อน และผิวคล้ำขึ้นจนเกือบดำ เมื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าไม่ได้ป่วยหรือมีอาการผิดปกติอะไร แต่แดน 3 ไม่มีร่มให้หลบ เขาจึงต้องอยู่กลางแจ้งเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อทนายความบอกว่าแม็กกี้ยังตัวขาวอยู่ พิชัยก็หัวเราะ บอกว่าแม็กกี้ชอบไปหลบแดดที่โรงอาหาร แต่เขาไม่ชอบ เพราะรู้สึกอึดอัด
.
จากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและในเรือนจำ พิชัยถูกกักตัวอยู่บนเรือนนอนตั้งแต่ราววันที่ 25 – 26 ก.ย. 2569 และได้ลงมาข้างล่างราววันที่ 30 ก.ย. 2569 เขาจำได้ว่าวันที่ 25 ก.ย. ทุกคนกำลังนั่งเล่นกันอยู่ เหมือนเพิ่งเปิดขังได้ไม่นาน ฝนก็ตกลงมา และน้ำเพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ จนมีประกาศให้ผู้ต้องขังเก็บเสื้อผ้าขึ้นไปข้างบน และนำของในล็อกเกอร์ขึ้นที่สูง โชคดีที่ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน มีคนจากข้างนอกมากดซื้อของใช้อย่างยาสีฟันและโฟมล้างหน้าไว้ให้ พอต้องกักตัว พิชัยจึงกลายเป็นคนที่มีของใช้ค่อนข้างครบ และได้แบ่งของอย่างยาสีฟันให้เพื่อนผู้ต้องขังที่ไม่มี
สถานการณ์บนเรือนนอน ทุกคนได้อาบน้ำวันละครั้ง เพราะน้ำเปิดเป็นเวลาในช่วงเย็น เจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำท่วมจนปั๊มน้ำพัง น้ำใช้จึงมีน้อย ในห้องมีสัญญาณที่รู้กันเอง คือถ้าน้ำในอ่างลดลงเหลือราวครึ่งหนึ่ง ทุกคนจะงดอาบน้ำ เพื่อเก็บน้ำที่เหลือไว้ใช้กับการขับถ่าย
ตลอด 24 ชั่วโมงที่อยู่ในห้องขัง ผู้ต้องขังส่วนใหญ่นอนและดูโทรทัศน์ เจ้าหน้าที่เปิดช่องเวิร์คพอยท์ให้ดูตั้งแต่ 09.00 น. – 12.00 น. แล้วเปิดอีกครั้งตั้งแต่ 14.00 น. จนถึง 21.30 น. ส่วนอาหารยังมีข้าวจากในเรือนจำครบ 3 มื้อ มื้อเช้าเริ่มต้น 06.00-07.00 น. มื้อกลางวัน 10.00 น.-11.00 น. ส่วนมื้อสุดท้ายราวบ่ายโมง พิชัยบอกว่าช่วงนั้นเครียด เพราะอยู่กันหลายคน ไม่รู้ว่าน้ำจะลดเมื่อไร ความรู้สึกหลายอย่างปนกันไปหมด และก็คิดถึงเรื่องนิรโทษกรรมด้วย
.
กฎหมายที่เข้าเกณฑ์ แต่ประตูยังไม่เปิด
ทนายความเล่าความคืบหน้าให้พิชัยฟังว่า ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวเขาแล้ว เพราะคดีเข้าเกณฑ์นิรโทษกรรมชัดเจน ทั้งช่วงเวลาที่เกิดเหตุและมูลเหตุทางการเมือง ศาลจึงควรสั่งจำหน่ายคดีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการ ซึ่งศาลฎีกาเองก็เคยมีหนังสือวางแนวทางไว้เช่นนั้น แต่ศาลกลับสั่งให้รอคำตอบจากคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขก่อน
ปัญหาคือกฎหมายให้เวลาคณะกรรมการทำงาน 180 วัน และขยายได้อีกสองครั้ง ครั้งละ 90 วัน ถ้าใช้เวลาเต็มที่ อาจยาวถึงราวหนึ่งปี ทีมทนายความจึงเตรียมอุทธรณ์คำสั่งนี้ และจะแจ้งความคืบหน้าให้พิชัยรับทราบอีกครั้ง
พิชัยถามว่ามีผู้ต้องขังคนไหนบ้างได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้แล้ว คำตอบคือ ผู้ต้องขังในคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ทนายความยื่นคำร้องไว้ ยังไม่มีใครได้รับการปล่อยตัว
ขณะที่ศาลอื่น ๆ สั่งให้การคุมขังสิ้นสุดลงไปแล้ว และในคดีชุมนุมไปสถานทูตเยอรมันฯ ศาลก็สั่งจำหน่ายคดีในข้อหาที่เข้าเกณฑ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการ จึงมีข้อสังเกตตามมาว่าดุลพินิจของศาลในเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่
ก่อนจากกัน ทนายเล่าข่าวคดีของ “ไผ่ จตุภัทร์” และ “ครูใหญ่ อรรถพล” ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนในคดีมาตรา 112 ของศาลจังหวัดภูเขียว จำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน และครูใหญ่ 2 ปี พิชัยฟังแล้วสีหน้าเศร้าลง เขาฝากกำลังใจถึงไผ่ซึ่งเข้าเรือนจำมาไล่เลี่ยกับเขา และคิดว่าไผ่น่าจะเข้าเกณฑ์ได้รับอภัยโทษในเร็ว ๆ นี้
.
| พิชัยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2568 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน จนถึงปัจจุบัน (15 ต.ค. 2569) เขาอยู่ในเรือนจำมาแล้ว 387 วัน ทั้งที่ทุกข้อหาในคดีของเขาเข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรม คำร้องขอปล่อยตัวของเขายังต้องรอคำตอบจากคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขต่อไป |
สามารถเขียนจดหมายถึงพิชัยและผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ต้องขังทางการเมือง
ย้อนอ่านเรื่องราวของพิชัย
