ข้าวที่กินไม่ลง อารมณ์ที่ดิ่งมาเป็นเดือน และงานห้องสมุดที่ช่วยประคองใจ: วันเวลากว่า 2 ปีหลังกำแพงของ “อาย” กันต์ฤทัย ผู้ต้องขังคดี ม.112

วันที่ 25 ก.ย. และ 5 ต.ค. 2567 ทนายความเข้าเยี่ยม “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน  ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 หลังศาลอาญาพิพากษาคดีโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ ลงโทษจำคุกกรรมละ 3 ปี รวม 8 กรรม ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่ง เนื่องจากให้การรับสารภาพ คงจำคุก 8 ปี 48 เดือน (ประมาณ 12 ปี) เธอถูกขังมาตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2567 โดยไม่ได้รับการประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์เรื่อยมา

ส่วนอีกคดีหนึ่งซึ่งเป็นคดีมาตรา 112 เช่นกัน จากการโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน รวมโทษทั้งสองคดีซึ่งยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์เป็นจำคุก 10 ปี 60 เดือน (ประมาณ 15 ปี)

ถึงวันนี้ อายติดอยู่ในเรือนจำมาแล้วกว่า 2 ปี 1 เดือน สำหรับภาพรวมการเยี่ยมครั้งนี้ ในห้องเยี่ยมเธอเล่าว่าก่อนหน้านี้มีความรู้สึกอารมณ์ดิ่งลง กินข้าวได้เพียงไม่กี่ช้อน น้ำหนักลดลง 4 กิโลกรัมในสามสัปดาห์ และกำลังคิดเรื่องทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองได้ออกไปข้างนอก

ขณะชีวิตข้างใน อายยังทำหน้าที่บรรณารักษ์ของบ้านมุกดาอย่างจริงจัง และมีหลายเรื่องเกี่ยวกับชีวิตในเรือนจำที่เธออยากให้คนข้างนอกได้รับรู้

________________

อายนั่งคอยอยู่ที่อีกฝั่งของห้องเยี่ยม เธอสวมเสื้อสีฟ้ากับกระโปรงยาวสีดำ วันนี้อายแต่งหน้าเบากว่าทุกครั้ง จากที่เคยเน้นทาปากสีแดง เหลือเพียงเขียนคิ้ว ไม่ได้ลงอายแชโดว์ ไม่ได้ทาลิป และใบหน้าของเธอดูตอบลงมาก คำถามแรกจึงเป็นเรื่องว่าได้ทานข้าวบ้างไหม อายตกใจกับคำถาม และถามกลับมาหลายครั้งว่า “ดูออกถึงขนาดนั้นเลยหรอคะ” 

เธอยอมรับว่าช่วงนี้ไม่ค่อยอยากอาหาร และท้อแท้กับเรื่องประกันตัวอยู่มาก จากนั้นความรู้สึกทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมาจนจับเป็นเรื่องราวไม่ได้ ก่อนที่เธอจะเริ่มร้องไห้ ทนายความขอให้อายค่อย ๆ หายใจ แล้วค่อยคุยกันทีละเรื่องว่ามีปัญหาอะไรบ้าง

.

บรรณารักษ์บ้านมุกดา กับเรื่องที่อยากให้ข้างนอกรับรู้

ช่วงนี้อายทำหน้าที่บรรณารักษ์ของบ้านมุกดา งานของเธอคือซ่อมหนังสือที่ชำรุดให้กลับมาใช้ได้ และดูแลการยืม – คืนหนังสือ ใครที่ยืมเกินเวลา เธอจะไปตามทวงและบอกให้คืน ถ้ายังไม่คืนก็มีค่าปรับ ซึ่งค่าปรับของอายคือให้คนที่คืนช้าไปเก็บขยะรีไซเคิลมาแลกแทนค่าปรับ

“หลาย ๆ คนก็บ่นอยู่ค่ะว่าอายโหด” เธอเล่าแล้วหัวเราะ แต่ก็ยืนยันว่าจริงจังกับหน้าที่นี้มาก เพราะงานนี้ทำให้เธอมีสิ่งที่โฟกัสได้ และได้รู้จักหนังสือมากขึ้น ส่วนห้องสมุดของส่วนกลางก็เปิดรับบรรณารักษ์เช่นกัน แต่ต้องการคนที่มีวุฒิปริญญาตรี

เมื่อถามถึงความเป็นไปอื่น ๆในเรือนจำ อายบอกว่ามีบางเรื่องที่อยากสะท้อนออกมา เพื่อให้ความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังดีขึ้น ระหว่างที่เล่า ทนายความสังเกตว่าเธอสั่นขาอยู่ตลอดเวลา

เรื่องแรกคือการตรวจค้นร่างกาย ในเดือนกันยายนมีอยู่วันหนึ่งที่อุปกรณ์ตรวจใช้การไม่ได้ จึงต้องตรวจค้นด้วยการสัมผัสร่างกายแทน ซึ่งอายรู้สึกว่ากระทบความเป็นส่วนตัว แต่เมื่อมีผู้ต้องขังร้องเรียน เรือนจำก็ไม่ได้ใช้วิธีนี้อีก

เรื่องถัดมาคือสินค้าและอาหารที่จำหน่ายในเรือนจำ อายเล่าว่าเคยพบขนมบางชิ้นที่เลยวันหมดอายุไปแล้ว แม้เมื่อทักท้วงจะได้เปลี่ยนให้ก็ตาม ส่วนอาหารที่ญาติสั่งซื้อเข้ามา เธอเห็นว่าปริมาณที่ได้รับยังไม่สอดคล้องกับราคาที่จ่ายไป

ชุดนอนก็เป็นอีกเรื่องที่เธออยากให้ปรับปรุง ชุดนอนราคา 400 บาท ขณะที่ผู้ต้องขังใช้เงินได้วันละ 500 บาท และต้องแบ่งไปกับการสั่งของอย่างอื่นด้วย การเปิดให้สั่งซื้อแบบเลือกลายได้ก็ไม่มีประกาศล่วงหน้า หลายคนจึงเตรียมเงินไม่ทัน เธอยังอยากให้ทบทวนระเบียบที่จำกัดจำนวนชุดไว้ไม่เกิน 5 ตัว เพราะชุดที่เกินจำนวนซึ่งถูกเก็บไปนั้น ผู้ต้องขังซื้อมาด้วยเงินของตัวเอง

อายเสนอว่า หากมีหน่วยงานอย่างสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้ามาช่วยดูเรื่องราคาสินค้าและอาหารในเรือนจำ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ต้องขังทุกคน

.

เมื่อบทสนทนากลับมาที่ตัวเธอเอง อายบอกว่าอารมณ์ดิ่งเริ่มเป็นมาเดือนกว่าแล้ว ทุกวันนี้เธอพยายามเก็บอาการ ทำตัวร่าเริงเข้าไว้ “แต่ข้างในของอายนั้นตอนนี้ไม่ไหวแล้ว” เธอกล่าวถึงสภาวะข้างในจิตใจ

เธออยากออกไปข้างนอก อยากออกไปเคลียร์ตัวเอง และมีคำถามที่วนกลับมาเสมอ เป็นประโยคว่า“ทำไมอายถึงไม่ได้ประกันตัวเสียที ทำไมศาลถึงไม่ให้ประกันตัว”

ส่วนเรื่องการพบจิตแพทย์ อายเล่าว่าเคยออกไปตามนัด แต่วันนั้นเธอออกไปรอตั้งแต่ 9 โมงเช้า แต่กว่าจะได้พบจริง ๆ ก็ช้ามาก เธอรอจนเลยเวลาอาหาร ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอไม่อยากออกไปพบแพทย์อีก แต่เธอยังทานยาอยู่

ส่วนอาหาร หลายวันมานี้เธอตักอาหารเข้าปากเพียง 2 ช้อน กินข้าวน้อยลงและกินแต่ขนม จึงมีอาการหน้ามืดเป็นบางครั้งและเบลอเล็กน้อย เมื่อสามสัปดาห์ก่อนเธอหนักประมาณ 66 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 62 กิโลกรัม 

“มันไม่ยุติธรรมสำหรับเราเลย เราแค่วิจารณ์ แค่ด่า พวกคุณมองว่าการกระทำแค่นี้ของเราสามารถสั่นคลอนสิ่งนั้นได้เลยหรอ” อายสะท้อนความรู้สึกไว้อีกตอน

สำหรับ “อาย” กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน วัย 35 ปี ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2567 เธอถูกพิพากษาในคดีมาตรา 112 สองคดี ได้แก่ คดีโพสต์เฟซบุ๊ก 8 ข้อความ ศาลอาญาลงโทษจำคุก 8 ปี 48 เดือน และคดีโพสต์เฟซบุ๊ก 2 ข้อความ ศาลอาญาลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน รวมโทษทั้งสองคดีซึ่งยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์เป็นจำคุก 10 ปี 60 เดือน (ประมาณ 15 ปี) โดยศาลยังไม่มีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ และเธอไม่ได้รับการประกันตัว

สามารถเขียนจดหมายถึงอายและผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ต้องขังทางการเมือง

ย้อนอ่านเรื่องราวของอาย

2 ปี ของ “อาย กันต์ฤทัย” บันทึกชีวิตซึมเศร้ากับอุดมการณ์ที่หนักแน่นในเรือนจำ

X