เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (The Observatory for the Protection of Human Rights Defenders) ได้ออกแถลงการณ์ด่วนถึงกรณี ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ถูกอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลอาญา เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2567
แถลงการณ์ได้ระบุถึงการประณามการฟ้องร้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นการตอบโต้การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และเกี่ยวข้องกับการติดตามตรวจสอบประโยชน์สาธารณะ ขัดต่อกติการะหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติข้อกล่าวหาต่อยิ่งชีพทั้งหมด และขอให้ทางการไทยยกเลิกโทษทางอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท
.
อนุทินยื่นฟ้อง “ยิ่งชีพ” ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้อง 14 ธ.ค. นี้
สำหรับ กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สหพันธ์สากลเพื่อสิทธิมนุษยชน (FIDH) และองค์กรต่อต้านการทรมานโลก (OMCT) เพื่อติดตามปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน
The Observatory ระบุถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ยื่นฟ้องคดีอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทต่อ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมของไทยและสมาชิกของ FIDH โดยการฟ้องร้องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการติดตามตรวจสอบกิจการสาธารณะและการสร้างความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตย
แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 อนุทินได้ยื่นฟ้องคดีข้อหาหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา โดยอาศัยมาตรา 326 (ความผิดฐานหมิ่นประมาท) และมาตรา 328 (ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา) แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลได้กำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 14 ธ.ค. 2569 โดยหากศาลพิพากษาว่ามีความผิด ยิ่งชีพอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และโทษปรับสูงสุด 200,000 บาท
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่อนุทินได้ประกาศเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ว่าจะดำเนินคดีต่อยิ่งชีพ สาเหตุมาจากกรณีที่ทาง iLaw ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่านักการเมือง 9 คน จากพรรคภูมิใจไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบงการผลการลงคะแนนเสียงเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายน 2567
ทาง iLaw พบหลักฐานและคำให้การของพยานที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลหลายประการ เช่น การจัดวางตัวผู้สมัคร การแจกจ่ายคำแนะนำในการลงคะแนน และการเสนอผลประโยชน์ทางการเงินแก่ผู้สมัครโดยเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการเลือกวุฒิสภา ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับความสุจริตและความโปร่งใส
.
.
สรุปบทบาท iLaw สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย-เสริมสร้างการเลือกตั้งที่โปร่งใส
The Observatory ระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 ทาง iLaw มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออก และระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมในประเทศไทย โดยจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายและคำสั่งที่กดปราบสิทธิเสรีภาพ ซึ่งถูกนำมาใช้ภายหลังการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 อีกทั้งยังรณรงค์ให้มีการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวผ่านการมีส่วนร่วมของสาธารณชนและการรณรงค์ทางออนไลน์
นอกจากนี้ iLaw ยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการปฏิรูปกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการรณรงค์ล่ารายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายและข้อริเริ่มในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่มีที่มาจากคณะรัฐประหาร อีกทั้ง iLaw ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสในการเลือกตั้งด้วยการรวบรวมข้อมูลความผิดปกติในการลงคะแนน และเชิญชวนประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
The Observatory ยังระบุด้วยว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ก่อให้เกิดข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตอย่างเป็นระบบและการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ภายใต้ระบบการคัดเลือกแบบใหม่ ผู้สมัครกว่า 40,000 คน ทำการลงคะแนนเลือกกันเองผ่านกระบวนการเลือกหลายรอบในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เพื่อคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 200 คน ผลการเลือกตั้งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีจำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งสูงอย่างผิดปกติจากจังหวัดที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคภูมิใจไทย
.
การดำเนินคดียิ่งชีพ กระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก เรียกร้องยุติข้อกล่าวหา
The Observatory ขอประณามการดำเนินคดีอาญาต่อยิ่งชีพ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตอบโต้การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยสงบของเขา ตามที่ได้รับการรับรองไว้ในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก
The Observatory เรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมด และขอให้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามมาตรา 326 และ 328 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อข่มขู่ ปิดปาก และคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
.
.

