“จ่านิว” ยื่นคำร้องขอปล่อยตัว “ธเนตร” รอบสอง เหตุถูกควบคุมตัวมิชอบ ก่อนศาลอาญายกคำร้องอีก

วันนี้ (16 ธ.ค. 2558) ‘จ่านิว’ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ เดินทางไปศาลอาญาเพื่อยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวธเนตร อนันตวงษ์ เนื่องจากการควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 ศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 17 ธ.ค. 2558 เวลา 15.00 น. ถือเป็นการยื่นคำร้องครั้งที่สอง หลังวานนี้ศาลยกคำร้องครั้งแรก

เวลาประมาณ 13.00 น. สิรวิชญ์พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอให้ปล่อยตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ ผู้ถูกควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หลังวันที่ 15 ธ.ค. 2558 ศาลยกคำร้องขอให้ไต่สวน กรณีควบคุมตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คดี ษ. 98/2558 เนื่องจากเห็นว่าคดีไม่มีมูล

  • เนื้อหาคำร้องโดยสรุป ดังนี้

สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ผู้ร้อง มายื่นคำร้องอีกครั้งในวันนี้  เนื่องจากมีเหตุใหม่ซึ่งศาลสามารถรับคำร้องของผู้ร้องเพื่อพิจารณาไต่สวนต่อไปได้  กล่าวคือ  ภายหลังจากที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ เนื่องจากการควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2558 แล้ว ปรากฏว่า ในคืนดังกล่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทรจินดา ผบก.สส.บช.นน. และ พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับการควบคุมตัวนายธเนตรว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2558 เจ้าหน้าที่ทหารนำโดย พ.อ.นพสิทธิ์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมหมายจับศาลทหารกรุงเทพ เลขที่ 64/2558 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2558 ไปยังโรงพยาบาลสิรินธร เจ้าหน้าที่ได้พบนายธเนตรที่โรงพยาบาล คาดว่าจะหลบหนีหมายจับ จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ทันที และยืนยันว่าเป็นการควบคุมตัวโดยถูกต้องตามหมายจับของศาล รายละเอียดปรากฏตามข่าวบนเว็บไซต์เดลินิวส์ และมติชนออนไลน์

ดังนั้น การจับกุมตัวนายธเนตร อนันตวงษ์  ดังกล่าวนี้จึงเป็นการจับกุมตามหมายจับ โดยใช้อำนาจตามกฎหมายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ผู้ร้องขอเรียนต่อศาลว่า การควบคุมตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ โดยเจ้าพนักงานดังกล่าวเป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ

  1. เจ้าพนักงานผู้เข้าควบคุมตัวนายธเนตร อนันตวงษ์แล้ว ไม่ได้นำตัวนายธเนตร ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนของท้องที่ที่นายธเนตรถูกจับในทันที เป็นระยะเวลานานถึง 4 วัน  การควบคุมตัวนายธเนตร จึงถือเป็นการควบคุมตัวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 วรรคแรก ประกอบ มาตรา 84 วรรคแรก
  2. เจ้าพนักงานผู้ทำการจับกุมตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ ไม่ได้แสดงหมายจับต่อนายธเนตร รวมทั้งไม่ได้แจ้งด้วยว่านายธเนตรมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ ซึ่งถ้อยคำของนายธเนตรผู้ถูกจับนั้น อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 วรรคสอง
  3. เจ้าพนักงานได้ควบคุมตัวนายธเนตร อนันตวงษ์ ไว้เกินกว่าที่จำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี และเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้กล่าวคือ นายธเนตรถูกจับกุมตัวที่โรงพยาบาลสิรินธร ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2558 เวลาประมาณ 12.00 น. จนถึงขณะนี้วันที่ 16 ธ.ค. 2558 เวลาประมาณ 13.00 น. นายธเนตรยังอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าพนักงาน โดยยังไม่มีการขออำนาจศาลฝากขังนายธเนตรระหว่างสอบสวนตามกฎหมายแต่อย่างใดการควบคุมตัวดังกล่าวจึงเป็นการควบคุมตัวบุคคล ที่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเกินกว่า 48 ชั่วโมง ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 วรรคสาม และขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก และมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามทั้งนี้ ICCPR ข้อ 9 กำหนดว่าบุคคลใดที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวในข้อหาทางอาญา จะต้องถูกนำตัวโดยพลันไปยังศาล หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะใช้อำนาจทางตุลาการ ซึ่งกติกานี้ถูกรับรองและคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 อีกด้วยนอกจากนี้ ยังไม่ปรากฎว่ามีเหตุสุดวิสัยที่เจ้าพนักงานจะไม่สามารถป้องกันได้ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ ที่จะทำให้เจ้าพนักงานสามารถควบคุมตัวนายธเนตร ไว้เกินกว่า 48 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้หากเจ้าพนักงานมีเหตุสุดวิสัย หรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันมิอาจกล่าวล่วงได้ ที่จะควบคุมตัวนายธเนตรไว้ต่อ เพื่อทำการสอบสวน เจ้าพนักงานจะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลให้ออกหมายขังนายธเนตรไว้ ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด แต่เจ้าพนักงานก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น

ผู้ร้องในฐานะเพื่อนและบุคคลที่นายธเนตร อนันตวงษ์ไว้วางใจ ไม่มีหนทางที่จะติดตามตัวและช่วยเหลือให้นายธเนตรให้ได้รับสิทธิตามกฎหมาย พ้นจากการถูกควบคุมโดยมิชอบ จึงนำเรื่องมายื่นมาต่อศาลนี้ ในฐานะองค์กรผู้ใช้อำนาจอำนาจตุลาการ ที่จะช่วยผดุงความยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

นอกจากนี้ สิรวิชญ์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกเจ้าหน้าที่ทหาร พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ผู้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายธเนตร และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ผู้แถลงข่าวว่าควบคุมตัวนายธเนตรตามหมายจับ มาไต่สวน โดยนำตัวนายธเนตรมาปรากฏตัวที่ศาล และขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวนายธเนตรจากการควบคุมตัวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย

ศาลรับคำร้องของสิรวิชญ์และนัดฟังคำสั่งวันที่ 17 ธ.ค. 2558 เวลา 15.00 น.

ทั้งนี้ ธเนตร อนันตวงษ์ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสิรินธร ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2558 แต่ภายหลังการควบคุมตัวก็ไม่มีผู้ใดพบเจอธเนตรอีกเลย กระทั่งสิรวิชญ์ เพื่อนของธเนตร ตัดสินใจยื่นขอคำร้องขอให้ศาลอาญาไต่สวนการควบคุมตัวนายธเนตร  อนันตวงษ์  ซึ่งเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2558 และศาลมีคำสั่งยกคำร้องวันที่ 15 ธ.ค. 2558

.

ศาลอาญายกคำร้อง เห็นว่าเจ้าพนักงานคุมตัว “ธเนตร” ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.

วันที่ 17 ธ.ค. 2558 ศาลยกคำร้องขอให้ไต่สวนการควบคุมตัว นายธเนตร อนันตวงศ์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อาญา ม. 90 เนื่องจากเห็นว่าเจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมตัวตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และคดีอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารตามคำสั่ง คสช. 37/2557 ในวันนี้พ่อและเพื่อนๆ ของนายธเนตรได้เดินทางมาเข้าร่วมฟังคำสั่งด้วย

ห้องพิจารณาเลขที่ 912  เวลาประมาณ 16.00 น. ศาลอาญาอ่านคำสั่งยกคำร้องโดยมีความเห็นสรุปว่า สิทธิในการร้องขอให้ปล่อยตัวจากการคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาที่คุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามเอกสารท้ายคำร้องที่ผู้ร้องได้ยื่นมาว่ามีการควบคุมตัวนายธเนตร ตามหมายจับของศาลทหารในความผิดตาม พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และ ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ

ดังนั้นการจับกุมและการควบคุมตัวนายธเนตรตามที่ผู้ร้องอ้างว่าไม่ชอบจึงไม่เกิดขึ้น เนื่องจากประกาศของ คสช. ฉบับที่ 37/2557 ได้ประกาศให้ความผิดที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และความผิดต่อความมั่นคงของรัฐให้อยู่ในอำนาจศาลทหาร และยังมีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 ซึ่งให้เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน ฉะนั้นการควบคุมตัวนายธเนตรจึงไม่ใช่การควบคุมตัวที่มิชอบด้วยกฏหมาย ให้ยกคำร้อง

.

ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่า

1. ประเด็นเรื่องเขตอำนาจศาลตามที่ศาลอาญากล่าวอ้างว่าคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงต้องขึ้นสู่การพิจารณาของศาลทหารตามประกาศคสช.ฉบับที่ 37/2557 นั้น เป็นคนละกรณีกับการยื่นคำร้องตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา เมื่อกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคำร้องตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็ต้องใช้หลักทั่วไปคือศาลอาญามีเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีทั่วประเทศ

2. ตามมาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดว่า เมื่อมีการอ้างว่าบุคคลใดต้อง ถูกคุมขังในคดีอาญาหรือในกรณีอื่นใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกคุมขัง พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน ผู้บัญชาการเรือนจำหรือพัศดี สามี ภริยา หรือญาติของผู้นั้น หรือบุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ถูกคุมขัง บุคคลเหล่านี้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลท้องที่ที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาขอให้ปล่อย เมื่อได้รับคำร้องดังนั้น ให้ศาลดำเนินการไต่สวนฝ่ายเดียวโดยด่วน ถ้าศาลเห็นว่าคำร้องนั้นมีมูลศาลมีอำนาจสั่งผู้คุมขังให้นำตัวผู้ถูกคุมขังมาศาลโดยพลัน และถ้าผู้คุมขังแสดง ให้เป็นที่พอใจแก่ศาลไม่ได้ว่าการคุมขังเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ให้ศาลสั่งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังไปทันที

แต่การยกคำร้องของศาลอาญาทั้ง 2 คดี(หมายเลขคดีดำ ษ 98/2558 และคดีดำ ษ 99/2558)ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องโดยไม่ได้ดำเนินการไต่สวนนายสิรวิชญ์ผู้ร้องตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 90 กำหนดไว้แต่อย่างใด ทั้งที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าเมื่อศาลได้รับคำร้องแล้วให้ศาลดำเนินการไต่สวน กรณีดังกล่าวศาลจึงต้องทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่งในคำร้อง การยกคำร้องในทันทีจึงเป็นการดำเนินกระบวนการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

3. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าคำสั่งคำร้องดังกล่าวมีความสับสนเนื่องจากศาลเชื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องว่าการควบคุมตัวดังกล่าวเป็นการจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งหากศาลเชื่อข้อเท็จจริงดังกล่าว การจับกุมนั้นยิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากนายธเนตรถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 13ธ.ค.2558 ซึ่งจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นนายเธนตรถูกควบคุมตัวเกินกว่าระยะเวลาตามกฎหมายกำหนดแล้ว ศาลยิ่งมีหน้าที่ต้องทำการไต่สวนเนื่องจากควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่

4. การทำคำสั่งของศาลนั้นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกฎหมายแล้วจึงวินิจฉัยว่า การควบคุมตัวดังกล่าวนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การที่ศาลอาญายกคำร้องโดยให้เหตุผลว่าเจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน ตามคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าแม้คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 นั้นให้อำนาจเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วันจริง แต่ยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงในสำนวนเลยว่า บุคคลใดเป็นคนควบคุมตัว เป็นเจ้าหน้าที่ทหารหรือไม่ และเป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งหัวหน้าคสช.หรือไม่ หรือการควบคุมตัวดังกล่าวเป็นการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้นแม้ศาลจะพิจารณาข้อกฎหมายว่าเจ้าหน้าที่มีอำนาจแล้วแต่ในสำนวนยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าการควบคุมตัวดังกล่าวกระทำโดยอาศัยกฎหมายใด โดยเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหรือไม่และกระทำตามกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กรณีเมื่อมีการร้องเรียนว่ามีการควบคุมตัวโดยไม่ชอบจึงเป็นหน้าที่ของศาลในการตรวจสอบถ่วงดุลเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่รับรองอำนาจของเจ้าหน้าที่โดยปราศข้อเท็จจริง

มาตรา 90 ประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญานั้นเป็นมาตรการซึ่งรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยกำหนดให้อำนาจศาลในการตรวจสอบถ่วงดุลการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ การที่ศาลพิจารณาจากคำร้องโดยไม่มีการไต่สวน และพิจารณาโดยไม่มีข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติย่อมเป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ของมาตรา 90 เองซึ่งบัญญัติมาให้ศาลทำหน้าที่ถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจ การยกคำร้องด้วยเหตุผลดังกล่าวยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยไม่ถูกตรวจสอบ ประชาชนถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพและถูกละเมิดสิทธิมากยิ่งขึ้น

.

X