‘ฟ้า’ พรหมศร ถูกเบิกตัวร่วมสืบพยานนัดสุดท้าย คดี ม.112 ชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB ฝากติดตามการยื่นประกันตัว หวังว่าการต่อสู้จะนำพาสิ่งที่ดีมาให้

วันที่ 20 ส.ค. 2569 “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี ถูกเบิกตัวไปที่ศาลอาญา พร้อมกับอานนท์ นำภา และ “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา เพื่อร่วมสืบพยานจำเลยในคดีของนักกิจกรรม 7 ราย ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาหลัก “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ “ยุยงปลุกปั่น” ตามมาตรา 116 จากกรณีเข้าร่วมชุมนุมและปราศรัยบริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 หรือ ชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB

วันนี้ (20 ส.ค. 2569) ฟ้าถูกเบิกตัวมาช้ากว่ากำหนด โดยมีครอบครัวของฟ้าและประชาชน รวมกันกว่า 30 คน เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาและให้กำลังใจ ระหว่างสืบพยานฟ้าขอออกไปนั่งหน้าห้อง และสวมกอดกับแม่เงียบ ๆ ก่อนการสืบพยานจะเสร็จสิ้น และศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 ต.ค. 2569 นี้

ชวนอ่านบรรยากาศการสืบพยานนัดสุดท้ายของคดีชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB และเป็นกำลังใจ ติดตามการยื่นประกันตัวของฟ้าในวันที่ 28 ส.ค. 2569 นี้

.

ในห้องพิจารณาหนาว ไม่อุ่นเท่ากอดแม่ข้างนอก

(รวมภาพวาดจากห้องจารณาในวันที่ 20 ส.ค. 2569 จากห้องพิจารณาที่ 804)

ผู้สังเกตการณ์ไปถึงห้องพิจารณาก่อนถึงเวลานัดหมาย เมื่อไปถึงห้องพิจารณา 804 หน้าห้องมีใบนัดหมายคดีประจำวัน ในวันนี้ช่วงเช้ามีทั้งหมด 3 คดี คดีแรกเป็นคดีฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา คดีที่สองคือคดีนี้ และคดีที่สามเป็นนัดสืบพยานคดีอื่นซึ่งถูกย้ายไปบัลลังก์อื่นเนื่องจากการสืบพยานจะทับซ้อนกับคดีนี้

ช่วง 09.00 น. ครอบครัวของจำเลยต่างทยอยกันมาที่ห้องพิจารณาคดี แม่ของฟ้ามาพร้อมกับพ่อที่นั่งรถเข็น ในมือพ่อมีปลาสเตอร์สีขาวแปะด้านใน ภรรยาของอานนท์ก็นำลูกมาร่วมให้กำลังใจด้วยเช่นกัน ระหว่างนี้ประชาชนหลายต่างทยอยกันมา หลายคนมาพร้อมกับน้ำหวาน เนื่องจากทราบว่าฟ้ากำลังอดอาหาร แต่ยังคงทานน้ำหวานอยู่ บางรายมีของขวัญและขนมมาฝากอานนท์ ให้ย้อนหลังวันเกิดของเขา เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา

เวลา 09.20 น. อานนท์และณวรรษถูกเบิกตัวมาก่อน ทั้งสองใส่เสื้อยืดสีเหลืองและกางเกงพละขายาวสีดำ เท้าเปล่า ข้อเท้าสองข้างถูกพันธนาการด้วยกุญแจเท้าเส้นไม่ยาวมากพอดีกับช่วงไหล่ ความหนาของโซ่ประมาณ 10 – 12 มิลลิเมตร 

สำหรับห้องพิจารณา 804 ที่นั่งของจำเลยจะแตกต่างจากห้องพิจารณาอื่น ที่ห้องนี้ ที่นั่งจำเลยมีกระจกใสกั้นเป็นห้อง ไม่มีหลังคา มีม้านั่งยาวด้านใน 2 ตัว ห้องนี้เก็บเสียงระดับหนึ่ง ทำให้ตลอดเวลาการสืบพยานจะต้องเปิดประตูห้องไว้จึงจะได้ยินเสียง

ผ่านไปกว่า 20 นาที ทนายความและจำเลยอื่นมาพร้อมกันแล้ว ขาดแต่เพียงฟ้าที่ยังถูกพาตัวมาไม่ถึง เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้ติดต่อประสานอีกครั้ง และหันมาแจ้งกับทนายจำเลยว่า ฟ้ายังมาไม่ถึง แต่ทราบว่าออกมาจากเรือนจำอำเภอธัญบุรีตั้งแต่เช้าแล้ว

จนเวลา 10.11 น. ฟ้าถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 1 คน นำตัวมายังห้องพิจารณา เขาแต่งกายด้วยชุดนักโทษ เสื้อสีน้ำตาลด้านหลังเขียนด้วยอักษรสีขาวว่า ‘ศาลเบิก’ กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอิฐ เดินเท้าเปล่าและที่ขาถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนขาแตกต่างจากอานนท์กับแอมป์ที่เป็นกุญแจ แต่ของฟ้ามีลักษณะเป็นเหล็ก เขลอะสนิม ความหนาประมาณ 17 มิลลิเมตร มีเชือกผูกไว้ตรงกลาง มือหนึ่งต้องถือเชือกไว้ช่วยประคองน้ำหนักโซ่

(ภาพวาดจากห้องพิจารณา ฟ้า พรหมศร นั่งฟังการสืบพยาน)

เมื่อมาถึงฟ้าไหว้ทักทายประชาชนและส่งรอยยิ้มด้วยปากสีเนื้อซีด ๆ ก่อนที่จะไปนั่งในห้องกระจกใสที่มีจำเลยอื่น และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เมื่อนั่งลงแล้วก็หันหน้าไปทางประชาชนที่มาให้กำลังใจอีกครั้ง โบกมือทักทายและเอามือแนบไว้ที่อกใกล้กับหัวใจ 

ครอบครัวและหลายคนได้เข้าไปในห้องกระจกใส นั่งใกล้กับฟ้าถามถึงอาการ เพราะทราบจากทนายความที่เข้าเยี่ยมวานนี้ (19 ส.ค. 2569) ว่าฟ้าเป็นลม เขาเล่าว่าเขาเป็นลมขณะลุกเดิน ล้มลงไป และรู้ตัวอีกทีก็อยู่สถานพยาบาลแล้ว จากนั้นพยายามดื่มน้ำหวานให้มีแรงมากขึ้น

ตลอดการพูดคุย แม่ของฟ้านั่งข้าง ๆ จับมือฟ้าไว้แน่นและบีบมือกันไว้ตลอด มือฟ้าอีกข้างก็กำยาดมไว้ ยกขึ้นมาสูดก่อนพูดหรือตอบคำถาม

เพื่อนของฟ้านำหอยสังข์สีขาวนวลขนาดใหญ่เท่าขวดน้ำ 550 มิลลิลิตร และมีภาพเทพฮินดูที่ฟ้านับถือมาให้ดู เขาประสานมือไว้ข้างหน้าและหลับตาลงสักครู่หนึ่ง เหมือนขอพรอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะส่งภาพกลับไป

เวลา 10.20 น. ผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณา และดำเนินการในคดีอื่น ระหว่างนั้นมีประชาชน 2 – 3 ราย เดินมาหาฟ้าพร้อมน้ำเปล่าและน้ำหวาน บรรยากาศในห้องพิจารณาค่อนข้างผ่อนคลาย รวมแล้วในห้องพิจารณามีทั้งจำเลยและประชาชนที่มาติดตามคดีราว 45 คน

จากนั้นไม่นาน ผู้พิพากษาในคดีนี้ได้ออกนั่งพิจารณาและเริ่มการสืบพยาน เริ่มต้นจากทนายจำเลยซักถาม 

(ภาพวาดจากห้องพิจารณาขณะสืบพยาน)

เวลา 11.18 น. หลังสืบพยานปากแรกเสร็จสิ้น ศาลได้พักการพิจารณาราว 5 นาที ระหว่างนี้ลูกชายของอานนท์ได้วิ่งปรี่เข้ามาหาพ่อและยื่นเค้กชิ้นเล็ก ๆ ให้พร้อมพูดว่า “เบิดเดย์”

เมื่อเริ่มสืบพยานปากที่สอง ฟ้ายืนขึ้นยกมือเหนือไล่ “ขอไปนั่งข้างนอกแป๊บหนึ่งได้มั้ยคะ” ฟ้าถาม ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตอบรับด้วย อานนท์ลุกขึ้นร่วมแถลงด้วยว่า “น้องเขาอดอาหารประท้วงอยู่ครับ น้องเขาคงหนาว ห้องมันเย็นมากเลย ไปนั่งแป๊บเดียว ให้ผู้คุมไปด้วยครับ” จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 2 คน จึงลุกขึ้นและพยักหน้า พาฟ้าออกไปนั่งที่ม้านั่งหน้าห้องพิจารณา

ฟ้าออกมานั่งหน้าห้องพิจารณากับแม่และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 2 คน แม่กอดฟ้าและเริ่มร้องไห้ ก่อนเขาจะกอดกลับและลูบหลังปลอบแม่

หลังการสืบพยานเสร็จสิ้น มีประชาชนเข็นพ่อฟ้าออกมาหา ฟ้านั่งคุกเข่ามือวางที่เข่าพ่อบนเก้าอี้รถเข็น ฟ้ายิ้มให้พ่อและพูดว่า “ป๊า ฟ้าอิ่มทิพย์ ฟ้ากินนม ฟ้าสวดมนต์นั่งสมาธิ ฟ้าอิ่ม ฟ้าไม่ได้กินข้าว” พ่อของฟ้าที่ป่วยไม่ได้พูดอะไร จากนั้นเป็นเวลาของครอบครัวชั่วครู่

หลังจากนั้นฟ้าก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปห้องพิจารณาเพื่อเซ็นเอกสาร มีประชาชนหลายรายเดินมาขอกอดฟ้าเพื่อให้กำลังใจ ฟ้ายินดีที่ทุกคนเป็นกำลังใจให้และกอดตอบ ฟ้าฝากกล่าวทิ้งท้ายแจ้งเรื่องการเตรียมยื่นประกันตัวในวันที่ 28 ส.ค. นี้  สามารถติดตามให้กำลังใจได้ต่อไป 

“การต่อสู้ของฟ้าในครั้งนี้หวังว่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีในอนาคต” เขาบอก

.

.

สำหรับการสืบพยานวันนี้ ฝ่ายจำเลยนำพยานผู้เชี่ยวชาญเข้าสืบ 2 ปาก ได้แก่ สมชาย ปรีชาศิลปกุล และต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ ก่อนที่จะแถลงหมดพยานและขอยื่นแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 45 วัน การพิจารณาคดีเสร็จสิ้น กำหนดนัดฟังคำพิพากษา วันที่ 30 ต.ค. 2569 เวลา 09.00 น. 

.

“ฟ้า” พรหมศร ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 หลังศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัวระหว่างฎีกา ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน โดยมีความพยายามยื่นขอประกันตัวมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง
ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงฟ้า และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล  

.

อ่านบทสัมภาษณ์: ภาระ หน้าที่ และความหวังของ “ฟ้า” พรหมศร จำเลยคดีมาตรา 112 ในวันที่เสี่ยงเดินกลับเข้าเรือนจำ

X