“เฉกพิรุณ ในที่มืด อนธการ”: “ฟ้า พรหมศร” บอกเล่าสถานการณ์ถูกนำตัวไปศาล ขอบคุณทุกความรัก-กำลังใจ

วันที่ 18 มี.ค. 2569 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา โดยฟ้าได้เริ่มอดอาหาร เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมด ตั้งแต่เย็นวันที่ 9 มี.ค. 2569

ก่อนเข้าเยี่ยมในช่วงเช้าวันนี้ ได้รับข่าวว่าคุณแม่ของฟ้าที่เป็นลมที่ศาลอาญาวานนี้ อาการดีขึ้นแล้ว และพ่อของฟ้าก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทั้งสองคนได้เดินทางมาเยี่ยมฟ้าในวันนี้ด้วย

หลังรอคอยราว 30 นาที ฟ้าเดินออกมาในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ท่าทียังคงสดใส ฟ้ากล่าวทักทายชัดถ้อยชัดคำ ก่อนบอกเล่าว่าตอนนี้ร่างกายก็เป็นไปตามอัตภาพ ค่าน้ำตาล ค่าความดันยังคงที่ โดยมีพยาบาลเข้ามาตรวจเช็คทุกวัน อาการวูบ ๆ หน้ามืด ยังคงมีอยู่ ยังต้องคอยดมยาดมอยู่ตลอด แต่วันนี้อาการปวดหัวไมเกรน กับอาการชาตามนิ้วมือนิ้วเท้าดีขึ้น โดยมีพี่ ๆ ผู้ต้องขังที่เป็นหมอนวดมาช่วยนวด ทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น

ระหว่างนั้น ฟ้าได้รับแจ้งให้ออกไปพบญาติ คือพ่อกับแม่ที่เดินทางมาเยี่ยม ต่อมา ได้พบแม่ที่ยังมีสีหน้าอิดโรย ส่วนพ่อต้องมีคนคอยพยุงและใช้ไม้เท้าในการเคลื่อนไหว ที่บริเวณมือและข้อมือถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาว บริเวณแขนทั้งสองข้างบวมและมีรอยเข็มกระจายอยู่ จากนั้นครอบครัวจึงได้พูดคุยกันในการเยี่ยมแบบปกติ

หลังจากนั้น ฟ้ากลับมา พยายามนั่งสงบจิตสงบใจ ก่อนพูดคุยเรื่องในทางคดี เขายังรอที่จะลองยื่นขอประกันตัวระหว่างฎีกาอีกครั้ง โดยอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารต่าง ๆ

ฟ้ายังแจ้งว่าเตรียมยุติการอดอาหาร เนื่องจากคิดว่าได้ส่งข้อเรียกร้องของเขาออกไปต่อสังคมแล้ว และสิ่งนี้ยังต้องอาศัยการช่วยกันผลักดันกันต่อไป โดยทางเรือนจำให้มีนักสังคมสังเคราะห์เข้ามาพูดคุยด้วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่หลายคน ถึงสถานการณ์การอดอาหาร และบางส่วนพูดถึงกระบวนการดูแลร่างกายหลังจากการยุติการอดอาหารไว้แล้ว แต่ในเรื่องนี้ยังต้องติดตามอัปเดตอีกครั้ง

.

ฟ้าย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ถูกพาตัวไปศาลอาญา เขาบอกว่าโซ่ตรวนที่ถูกใส่ทำให้มีรอยถลอกเล็กน้อย แต่ทราบว่าเป็นโซ่ตรวนที่โอเคที่สุดแล้วที่จะหาได้ โดยต้องดำเนินการขัดสนิทออกจากโซ่ตรวนก่อน เพราะถ้าสนิม จะกินเนื้อที่เท้ามาก โดยเมื่อวานยังพบว่าพี่อานนท์ (นำภา) และแอมป์ (ณวรรษ) ที่ถูกนำตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สวมเสื้อยืดกางเกงวอร์ม และใส่โซ่ตรวนที่เล็กกว่าของฟ้า ส่วนฟ้าอยู่ในชุดผู้ต้องขังแบบผ้าสีน้ำตาล

ฟ้าบอกว่า การได้เจอครอบครัวและหลายคน ทำให้รู้สึกปีติในใจ แต่ก็เข้าใจว่าทำให้หลายคนรู้สึกช็อค จนแม่ถึงกับเป็นลม เพราะรูปลักษณ์เขาอาจจะเปลี่ยนไป ทั้งทรงผมที่ถูกตัด ใบหน้าที่ตอบลงจากการอดอาหาร และชุดที่สวมใส่ ฟ้าได้ยินแม่พูดตอนสวมกอดด้วยคำว่า “ลูกแม่ผิดอะไร ทำไมใจร้ายกับลูกแม่จัง” โดยแม่พูดซ้ำ ๆ เหมือนไม่รู้ตัว แล้วก็เป็นลมไปเลย

ฟ้ายังบอกว่ารู้สึกประทับใจที่วานนี้ มีคนไปที่ศาลค่อนข้างเยอะมาก แต่อีกใจก็รู้สึกเศร้าที่ต้องไปเจอผู้คนในสถานการณ์แบบนี้ “เห็นเพื่อน ๆ ที่เราไม่คิดว่าเค้าจะมา แต่เค้าก็มา แล้วก็เห็นแฟน แล้วทุกคนเหมือนมาเห็นเราแล้ว ทุกคนไม่ไหว ทุกคนเข้ามากอด”

ฟ้าได้แต่งถ้อยคำบรรยายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นวานนี้ไว้ด้วยว่า “อันเมตตา น้ำใจ ไมตรีจิต  ช่างวิศิษฏ์ แก้ววิเศษ จะหาไหน  เฉกพิรุณ ในที่มืด อนธการ”

.

ฟ้ายังฝากให้จดบันทึกถ้อยคำของเขาออกไปสื่อสารถึงทุก ๆ คน ว่า “หากจะเอื้อนเอ่ยคำใดที่มีค่าควรเมือง ที่จะมอบเป็นบรรณาการในเวลานี้ คงจะมีแต่เพียงคำว่า ‘ขอบคุณ’ เมื่อวานตัวฟ้าได้เห็นประภาสแสงแห่งความรักจากทุก ๆ ท่าน ตกกระทบท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวัง สะท้อนมาสู่ตัวฟ้าอย่างเหลือคณานับ ทั้งผู้ที่มักคุ้นหรือผู้ที่รับทราบเรื่องราวก็มากันจนเนืองแน่นห้องสืบพยาน มองแล้วเป็นภาพที่สวยงามและขอบันทึกไว้ในความทรงจำ

“มากไปกว่านั้นแสงระเรื่อที่อบอุ่นใจนี้ แผ่รัศมีอันแสงสว่างผ่านม่านหมอกแห่งความมืดมนไปสู่คุณแม่ แฟน และครอบครัวของฟ้า ทุก ๆ คน อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าความเจ็บปวดของชีวิตจะผ่าลงมาจากเหตุคุณแม่เป็นลม กับภาพลูกชายที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยพลังความห่วงใย ของทุกท่าน กลับคอยโอบอุ้มคุณแม่ จนฟ้าปิติอย่างมิอาจกล่าวคำใดออกมาได้

“แม้ว่าสถานการณ์จะอนธการสักเพียงใด ขอแค่ทุก ๆ ท่านมีความรักในจิตใจ และพร้อมส่งต่อเพียงเท่านี้ ก็หาค่าอันใดมาเทียบมิได้แล้ว

“จากหลายเหตุการณ์และสายธารแห่งความห่วงใยที่ไหลรุนแรงดุจกระแส ‘คังโคตรี’ ที่ส่งต่อมาถึงตัวฟ้า ในความกังวลเรื่องการอดอาหาร ที่ล่วงได้เกิน 7 วัน แล้วนั้น ฟ้าเข้าใจอย่างยิ่งและขอน้อมรับความเป็นห่วงนั้นด้วยจิตคารวะ แต่ขอยืนหยัดในสันติภาพและการร่วมสร้างสังคมแห่งความเข้าใจ ด้วยความหวังที่จะได้เห็นสังคมแห่งสันติสุข และการให้อภัย ‘นักโทษทางความคิด’ ที่แตกต่างกันทุกยุคสมัย ทุก ๆ ท่าน

“หวังว่าทุก ๆ ท่านจะร่วมส่งต่อสิ่งนี้ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร ความเข้าใจ และไมตรีจิตต่อกัน ตัวฟ้าเข้าใจดีว่าความชิงชังนั้นฝังลึก แต่เราจะร่วมกันวางมันลงแล้วก้าวเดินต่อไป ร่วมข้ามผ่านความขัดแย้ง สร้างสรรค์สังคมที่ดีให้แก่กันสืบไป”

ฟ้ายังฝากข้อความสุดท้ายว่า ถ้ายังไม่ได้ออกไป เขาจะมีนัดสืบพยานคดีที่ศาลอาญาอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. 2569 นี้ หวังว่าจะได้พบกับหลาย ๆ คนเหมือนเดิม

.

อ่านเรื่องราวของพรหมศร

ภาระ หน้าที่ และความหวังของ “ฟ้า” พรหมศร จำเลยคดีมาตรา 112 ในวันที่เสี่ยงเดินกลับเข้าเรือนจำ

.

X