วันที่ 20 ส.ค. 2569 ผู้รับมอบอำนาจทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้กำกับการ สน.เตาปูน จากกรณีเหตุการณ์ “ธนิต” (นามสมมติ) ผู้ป่วยจิตเวชวัย 42 ปี ถูกกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “กองเรือนรก” บุกเข้าติดตามตัวถึงที่พักและทำร้ายร่างกาย รวมทั้งกล่าวหาธนิตในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
เกี่ยวกับกรณีนี้ เหตุเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ธนิตถูกทำร้ายร่างกายและพาตัวไปที่ สน.เตาปูน ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวแจ้งความในข้อหาตามมาตรา 112 เอาไว้ แต่ทางตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อธนิต โดยได้ดำเนินการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและสอบปากคำ ก่อนจะนำตัวเขาไปส่งที่ สน.ดอนเมือง จากนั้น ธนิตพร้อมกับทนายความได้แจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวจากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้น
ต่อมา 27 ก.ค. 2569 ทนายความส่งหนังสือถึงพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อติดตามความชัดเจนในแนวทางการสอบสวนกรณีทำร้ายร่างกายของกลุ่มกองเรือนรก ต่อมาตามรายงานข่าวปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย, กักขังหน่วงเหนี่ยว และซ่องโจร
.
ทนายความยื่นหนังสือ 2 ฉบับ ติดตามการสอบสวน – ขอคืนโทรศัพท์ที่ถูกยึดไป
วันนี้ (20 ส.ค.) ผู้รับมอบอำนาจทนายความได้เข้ายื่นหนังสือที่ สน.เตาปูน จำนวนสองฉบับ ได้แก่ ถึงผู้กำกับการ สน.เตาปูน ให้พิจารณาดำเนินการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายซึ่งป่วยจิตเวช โดยมีสาระสำคัญคือ
เหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 กรณีกลุ่มบุคคลซึ่งเรียกตนเองว่ากลุ่ม “กองเรือนรก” ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย “ธนิต” จนได้รับบาดเจ็บ และยังหน่วงเหนี่ยวกักขังและบังคับคุมตัวมายัง สน.เตาปูน อีกทั้งกลุ่มดังกล่าวยังได้รวมตัวกันบริเวณสถานี สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง จึงขอทราบว่าได้มีการสืบสวน สอบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลจากกล้องวงจรปิด และคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่ รวมทั้งมีการดำเนินคดีใดกับกลุ่มดังกล่าวหรือไม่
พร้อมขอให้ตรวจสอบว่า การรับตัวผู้เสียหายจากกลุ่มดังกล่าวซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจของเจ้าพนักงาน ตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการตามคำสั่งหรืออาศัยอำนาจตามบทบัญญัติกฎหมายใด และเจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มกองเรือนรก ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.อิทธิกร ตีประภากร สารวัตรสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อขอให้คืนโทรศัพท์มือถือของธนิต สืบเนื่องจากในวันเกิดเหตุ ธนิตไม่ได้กระทำการใดที่เป็นความผิดซึ่งหน้า และไม่เคยได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีตามมาตรา 112 ของ สน.เตาปูน มาก่อน
ตลอดจน ขณะที่ธนิตถูกกลุ่มกองเรือนรก ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจเข้าใช้กำลังทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว และบังคับจับกุมตัวมายัง สน.เตาปูน นั้น ไม่มีเจ้าพนักงานแสดงหมายจับในคดีมาตรา 112 แต่อย่างใด
การจับกุมดังกล่าว จึงเป็นการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 79 , มาตรา 80 และมาตรา 82 ซึ่งได้ปรากฏด้วยว่าเจ้าพนักงานรับตัวธนิตไว้จากกลุ่มบุคคลดังกล่าว และยังได้ทำการยึดโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีการจัดทำบันทึกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา เจ้าพนักงานจึงไม่มีอำนาจในการยึดโทรศัพท์มือถือของธนิตไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 และมาตรา 132
และขณะที่เจ้าพนักงานทำการยึดหรือตรวจสอบ เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ก็ไม่ได้มีคำสั่งของศาลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 18 และมาตรา 19
แม้ตามบันทึกการตรวจยึด ธนิตจะยินยอมให้ตรวจสอบโทรศัพท์ แต่ขณะที่เจ้าพนักงานทำการตรวจยึดและขอความยินยอมนั้น ธนิตเป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งป่วยด้วยโรคจิตเภทมีพฤติกรรมหวาดระแวง และมีประวัติการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช สภาวะทางจิตใจและสติสัมปชัญญะของธนิตย่อมไม่สมบูรณ์ที่จะทำความเข้าใจถึงผลผูกพันทางกฎหมายได้
และประการสำคัญ ธนิตเพิ่งถูกกลุ่มกองเรือนรก ใช้กำลังรุมทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังได้ปิดล้อมสถานีตำรวจไว้ การแสดงความยินยอมและความสมัครใจของธนิตย่อมตกอยู่ในสภาวะความหวาดกลัว และไม่ถือเป็นความยินยอมที่สมบูรณ์ เจ้าพนักงานจึงไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ หรือเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ดังกล่าว
ทางทนายความได้ขอให้ผู้กำกับการ สน.เตาปูน และพนักงานสอบสวน ได้แจ้งผลตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการถูกละเมิดโดยบุคคลอื่นด้วย
