“ฟ้า พรหมศร” ยังอดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัวผ่าน 41 วัน เล่าความอยากดูหนัง “จดหมายรักถึงอาม่า”

วันที่ 10 ส.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ระหว่างฎีกาที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เขาเริ่มอดอาหารอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว ขอโอกาสในการออกไปดูแลครอบครัว โดยพ่อของเขาป่วยโรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ และโรคต่าง ๆ รวมถึงแม่ที่มีอาการซึมเศร้า

ฟ้าอยู่ในชุดยูนิฟอร์มเดิมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ แต่วันนี้เสื้อที่สวมดูตัวใหญ่ขึ้น ทำให้รู้สึกว่าเขาผอมลงไปอีก ท่าทางของฟ้าดูโรยแรง และซีดเซียว เขาขอนั่งพักสักพักใหญ่ ระหว่างนั้นก็ดมยาดม หลับตา และสูดหายใจเข้าออกช้า ๆ ก่อนทำสัญญาณให้พูดคุยได้

ฟ้าอัปเดตว่า เมื่อเช้ากินเกลือแร่ 1 ซอง และทานกาแฟดำผสมน้ำผึ้งซึ่งได้จากเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เขาถูกนำตัวไปให้น้ำเกลือที่ห้องพยาบาลอีกครั้งด้วย

ช่วงนี้ ค่าน้ำตาลวัดมากสุดฟ้าบอกว่าอยู่ที่ประมาณ 85 ส่วนความดันมากสุดจะอยู่ที่ 100 อัตราการเต้นของหัวใจฟ้ารู้สึกว่าต่ำลงเรื่อย ๆ โดยแต่ละสัปดาห์ผ่านไป ก็ค่อนข้างแย่ลงเรื่อย ๆ อาการท้องมีเสียงโกรกกาก เหมือนแก๊สดันขึ้นมา รวมทั้งยังมีอาการเวียนหัว และปวดท้องจนเป็นเรื่องปกติ  รวมทั้งมีบางเวลาที่ปวดจุกมาก เขาพยายามกินยาธาตุน้ำขาวช่วยบรรเทา 

ฟ้าให้ข้อมูลว่าตั้งแต่เขาอดอาหาร ไม่ได้มีนักโภชนาการหรือแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะมาพูดคุย มีแต่เพียงแพทย์เวรหรือผู้ช่วยพยาบาลที่มาดูอาการ ดูแล้วต่างจากสถานการณ์ของนักกิจกรรมที่อดอาหารที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อปีก่อนหน้านี้ โดยตอนนี้มีเพื่อนผู้ต้องขังที่มาคอยช่วยดูอยู่ด้วย เพราะกลัวจะวูบล้มไป

ฟ้าเล่าว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขารู้สึกเหนื่อยมาก จนแทบไม่มีแรงลุกไปหาหมอเวร ภาพทุกอย่างรอบตัวดูช้าไปหมด ทั้งวันหมดไปกับการนอนเฉย ๆ ไม่ค่อยได้ลุกมาทำกิจกรรมอะไร ไม่ได้ไปห้องสมุดหรือหาหนังสือมาอ่านอีก แต่ในทุกวัน เขายังพยายามสวดอธิษฐานถึงผลการต่อสู้อดอาหารในครั้งนี้ของเขา

“บางทีฟ้าก็อยากรู้ว่าการสู้ของฟ้าจะเป็นผลไหม แต่ตอนนี้ฟ้าไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่ครอบครัวที่เป็นเรื่องประเสริฐของชีวิต” ฟ้าบอกไว้

ฟ้ายังอัปเดตข่าวจากทางบ้าน ว่าทราบว่าคุณยายเข้าโรงพยาบาล และได้ฝากข้อความห่วงใยมาถึงฟ้าด้วย รวมทั้งก่อนหน้านี้ได้ทราบสถานการณ์ของพ่อที่อาการไม่ค่อยดีนัก ทำให้รู้สึกเศร้าจนน้ำตาร่วงออกมา

.

ก่อนหน้านี้ ฟ้ายังย้ำถึงเรื่องภาพยนตร์ “จดหมายรักถึงอาม่า” ว่าเป็นเรื่องที่เขาอยากดู เพราะน่าจะมีเรื่องราวของวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเล ที่เขามีส่วนเติบโตมา ฟ้าบอกว่าเขาทัน “ก๋ง” ที่มาจากเมืองจีน แม้จะไม่นานนัก และยังสนิทกับอาม่า เขายังเรียนรู้ภาษาจีนแต้จิ๋ว และอาหารจีนต่าง ๆ  เขามีทั้งความเป็นจีน ไทย และลาวปนกัน เติบโตมากับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

“ปกติก๋งเป็นคนที่ไม่ค่อยทำอาหาร แต่ฟ้าที่อยู่ในวัยเด็ก และเป็นเด็กทานยาก ก๋งจะยอมทำกับข้าวให้ เช่น ไข่ดาว ไข่ลวก เป็นความทรงจำที่มีต่อก๋ง นึกมองย้อนกลับก็เป็นความทรงจำที่น่ารักเหลือเกิน ในความทรงจำของฟ้าหลังจากที่เขาเสีย ฟ้าก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่เริ่มมาสนใจในตอนหลัง ที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ พ่อชอบพาไปปักกิ่ง ไปซัวเถา ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยเจริญ แต่พ่อก็พาไป เพราะพ่อบอกว่าก๋งเคยอยู่ที่นั่น คงอยากให้ไปเรียนรู้รากเหง้า พอศึกษามากขึ้น เราก็รู้สึกขอบคุณที่เราเป็นตัวเราในวันนี้” ฟ้าบอกเล่าถึงภูมิหลังของเขา

เขายังแต่งบทกลอนฝากออกไปสื่อสารในครั้งนี้ด้วยว่า

“เธอคือ ผู้ร้อยเรียง ความรัก
คือศรศัก ปักหัวใจ
เธอคือ ความหมาย ทุกสิ่งไป
คือไฟ ในวิญญาณ
เธอคือชีพ คือชีวิต
คือดวงจิต คือทุกอย่าง
จากนี้ ในชาติใด ไม่ปล่อยวาง
ขอตามข้าง ทุกคราไป”

ฟ้ายังย้ำถึงการต้องถูกนำตัวไปศาลอาญา ในวันที่ 20 ส.ค. นี้ ในการสืบพยานคดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปscb ซึ่งอยากให้เพื่อน ๆ มาติดตามคดี 

วันนี้ฟ้าหยุดพูดเพื่อพักเหนื่อยถี่ขึ้นกว่าทุกครั้งที่เยี่ยม เขาพยายามพูดสิ่งที่คิดได้แบบเร็ว ๆ และต่อเนื่องให้จบ จากนั้นก็จะหยุดพักสูดหายใจเข้า-ออก ยาวๆ พร้อมกับดมยาดมเป็นระยะ

.

“ฟ้า” พรหมศร ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 หลังศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัวระหว่างฎีกา ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน โดยมีความพยายามยื่นขอประกันตัวมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง 

ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงฟ้า และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล  

.

X