เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ทนายความเข้าเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี หลังศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุก 2 ปี 10 เดือน จากกรณีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง
ฟ้าเริ่มอดอาหารอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยเขาเรียกร้องสิทธิประกันตัว เพื่อขอโอกาสในการออกไปดูแลครอบครัว โดยพ่อของเขาป่วยโรคพาร์กินสันและกำลังนำไปสู่อัลไซเมอร์ รวมถึงแม่ที่มีอาการซึมเศร้า
ในการขอเข้าเยี่ยมฟ้า ต้องรอคอยหลังยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่กว่า 1 ชั่วโมง ก่อนพบว่ามีปัญหาเอกสารการขอเข้าเยี่ยมไม่ถูกนำเข้าไปข้างใน หลังการทักท้วง ต้องรอการดำเนินการทางเอกสารต่อไปอีก 1 ชั่วโมง ทำให้กว่าจะได้เข้าเยี่ยมฟ้า ต้องใช้เวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง
ฟ้าอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ เขาดูตัวซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เดินตัวงอเล็กน้อย เมื่อนั่งลง ฟ้าพูดจับใจความได้ว่าขอนั่งตั้งสติสักครู่ ก่อนหลับตาและพยายามสูดหายใจเข้าออกลึก ๆ 2-3 ครั้ง
แม้เข้าสู่วันที่ 13 ของการอดอาหารแล้ว แต่ฟ้ายังยืนยันการอดต่อไป เขาแจ้งว่าตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ 55 กิโล โดยสองสามวันนี้ เขาถ่ายเป็นน้ำ ร่างกายคงกำลังสู้อยู่ ช่วงนี้เขากินลูกอมบ่อย ๆ เพราะรู้สึกว่าน้ำตาลลดลงเร็ว ประกอบกับปกติ ฟ้าเป็นคนชอบเดินอยู่แล้ว เขาเดินไปมาเพื่อให้หัวแล่น หรือเวลาคิดอะไรออก แม้ตอนอดอาหารอยู่ก็ยังชอบเดิน เลยอาจจะทำให้ร่างกายถูกใช้เข้าไปอีก ตอนนี้แม้จะคิดช้าลงไปบ้าง แต่ก็ก็พอกระดึ๊บไปข้างหน้าได้
ฟ้าบอกว่า ตอนนี้ยังเริ่มมีอาการชาที่ปลายมือปลายเท้า มีอาการปัสสาวะขัด ปวดท้องเหมือนอาการโรคกระเพาะ แต่ตอนนี้ไม่ได้กินยาไขมัน แต่เมื่อวานได้กินยายูริกไปเพราะโรคเกาต์กำเริบ เวลาหายใจเข้าออกมีอาการปวดช่วงอกตรงกระบังลม ตอนนี้น้ำตาลอยู่ที่ 76 ความดันประมาณ 85-105 ถ้าวันไหนกินน้ำหวานมาก ความดันก็จะขึ้นมาประมาณ 100 กว่า ๆ การออกไปเยี่ยมญาติหรือพูดคุยกับทนาย ก็ทำให้หมดแรงหลังการพูดคุยด้วย
ส่วนสภาวะจิตใจ ฟ้าบอกว่าช่วงนี้รู้สึกเศร้า พอร่างกายไม่มีแรง จิตใจก็เริ่มคิดไปในทางลบ หรือคิดไปถึงเรื่องป๊าที่เจ็บป่วยอยู่ ช่วงวันหยุดที่ไม่มีใครมาเยี่ยม ก็จะรู้สึกโดดเดี่ยว การไม่มีอะไรทำข้างใน ยังทำให้ใจไปโฟกัสกับความเศร้ามากขึ้นด้วย จากนั้นฟ้าพูดคุยอัปเดตถึงอาการป่วยของพ่อ และเขาได้ฝากข้อความออกไปถึงครอบครัว
ฟ้ายังบอกเล่าถึงการที่ได้พูดคุยกับผู้ต้องขังในห้องสมุดช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งมีชั้นเรียน ปวช. ได้มีผู้ต้องขังเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จึงพยายามพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องนี้ ฟ้าสรุปการแลกเปลี่ยนว่าไม่ว่าเรื่องอะไร ไม่ได้มีใครอยากทำผิด แต่เราแต่ละคนถูกบีบจากปัญหาของโครงสร้างสังคม การได้ฟังเรื่องราวของคนในนี้ ก็ทำให้เห็นการดิ้นรนต่อสู้ของผู้คน
วันนี้ ฟ้ายังพยายามบอกเล่าถึงตัวตนของเขา ที่รักในงานด้านวรรณกรรม-วรรณศิลป์ หรือบทกลอน ตั้งแต่จำความได้เขาพบว่าตัวเองชอบแต่งกลอน คุณยายยังเคยแซวว่า ฟ้าไม่มีอะไรเป็นคนยุคใหม่เลย ตอนเด็กถ้าเป็นเรื่องดนตรี เด็กคนอื่น ๆ จะเรียนดนตรีสากล-เปียโน แต่ฟ้าเรียนขิม-ซอสามสาย คนอื่นอ่านนิทาน-การ์ตูน ฟ้าชอบอ่านวรรณคดี และชอบคำโบราณ
ฟ้าเล่าว่า ตนเองเป็นคนเกิดเพชฌฆาตฤกษ ก็คือเป็นฤกษ์เกิดของคนที่ตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อได้ตัดสินใจแล้ว ครั้งนี้เหมือนฟ้าหยิบดาบขึ้นมาสู้ แต่การสู้ในครั้งนี้คือทำไปเพื่อขอความเมตตา เขาเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะประกอบด้วยความเมตตา ไม่เชื่อว่าเค้าจะทำลายครอบครัวหนึ่งได้ ยังเชื่อว่าความเมตตายังคงมีอยู่
“ฟ้าอยากขอเรื่องเมตตา ทุกคนเป็นเหมือนแก้วที่ร้าว ถือมีดไว้ข้างหลัง ในขณะที่สังคมบอกว่าจะสร้างสังคมสันติสุขซึ่งต้องพูดคุย การพูดคุยจะทำให้เกิดความอ่อนโยน สังคมสันติสุขที่แท้จริงคือความเมตตา ถ้อยทีถ้อยอาศัย เกิดการรับฟัง เกิดความเข้าใจ เมื่อมีความเข้าใจสั่งสม สังคมสันติสุขจึงบังเกิด ถ้าเราไม่บังเกิดความเมตตา ก็จะไม่เกิดขั้นตอนถัดไป”
ฟ้ายังย้ำเรื่องการขอสิทธิกลับไปดูแลและเป็นเสาหลักให้ครอบครัว การพยายามอดอาหารครั้งนี้ คือเขาพยายามตะโกนกู่ร้องดูอีกครั้ง
สุดท้ายเขายังฝากบอก “ครูใหญ่” อรรถพล ด้วยว่าได้รับจดหมายที่ครูใหญ่ฝากมากับผู้ต้องขังที่ออกศาลแล้ว เขาขอบคุณมาก ๆ ขอส่งกำลังใจให้แก่กันต่อไป ยังมีความหวังว่าจะได้ออกนั่งกินข้าวกินเหล้าด้วยกัน
.
| “ฟ้า” พรหมศร ถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2569 หลังศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัวระหว่างฎีกา ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน โดยมีความพยายามยื่นขอประกันตัวมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ร่วมเขียนจดหมายออนไลน์ถึงฟ้า และผู้ต้องขังทางการเมือง ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล |
.
