สีรุ้งหลังกำแพงสูง: เมื่องาน PRIDE อยู่ในเรือนจำ และความหลากหลายทางเพศมีอยู่ทุกพื้นที่

ปภาวี ภู่ทอง

ในทุก ๆ เดือนมิถุนายนของทุกปี พื้นที่สาธารณะทั่วทุกมุมโลกมักถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของธงสีรุ้งที่โบกสะบัดควบคู่ไปกับขบวนพาเหรดของผู้คนที่ออกมาแสดงจุดยืนผ่านเครื่องแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศวิถีของตัวเอง ขณะที่ย่านการค้าต่าง ๆ ก็พร้อมใจกันประดับประดาสัญลักษณ์สีรุ้งและจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจและความเท่าเทียมทางเพศ

การเฉลิมฉลองนี้เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ แต่รู้หรือไม่ว่า สัญลักษณ์สีรุ้งอันสะท้อนถึงเสรีภาพในตัวตนผู้คน ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงแค่โลกภายนอกเท่านั้น แม้แต่เบื้องหลังกำแพงสูงของเรือนจำซึ่งเป็นสถานที่ที่มีกฎระเบียบเข้มงวดและกักขังผู้คนให้แยกขาดจากสังคมภายนอก กิจกรรม Pride Month ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

รายงานนี้ชวนไปสำรวจเรื่องราวการร่วมเฉลิมฉลองในพื้นที่อันแสนจำกัดอย่างเรือนจำ ที่ซึ่งการยืนหยัดเพื่อตัวตนที่หลากหลายก็ยังคงส่งเสียงกังวานรอดผ่านรั้วลวดหนามออกมาสู่โลกภายนอกได้เสมอ


เมื่อปี 2568 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเรือนจำ 2 ที่ ได้จัดงานเฉลิมฉลอง Pride Month อย่างเป็นทางการ ได้แก่ ทัณฑสถาน อาร์.เจ. โดโนแวน (RJ Donovan Correctional Facility – RJD) และ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแซนควินติน (San Quentin Rehabilitation Center)

บนเว็บไซต์ของกรมราชทัณฑ์และการฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย มีการเปิดเผยรายการกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้ต้องขังประจำเดือน ยกตัวอย่างเช่น  ทัณฑสถาน อาร์.เจ. โดโนแวน (RJ Donovan Correctional Facility – RJD) ที่เมืองซานดิเอโก มีกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลไพรด์ประจำปีครั้งที่ 4 ในเดือนมิถุนายนอย่างเป็นทางการ โดยแต่ละปีจะมีธีมงานที่แตกต่างกันไป

ยูนิค (Unique) และ ไวท์ (White) ศิลปินผู้ต้องขังจากเรือนจำ RJD ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานอักษรจาก
กระดาษเป็นคำว่า Pride Inside
ภาพจาก California Department of Corrections and Rehabilitation

งานไพรด์ในทัณฑสถาน อาร์.เจ. โดโนแวน (2568) จะมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ และยอมรับความแตกต่าง สร้างความผูกพัน โดยแนวคิดหลักของปีนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความเป็นพันธมิตร ภายในงานมีลำดับกิจกรรมประกอบด้วย วิทยากรรับเชิญจากข้างนอก เสียงดนตรี การแสดงเต้นรำ อาหารว่างและเครื่องดื่ม สัตว์บำบัด (Animal Therapy) รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาวะที่ดีของผู้ต้องขัง

นอกจากนี้ ยังมีการพูดสร้างแรงบันดาลใจและการแสดงจากคู่รักอินฟลูเอนเซอร์ชาวละติน – อเมริกันอย่างทริโน (Trino) และอดัม (Adam) คู่รักเพศเดียวกันที่สนับสนุนและแชร์เรื่องราวในชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ การแสดงของพวกเขาเป็นการแสดงประกอบบทเพลงและเรื่องราวส่วนตัวของพวกเขาซึ่งช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในเรือนจำ

ภาพกิจกรรมในช่วงแรกของงานซึ่งมีการกล่าวสุนทรพจน์และการเล่นละคร
ภาพจาก California Department of Corrections and Rehabilitation

ทัณฑสถาน อาร์.เจ. โดโนแวน เป็นตัวอย่างเรือนจำที่จัดงานเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลไพรด์ (Pride) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการจัดกิจกรรมแนะนำแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับงานไพรด์ มีภาคประชาสังคม เครือข่ายพันธมิตรในชุมชนได้มาให้การสนับสนุนด้านสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ การวางแผนเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม

.

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2568 สำนักข่าว NBC BAY AREA ได้รายงานข่าว ถึงการจัดงานไพรด์ โดยมีการฉลองยาวนานกว่า 3 วัน ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแซนควินติน (San Quentin Rehabilitation Center) ซึ่งถูกเปลี่ยนจากเรือนจำความมั่นคงสูงมาเป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้กระทำผิด มุ่งเน้นให้การศึกษา ฝึกทักษะอาชีพให้ผู้ต้องขังก่อนกลับสู่สังคม

ภาพบรรยากาศภายในเรือนจำที่มีการตกแต่งด้วยสีรุ้งและป้ายผ้าวาดมือเขียนว่า “ยินดีต้อนรับสู่วันไพรด์ ที่แซนควินติน”
ภาพจากสำนักข่าว NBC BAY AREA

ในศูนย์ฟื้นฟูแซนควินตินฯ สร้างปรากฏการณ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 172 ปีของเรือนจำนี้ ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง LGBTQIA+ รวมถึงมีการเดินขบวนภายในเรือนจำเป็นครั้งแรก โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายใหม่ที่พยายามเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังและเป็นงานที่มีกิจกรรมยาวนานถึง 3 วัน

กิจกรรมภายในเรือนจำไม่ได้มีแค่การเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังมีการสนับสนุนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพและปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ตอกย้ำว่าเรือนจำแห่งนี้ไม่ใช่เรือนจำที่เน้นการลงโทษอย่างเข้มงวด มีกฎระเบียบที่โหดร้ายและสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากอีกต่อไปแล้ว

ภาพผู้ต้องขังรวมกลุ่มกันเดินโบกธงสีรุ้งภายในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแซนควินติน
ภาพจากสำนักข่าว NBC BAY AREA




การจัดงานเฉลิมฉลองเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในเรือนจำอาจดูไม่เป็นไปตามภาพจำของเรือนจำที่ควรจะมีลักษณะเข้มงวดและเหมือนจะมีพื้นที่ให้คนหลากหลายทางเพศอย่างจำกัด แต่ในมุมมองของผู้บริหารระดับสูงอย่าง ซอนยา บาห์โร (Sonia Bahro) ผู้อำนวยการด้านสุขภาพจิตจากทัณฑสถาน อาร์.เจ. โดโนแวน และ แชนซ์ แอนดีส (Chance Andes) พัศดีจากศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแซนควินตินกลับเห็นต่างออกไป

ซอนยา เห็นว่า ภายใต้ระบบการควบคุมในทัณฑสถานตามปกติ มักจะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ให้การยอมรับในเรื่องความหลากหลายทางเพศมากนัก การช่วยสนับสนุนและยืนยันคุณค่าในตัวตนของผู้ต้องขังในสถานที่แห่งนี้จึงเป็นวาระสำคัญที่เรือนจำควรสนับสนุน

เธอได้วางแผนร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ต้องขังที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศและจัดกิจกรรมขึ้นมาร่วมกับภาคประชาสังคม โดยในปี 2569 จะเป็นการเฉลิมฉลองเข้าสู่ปีที่ 2 โดยตามกำหนดการจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. 2569

.

ด้านพัศดีแชนซ์  ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC Bay Area โดยตั้งคำถามกลับว่า “คุณอยากให้ผมปล่อยคนที่ยังแตกสลาย ยังไม่ได้รับการเยียวยา ติดยาเสพติด ไม่มีการศึกษา และถูกปฏิบัติอย่างย่ำแย่ ไปหาคุณ และส่งพวกเขากลับเข้าไปในชุมชนของคุณหรือ ?” 

สำหรับแชนซ์ การจัดงานเฉลิมฉลองไม่ใช่เพียงการสังสรรค์ แต่มันคือการเยียวยาฟื้นฟูและระลึกถึงการต่อสู้ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่มีอยู่จริง เขาเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทลายกำแพงการเหยียดเพศในเรือนจำก่อนที่จะส่งพวกเขากลับคืนไปสู่สังคม

“…แม้จะมีหอคอยเรือนจำพร้อมผู้คุมติดอาวุธและรั้วลวดหนามล้อมรอบ แต่ภายใน (เรือนจำ) ก็กำลังมีการสร้างพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกับวิทยาลัยชุมชน ซึ่งมีเป้าหมายคือเพื่อช่วยให้มั่นใจว่าเมื่อผู้กระทำผิดพ้นโทษ พวกเขาจะกลับคืนสู่สังคมในสภาพที่ดีกว่าตอนที่ก้าวเข้ามา” แชนซ์ แอนดีส กล่าวเสริม

สำหรับผู้ต้องขังที่ช่วยจัดงาน Pride Month ในแซนควินติน พวกเขามองว่า การตีตราและภาวะเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน (Homophobia) ยังคงมีให้เห็นอยู่ไม่น้อยในเรือนจำ แต่ในขณะเดียวกันการจัดงานก็เพียงพอที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นลงได้บ้าง และเป็นความพยายามที่จะสอดแทรกความเข้าอกเข้าใจเพื่อนมนุษย์เข้าไปในกิจกรรม โดยมุ่งหวังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง

ในมุมมองของผู้ต้องขังทั่วไปก็มองว่า การจัดงานเฉลิมฉลอง Pride Month เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศในเรือนจำให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยหนึ่งในผู้ต้องขังที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแซนควินตินได้ให้สัมภาษณ์ ว่า “ที่นี่ คุณจะเห็นอดีตอันธพาลเดินจูงสุนัขไปมา บ้างก็ช่วยกันตั้งโต๊ะให้คำปรึกษา มันเจ๋งไปเลย ที่นี่เปลี่ยนไปแล้ว”

.

.

หากมองกลับมาที่กรมราชทัณฑ์ไทย การเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการมีตัวตนของกลุ่มผู้ต้องขังที่หลากหลายทางเพศ ไม่ได้มีนโยบายที่เป็นรูปธรรม โดยแอมป์ หนึ่งในผู้ต้องขัง ม.112 และนิยามตัวเองว่าอยู่ในกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ เคยเปิดเผยเกี่ยวกับเดือน Pride Month ในปี 2568 ว่าข้างในเรือนจำไม่มีการจัดกิจกรรม Pride Month อย่างน้อยในช่วงที่เขาถูกคุมขังอยู่ก็ไม่เคยมีการจัดวาระนี้เป็นเรื่องสำคัญในเดือนมิถุนายน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2568 กรมราชทัณฑ์ได้จัดงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 19 โดยมีอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานเปิดงาน ได้มีการเปิดนโยบายเคารพความหลากหลายทางเพศในเรือนจำ โดยมีการจัดเวทีให้ผู้ต้องขัง LGBTQIA + แสดงความสามารถภายในงาน 

อย่างไรก็ตาม แม้กรมราชทัณฑ์จะมีนโยบายที่มุ่งเน้นเคารพความหลากหลายทางเพศ โดยออกเป็นแนวนโยบายและมาตรฐานการปฏิบัติ (SOPs) สำหรับกลุ่มผู้ต้องขังข้ามเพศโดยเฉพาะ ตั้งแต่ปี 2565 ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่สาระสำคัญก็เป็นเรื่องของการแบ่งแยกพื้นที่ในแดนคุมขัง โดยมีการแยกห้องนอนและห้องน้ำสำหรับผู้ต้องขังข้ามเพศโดยเฉพาะ และสิทธิการเข้าถึงฮอร์โมน โดยมีการระบุในนโยบายให้ผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงการรับฮอร์โมนอย่างถูกต้องภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการระบุนโยบายเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม หรือส่งเสริมวาระสำคัญอย่างเป็นทางการเพื่อสนับสนุนการดำรงอยู่ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศในเรือนจำ 

แต่ก็พบว่าในบางเรือนจำมีการให้พื้นที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ หรือปีใหม่ แต่ไม่ใช่กิจกรรมที่กล่าวถึงประเด็นการยอมรับความหลากหลายทางเพศโดยตรง

X