ศาลสงขลาแก้โทษคดีของ “ศุภกิจ” ไม่บวกโทษคดีชุมนุมที่ยังไม่สิ้นสุด ทำให้พ้นโทษทันที

วันที่ 29 พ.ค. 2569 ศาลจังหวัดสงขลานัดไต่สวนคำร้องขอให้แก้ไขคำพิพากษาและบังคับโทษทางอาญาใหม่ ในคดีของ ศุภกิจ บุญมหิทานนท์ อดีตนักศึกษาวัย 24 ปี ซึ่งถูกคุมขังจากการบวกโทษในคดีจากการชุมนุมหน้าศาลอาญา เมื่อปี 2564 ต่อจากคดีการกระทำความผิดในเรื่องส่วนตัวอยู่ โดยที่คดีของศาลอาญานั้นยังไม่ถึงที่สุดแต่อย่างใด ต่อมาศาลมีคำสั่งให้แก้ไขโทษใหม่ โดยไม่นำโทษจำคุกมาบวกต่อกัน ทำให้ศุภกิจได้รับการปล่อยตัวในคดีที่จังหวัดสงขลาทันที

.

เพิ่งพบว่าถูกคุมขังมากว่า 2 ปี โดยถูกให้บวกโทษคดีชุมนุมต่อจากคดีส่วนตัว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายน 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเพิ่งทราบข้อมูลกรณีของ ศุภกิจ อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงวัย 24 ปี ที่เคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2563-64 ว่าเขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา มาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2567 โดยไม่มีใครทราบข้อมูล

ต่อมาพบว่า เหตุการถูกคุมขังเกิดจากศุภกิจถูกดำเนินคดีจากการกระทำผิดส่วนตัวที่ศาลจังหวัดสงขลา และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี แต่ให้นำโทษจำคุก 3 ปี ที่รอการลงโทษในคดีชุมนุมหน้าศาลอาญา #ม็อบ2พฤษภา เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2564 มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ด้วย ทำให้เขาถูกพิพากษาจำคุกรวมถึง 4 ปี โดยคดีที่จังหวัดสงขลานี้ เขาไม่ได้มีทนายความให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และไม่ได้อุทธรณ์ต่อ ทำให้คดีสิ้นสุดลง โดยที่คดีของศาลอาญาดังกล่าวยังไม่ได้สิ้นสุดลงแต่อย่างใด แต่ยังอยู่ระหว่างฎีกา

จนถึงปัจจุบัน ศุภกิจถูกคุมขังมาแล้ว 2 ปี กับอีก 2 เดือนเศษ โดยแม้จะถูกคุมขังครบโทษในคดีส่วนตัวเป็นเวลา 1 ปีแล้ว เขาก็ยังถูกคุมขังในคดีจากการชุมนุมหน้าศาลอาญาต่อเนื่องมา

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ทนายความได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสงขลา ขอให้แก้ไขคำพิพากษาและการบังคับโทษทางอาญาใหม่ โดยแถลงต่อศาลว่าคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษจำเลยในคดีของศาลอาญา และโจทก์อ้างว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุดนั้น ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด ศาลจึงไม่สามารถบวกโทษต่อของจำเลยเข้ากับคดีที่ยังไม่ถึงที่สุดได้ 

ประกอบกับการที่จำเลยยื่นคำร้องนี้ ไม่ได้เป็นเหตุให้คำพิพากษาของคดีนี้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เนื่องจากเกี่ยวกับคดีนี้จำเลยได้รับโทษจำคุกครบตามคำพิพากษาแล้ว จึงขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขคำพิพากษาเฉพาะส่วนที่ผิดหลงเกี่ยวกับการบวกโทษของจำเลยเข้ากับคดีที่รอการลงโทษ ตลอดจนการแก้ไขการบังคับโทษทางอาญาให้ถูกต้อง 

.

ศาลให้แก้ไขโทษ ไม่บวกโทษคดีชุมนุมอีก ทำให้พ้นโทษทันที 

ต่อมาวันที่ 29 พ.ค. 2569 ศาลจังหวัดสงขลาได้นัดให้มีการไต่สวนคำร้อง ฝ่ายจำเลยได้นำพยานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ศาลอาญาให้ศาลพิจารณาประกอบ

หลังการไต่สวน ศาลได้มีคำสั่งให้แก้ไขคำพิพากษาเดิม โดยไม่นำโทษจำคุก 3 ปี ที่รอการลงโทษไว้ในคดีของศาลอาญา มาบวกโทษจำคุกในคดีนี้ และคงจำคุกไว้ที่ 1 ปี 

โดยเห็นว่าปรากฏข้อเท็จจริงว่าในคดีของศาลอาญานั้น คดียังไม่ถึงที่สุด ศาลนี้จึงยังไม่อาจนำโทษที่รอไว้ในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก ได้ ดังนั้น แม้คดีนี้จะถึงที่สุดไปแล้ว โดยมิได้มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคำพิพากษา แต่เมื่อจำเลยยื่นคำร้องข้างต้น ศาลมีอำนาจมีคำสั่งเพิ่มเติมแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เพราะมิใช่เป็นการกลับหรือแก้คำวินิจฉัยในคำพิพากษาเดิม

ผลของคำสั่งศาลดังกล่าว ทำให้ศุภกิจจะพ้นโทษในคดีที่ศาลจังหวัดสงขลา และได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำทันที

X