เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ที่อาคาร All Rise (iLaw) เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ ที่ชวนทุกคนมาอ่านถ้อยคำที่เหล่านักโทษการเมืองถูกฟ้องคดีตั้งแต่หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา และคำพิพากษาฉบับเต็มที่คุณอาจไม่เคยหาอ่านได้จากที่ไหน
ในวันแรกของสัปดาห์ที่สองนี้ เริ่มต้นด้วยกิจกรรม Reading club ในเวลา 14.00 น. ซึ่งชวนผู้เข้าร่วมนิทรรศการมาล้อมวงอ่านคำพิพากษาในคดีทางการเมือง โดยมี ภาวิณี ชุมศรี จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าร่วมวงสนทนา ตอบข้อสงสัยและชวนชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของคำพิพากษาในคดีการเมือง โดยเฉพาะคดีมาตรา 112 ทั้งคำพิพากษาอันแปลกประหลาดหรือการฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย




ทนายภาวิณียังฉายภาพให้เห็นการเดินทางอันยาวนานของคดีมาตรา 112 ซึ่งปัจจุบันความผิดปกติก็มีหลายรูปแบบจนยากจะคาดเดา และชี้ให้เห็นถึงบริบททางการเมืองซึ่งมีผลต่อคำพิพากษาคดีมาตรา 112 ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


ต่อมาในเวลา 17.00 น. เข้าสู่กิจกรรมไฮไลท์ของวัน คือรายการคนนอกคอก ซึ่งเป็นรายการสนทนาเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมือง โดย ประชาไท ร่วมกับ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งรายการเริ่มต้นออกอากาศออนไลน์ครั้งแรกในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 และดำเนินเรื่อยมาจนถึงวันดังกล่าวในชื่อว่า “นิรโทษกรรมยังหวังอยู่” ซึ่งเป็นตอนที่ 9 และเป็นตอนสุดท้ายของรายการ
ในตอนนี้เป็นการพูดคุยถึงทิศทางการนิรโทษกรรมคดีการเมืองว่าจะเป็นอย่างไรต่อ และผู้ต้องขังคดีการเมืองในขณะนี้นี้มีชีวิตกันอย่างไรภายใต้สถานการณ์ที่การนิรโทษกรรมหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยมีผู้เข้าร่วมพูดคุย ได้แก่ พูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, บุศรินทร์ แปแนะ เจ้าหน้าที่ iLaw, สาคร คำแถลง ประชาชนผู้ร่วมติดตามสังเกตการณ์คดีในศาลและยังช่วยดูแลผู้ต้องคดีการเมือง โดยมี จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา เป็นผู้ดำเนินรายการ

.
นิรโทษกรรมยังหวังอยู่: แม้รัฐบาลจะไร้ซึ่งความตั้งใจที่จะนิรโทษกรรมทางการเมือง แต่ประชาชนต้องเดินหน้าขับเคลื่อนนิรโทษกรรมต่อไป
บุศรินทร์ แปแนะ ชวนประชาชนจับตาดูในวันที่ 12 พ.ค. 2569 ซึ่งรัฐสภาจะมีการปรึกษาหารือเกี่ยวกับร่างกฎหมายต่าง ๆ หลายฉบับ ซึ่งหากในวันดังกล่าวรัฐบาลไม่มีการหยิบยกร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับที่ผ่านชั้นกรรมาธิการเรียบร้อยแล้วขึ้นมาพูดถึง ก็อาจไม่ได้เห็นการพูดถึงร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมทางการเมืองอีกเลยในรัฐสภาสมัยปัจจุบัน

บุศรินทร์ชี้ว่า ในปัจจุบันไม่เห็นเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลว่าจะเดินหน้าเรื่องการนิรโทษกรรมประชาชนแต่อย่างใด
พูนสุข พูนสุขเจริญ เห็นว่าแม้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับประชาชน ที่รวมการนิรโทษกรรมให้กับผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ด้วย จะตกไปแล้วในรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ปัจจุบันกระบวนการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งหมายความว่าสำหรับนักโทษคดีมาตรา 112 ยังคงมีความหวังอยู่
อย่างไรก็ดี พูนสุขชวนมองว่าปัจจัยพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในรัฐสภาสมัยปัจจุบัน ไม่ได้แตกต่างจากรัฐสภาชุดที่แล้ว ถึงจะมีการยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนฉบับใหม่ก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างจากครั้งที่แล้ว แต่ก็อยากให้มองว่าโอกาสที่จะยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับใหม่นั้นมีอยู่เสมอ

ส่วนในกรณีที่ 44 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ที่อาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองเพราะร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และตนเห็นว่าดูเหมือนจะมีล็อกเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ผูกพันกับประชาชนในการเสนอแก้ไขกฎหมายแต่อย่างใด
ด้าน สาคร คำแถลง เล่าถึงแรงผลักดันที่ทำให้เธอออกไปติดตามสังเกตการณ์คดีในศาลอย่างสม่ำเสมอและยังช่วยดูแลคนที่โดนคดีการเมืองอย่างไม่ขาด จุดเริ่มต้นมาจากความรู้สึกว่ากฎหมายไม่ยุติธรรม และตัวเธอในฐานะประชาชนคนหนึ่งคิดว่าการไปสังเกตการณ์คดีในศาลและไปเยี่ยมผู้ต้องขังคดีการเมืองในเรือนจำเป็นสิ่งที่เธอจะทำได้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

เธอเล่าถึงกรณีของ “แม็กกี้” (นามสมมติ) หนึ่งในผู้ต้องขังที่เข้าไปเยี่ยม เธอสะเทือนใจกับกรณีของแม็กกี้อย่างมาก พร้อมตั้งคำถามถึงความผิดปกติของมาตรา 112 ที่ทำให้คน ๆ หนึ่งต้องอยู่ในคุกถึง 50 ปี ทั้งที่ไม่ได้ฆ่าใครตาย นอกจากนี้เธอยังรู้สึกสงสารผู้ต้องขังทางการเมืองอีกหลาย ๆ คนที่ไม่มีญาติ และบางครั้งที่เธอไปเยี่ยมก็กลับพบความผิดปกติของระบบในเรือนจำต่าง ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้แม้เป็นหนึ่งใน 10 รายชื่อแล้วก็ตาม (รายชื่อที่ผู้ต้องขังแจ้งรายชื่อกับเรือนจำเพื่อให้สิทธิเข้าเยี่ยม โดยบางเรือนจำพบว่าแม้จะมีรายชื่อเยี่ยมแล้ว แต่หากไม่ใช่ญาติทางสายเลือดก็ไม่อนุญาตให้เยี่ยม)
สำหรับสาคร เธอชอบการไปเจอกับผู้ต้องขังในวันที่มีนัดออกมาที่ศาลมากกว่า เนื่องจากการไปเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจำจะต้องเยี่ยมและพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ อีกทั้งมีลูกกรงกั้นระหว่างผู้ต้องขังและผู้เยี่ยมทำให้มีระยะห่างพอสมควร ขณะที่การไปเจอกับผู้ต้องขังที่ศาลนั้น ยังมีโอกาสได้กอดและพูดคุยกันกับพวกเขาอย่างใกล้ชิด
สาครเล่าต่อว่าคนในเรือนจำให้ความสนใจกับร่างกฎหมายนิรโทษกรรมมาก ซึ่งเธอก็ได้คอยแบ่งปันความคืบหน้าและความเป็นไปของร่างกฎหมายให้คนในเรือนจำอยู่เสมอ ในปัจจุบันแม้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับประชาชนจะตกไปแล้ว ซึ่งก็ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ต้องขัง แต่พวกเขาก็ยังคงหวังว่าจะมีการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมอีกในอนาคต
ในช่วงท้ายของรายการ พูนสุขฝากถึงทุกคนว่า ช่วงปลายปีอาจมีการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองอีกครั้ง และยังต้องการการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนอยู่เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว
บุศรินทร์ ชวนทุกคนดูบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบัน แม้กระแสความตื่นตัวทางการเมืองจะถดถอยลงมาแล้วหากเทียบกับช่วงที่มีการเสนอข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน แต่ก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการต่อสู้ พร้อมชวนคิดทบทวนว่าถ้าเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทำไมถึงยังใช้กฎหมายที่เป็นมรดกของการรัฐประหารอยู่มาจนถึงปัจจุบัน จึงอยากให้ประชาชนจับมือกันแน่น ๆ ประคับประคองกันไปจนถึงวันที่บรรลุเป้าหมาย
สาคร เชิญชวนทุกคนให้คอยติดตามข่าวสารรวมถึงตารางนัดหมายคดีจากเพจศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และเชิญชวนทุกคนให้ไปให้กำลังใจผู้โดนคดีการเมืองที่ศาล รวมถึงฝากถึงนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในปัจจุบันว่าหากมีความตั้งใจจะปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองจริง ก็สามาถทำได้เลย

พูนสุขเสริมและทิ้งท้ายว่าปัจจุบันมีผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดีอยู่อย่างน้อย 27 คน หากศาลมีความตั้งใจที่จะปล่อยพวกเขา ก็สามารถปล่อยได้เลยผ่านการให้ประกันตัว

.
นอกจากนั้นแล้ว ในวันที่ 3 พ.ค. 2569 นิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ ยังมีกิจกรรม ‘Collage of Sentences’ โดย Thumb Rights ที่ชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาสัมผัสคำพิพากษา ผ่านการตีความใหม่ด้วยศิลปะภาพปะติด โดยเป็นการนำชิ้นส่วนของคำพิพากษา ข้อกล่าวหา เหตุผลการพิพากษาลงโทษ บันทึกการพิจารณาคดี และองค์ประกอบอื่น ๆ มาสร้างเป็นงาน Collage เพื่อให้สะท้อนถึงการรับรู้ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วยตนเอง และต่อด้วยการล้อมวงเปิดพื้นที่ให้มาเล่าว่าแต่ละคนเห็นอะไร พบอะไร และถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนอะไรบ้าง
ทั้งนี้ นิทรรศการยังเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันจนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2569 โดยในวันเสาร์และวันอาทิตย์ของสัปดาห์นี้จะมีกิจกรรมพิเศษ ได้แก่ วันที่ 9 พ.ค. พบกับกิจกรรม Reading club อ่านคำพิพากษา และพูดคุยกับทั้งช่างภาพและคนในภาพถ่ายจาก #wishyouwerehere112 และวันที่ 10 พ.ค. พบกับวงเสวนาพูดคุยถึงความหวังในวันหน้าของเสรีภาพการแสดงออก และการปิดนิทรรศการ
| ชมนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’📍 อาคาร ALL RISE (iLaw) https://maps.app.goo.gl/B3857r2Xgyp4RHvk8🗓️ 25 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2569⏰ 13.00-21.00 น.เข้าชมฟรีตลอดงาน |
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เชิญชมนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ 25 เม.ย. – 10 พ.ค. 2569
