เปิดนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ ชวนอ่านคำพิพากษา และตั้งคำถามถึง “ความยุติธรรม” ในคดีทางการเมือง 

25 เม.ย. 2569 เวลา 17.00 น. ที่อาคาร All Rise (iLaw) มีการเปิดนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขังศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ThumbRights Realframe และ iLaw ชวนคุณมาอ่านถ้อยคำที่เหล่านักโทษการเมืองถูกฟ้องคดีตั้งแต่หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 เป็นต้นมา และคำพิพากษาฉบับเต็มที่คุณอาจไม่เคยหาอ่านได้จากที่ไหน เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันจนถึงวันที่ 10 พ.ค. 2569 โดยจะมีอีเวนต์พิเศษทุกวันเสาร์-อาทิตย์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับทีมผู้จัดงาน โดยมี ที่พระจันทร์ ชัยชนะ จาก iLaw และ จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมพูดคุยถึงที่มาของการจัดนิทรรศการนี้ 

จุฑารัตน์ กล่าวว่าผู้ต้องขังทางการเมืองในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และขณะเดียวกันที่กระแสทางการเมืองอาจไม่ดีนัก รวมไปถึงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนตกไป และร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ไม่แน่นอนว่าจะมีการนำกลับมาพิจารณาใหม่หรือไม่ นั้นยิ่งทำให้เวลาในห้องขังของผู้ต้องขังทางการเมืองในเรือนจำนั้นยืดยาวออกไป การจัดนิทรรศการนี้จึงเป็นการพยายามพูดถึงพวกเขาที่อยู่ข้างในเรือนจำ รวมถึงเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมพวกเขาถึงต้องอยู่ในเรือนจำ

นิทรรศการนี้ส่วนใหญ่จะพูดถึง “คำพิพากษา” เนื่องจากในหลาย ๆ ครั้งที่มีการรายงานข่าว เราอาจไม่รู้อย่างชัดเจนว่าถ้อยคำจริง ๆ ที่เขาพูดคืออะไร ถูกฟ้องด้วยข้อความใด และเหตุผลใดที่ศาลพิพากษาให้มีความผิดและจำคุก จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้ให้กับผู้ชม นิทรรศการนี้จึงนำ 20 คำพิพากษามาให้อ่าน เพื่อให้ทำความเข้าใจในคดีนั้น ๆ มากขึ้นว่าศาลใช้เหตุผลใดในการขังผู้คน โดยมีทั้งคดีมาตรา 112 และคดีอื่น ๆ ที่มีความน่าสนใจ

สำหรับแฟ้มคำพิพากษาทั้ง 20 คดี ในหลายแฟ้มจะไม่เหมือนกัน บางคดีอาจจะมีแค่ศาลชั้นต้น บางคดีจะมีศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาด้วย นอกจากนั้นยังมีกระดาษให้แสดงความคิดเห็นหลังจากอ่านคำพิพากษาว่าอ่านแล้วมีความสงสัยหรือไม่ มีความรู้สึกอย่างไร หรือถ้าหากคุณเป็นผู้พิพากษาจะพิพากษาออกมาอย่างไร

ที่พระจันทร์ เล่าเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการนี้ นอกจากคำพิพากษาแล้ว ยังมีโซนภาพถ่ายของ Real Frame โดยช่างภาพประมาณ 4 คน ซึ่งเป็นภาพถ่ายของคนที่ถูกจำคุกในคดีมาตรา 112 และมาตรา 110 ถ่ายตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนว่าเขาอยู่ตรงนี้ เหมือนกับเพลง “ไม่เคย – 25 Hours” ว่าคนที่อยู่ในเรือนจำไม่เคยลืมเรื่องราวของคนข้างนอก ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกอาจมีภาระหลายอย่าง ที่ทำให้อาจไม่ได้นึกถึงคนในเรือนจำอยู่ตลอด 

การนำภาพของผู้ต้องขังไปถ่ายตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงทำให้นึกถึงผู้ต้องขังทางการเมืองอยู่ โดยมีภาพบริเวณโต๊ะลงทะเบียนแจกผู้ชมนิทรรศการหยิบภาพไปถ่ายตามสถานที่ต่าง ๆ และเชิญชวนให้ติดแฮชแท็ก #wishyouwerehere112

ส่วนด้านหลังเป็นโซนของ Thumb Rights ได้รวบรวมจดหมายที่พูดคุยกับผู้ต้องขังทางการเมืองในประเด็นต่าง ๆ อย่างเช่น ช่วงเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติ โดยผู้ต้องขังบางคนก็ชอบเขียนเรื่องราวข่าวสารบ้านเมือง หรือบางคนก็เขียนเรื่องราวทั่วไปในชีวิต หรือบางคนก็เขียนเพลง แต่งกลอน โดยมีส่วนที่ผู้ชมนิทรรศการสามารถตอบกลับจดหมายของผู้ต้องขังได้ โดย Thumb Rights จะรวบรวมส่งให้ต่อไป

ในตอนท้ายนี้ ที่พระจันทร์เชิญชวนให้มาร่วมอ่าน รับรู้ และรู้สึกร่วมกัน ซึ่งพบว่าช่วงที่ติดตั้งนิทรรศการนั้นพบว่าเนื้อหาเยอะมาก ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เยอะจริง ๆ และในนิทรรศการนี้หยิบยกมาเพียง 20 คำพิพากษา ถ้าหากหยิบทุกคดีมาจัดนิทรรศการอาจต้องใช้พื้นที่กว่านี้มาก 

ด้านจุฑารัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากคิดถึงพวกเขาแล้ว อย่าลืมถ่ายรูปติด #wishyouwerehere112 สิ่งหนึ่งที่คนข้างในเรือนจำกลัวคือกลัวการถูกลืมจากโลกภายนอก สิ่งที่คนข้างนอกทำได้คือการพูดถึงเขาเท่าที่เราจะทำได้ และอยากชวนอ่านคำพิพากษา ซึ่งสิ่งที่อยู่ในคำพิพากษาก็เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าในช่วงหนึ่งของสังคมไทย รัฐมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความผิดอย่างไร

.

หลังจากนั้นแล้วยังมีละครจำลองห้องพิจารณาคดี Court of the Sentenced | เมื่อวันต้อง “คำ” พิพากษา นำแสดงโดย ณัฐภัทร มาเดช, ณัฐชนน ไพโรจน์, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, นัสรี พุ่มเกื้อ และ “มู่หลาน” ธันยชนก ชาลีเขียว

ในวันที่ “คำพิพากษา” ไม่ได้อยู่แค่ในศาล ละครจำลองที่พาผู้ชมนิทรรศการเข้าไปนั่งอยู่ในศาล ร่วมรับฟังคำพิพากษาในคดีหนึ่ง ร่วมเป็นพยาน และตั้งคำถามกับ “ความยุติธรรม” ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจไม่ใช่แค่เรื่องของใครคนหนึ่ง แต่คือคำถามของสังคมว่าเรายอมรับสิ่งนี้ได้จริงหรือไม่

.

นอกจากนั้น ในวันนี้ (26 เม.ย. 2569) ตั้งแต่เวลา 14.00 – 19.00 น. มีกิจกรรมพบเพื่อน ส่งความหวัง ดูหนัง ฟังเพลง “ในนามของความยุติธรรมและเสรีภาพ” โดย เครือข่ายพื้นที่นี้…ดีจัง บางกอกฮับ, FeelTrip, สสย., SYSI และ กลุ่มดินสอสี ร่วมนำเสนอกิจกรรม “ตันต้องไม่ตัน”, “คืนสิทธิในการประกันตัว” และ “คืนเสรีภาพให้ความยุติธรรม” โดยมีกิจกรรมดังนี้ 

14.00 น. ดนตรีข้ามกำแพง โดยแก้วใส วงสามัญชน

14.30 น. วงเสวนา ‘เราคือผู้บริสุทธิ์’ โดย

– พูนสุข พูนสุขเจริญ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

– จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อดีตแกนนำนักศึกษา ผู้โดนฟ้องคดี 14 ตุลา ไปทำเนียบ เมื่อปี 2563

– ผศ.ดร.ภาสกร อินทุมาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดำเนินรายการโดย รัตนาภรณ์ เจือแก้ว กลุ่มกรองข่าวแกง

15.45 น. ฉายภาพยนตร์ In the Name of  the Father ภาพยนตร์ชนะเลิศรางวัลหมีทองคำ เทศกาล Berlin International Film Festival 1994 สร้างจากเรื่องจริง เมื่อทางการอังกฤษจับกุมและกล่าวหาวัยรุ่นไอริชว่าลอบวางระเบิด ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ด้วยอคติ การเมือง อำนาจ ทำให้คนหนุ่มสาว 4 คน ต้องถูกจำคุกหลายปีกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้

18.00 น. Freedom Cafe ล้อมวงสนทนาตามธรรมชาติ และดูโอคอนเสิร์ต เป๋า ยิ่งชีพ + แจม ศศินันท์ ทนายขอร้อง (เพลง) เสรีภาพ

ชมนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’
📍 อาคาร ALL RISE (iLaw) https://maps.app.goo.gl/B3857r2Xgyp4RHvk8?g_st=ic
🗓️ 25 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2569
🕐 13.00-21.00 น.
เข้าชมฟรีตลอดงาน

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เชิญชมนิทรรศการ ‘Sentences of Sentenced คำต้องขัง’ 25 เม.ย. – 10 พ.ค. 2569 

X