จับตา สืบพยานคดี “รามาตุลาการ” 3 นักกิจกรรมเชียงใหม่ ถูกฟ้องดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ

ระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย. 2569 นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดสืบพยานในคดีของ 3 นักกิจกรรม ได้แก่ ศิวัญชลี วิธญเสรีวัฒน์ หรือ “รามิล”, คุณภัทร คะชะนา และ พึ่งบุญ ใจเย็น ในคดีที่ถูกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวหาในข้อหา “ร่วมกันดูหมิ่นศาล” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 จากเหตุการณ์ร่วมทำกิจกรรมแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริเวณอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2565

คดีนี้มี ส.ต.ท.มนตรี แดงศรี เป็นผู้รับมอบอำนาจจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ไปกล่าวหาไว้ ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ โดยนักกิจกรรมทั้งสามคนได้รับหมายเรียกเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 หลังเหตุการณ์ผ่านไป 2 ปีเศษ และได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2567 

ข้อกล่าวหาระบุเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชื่อว่า “รามาตุลาการ” เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2565 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สิ้นสุดลง แม้จะดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี 

กิจกรรมได้มีการกล่าวคำปราศรัยถึงการไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และมีการแสดงออก 3 รูปแบบ ที่ผู้กล่าวหาระบุว่าทำให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือขององค์กร ทำลายความศรัทธาของประชาชน ได้แก่ กรณีศิวัญชลี ได้กล่าวปราศรัยโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับศาล, คุณภัทรและพึ่งบุญ ถูกกล่าวหาว่าร่วมนำผ้าขาวมาแปรอักษรเป็นรูปภาพตัวหนังสือว่า “รามาตุลาการ” ซึ่งผู้กล่าวหาเห็นว่าสื่อความหมายว่าตุลาการได้ทำการข่มเหงรังแกประชาชนคนไทย และมีผู้โปรยภาพของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบนพื้นถนน โดยมีกระดาษที่มีข้อความด่าทอวางแนบคู่ 

.

.

หลังผ่านไปครึ่งปีเศษ วันที่ 30 ก.ค. 2568 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยทั้งสามคนได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณา และได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ในนัดตรวจพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ โจทก์ได้อ้างพยานบุคคลจำนวน 5 ปาก โดยจะมี ส.ต.ท.มนตรี แดงศรี ผู้รับมอบอำนาจจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าเบิกความ ขณะที่ฝ่ายจำเลยจะนำสืบพยานจำนวน 8 ปาก

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังการชุมนุมของเยาวชนปลดแอกเมื่อปี 2563 เป็นต้นมา มีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาดูหมิ่นศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง จำนวนอย่างน้อย 37 คน ใน 11 คดี 

ในจำนวนนี้มี 3 คดี ที่มีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มอบอำนาจให้ มนตรี แดงศรี เป็นผู้ไปกล่าวหา โดยยังมีเพียงคดี “รามาตุลาการ” นี้ที่ถูกสั่งฟ้องต่อศาล ทำให้คดีนี้จะเป็นคดีแรกที่มีการสืบพยานในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ข้อกล่าวหาดูหมิ่นศาลฯ เดิมนั้น เคยกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท แต่อัตราโทษได้ถูกแก้ไขเพิ่มโทษขึ้น เป็นจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยคณะรัฐประหารหลังเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาคม 2519 เช่นเดียวกับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

.

ย้อนอ่าน 10 เรื่องควรรู้ว่าด้วยข้อหา “ดูหมิ่นศาล”

.

X