Human in court: การไต่สวนการตายคืออะไร? 

หนึ่งในเรื่องน่าโศกเศร้าที่สุดในสถานการณ์คดีการเมืองในปี 2567 ที่ผ่านมา คือการสูญเสีย “บุ้ง เนติพร”  นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 28 ปี ที่เสียชีวิตระหว่างการคุมขังในเรือนจำ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ซึ่งนับเป็นผู้ต้องขังทางการเมืองหญิงรายแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่เสียชีวิตจากการอดอาหารประท้วงในเรือนจำ และนับเป็นรายที่ 2 ที่เสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัวในคดีมาตรา 112 หลังจากกรณีของ “อากง” อำพล ตั้งนพคุณ เมื่อปี 2555  

บุ้งถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2567 รวมเป็นระยะเวลา 110 วัน โดยเธอได้ประกาศเจตนารมณ์ประท้วงอดอาหารตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2567 ต่อเนื่องจนถึงช่วงเดือน เม.ย. 2567 รวมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 65 วัน พร้อมข้อเรียกร้อง 2 ประการ คือ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และต้องไม่มีผู้เห็นต่างทางการเมืองถูกคุมขังอีก 

เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่การเสียชีวิตของบุ้งยังคลุมเครือและไม่แน่ชัดถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง การต่อสู้ในการเรียกพยานหลักฐานจากโรงพยาบาลและราชทัณฑ์ยังคงดำเนินต่อไป ผ่านกระบวนการทางพิจารณาทางกฎหมายในศาลที่เรียกว่า “การไต่สวนการตาย” 

.

การตายแบบไหนถึงจะต้อง “ไต่สวนการตาย” 

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่า ไม่ใช่การตายทุกกรณีที่จะมีการไต่สวนการตายเกิดขึ้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ระบุว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จะต้องมีการชันสูตพลิกศพ 

แต่ทั้งนี้ “การตายแบบผิดธรรมชาติ” ก็ประกอบไปด้วยการตายหลายรูปแบบ เว้นแต่การตายโดยโทษประหารชีวิต โดยกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ มีดังนี้ 

  1. ฆ่าตัวตายโดยเจตนา 
  2. ถูกผู้อื่นกระทำให้ตาย
  3. ถูกสัตว์ทำร้ายตาย
  4. ตายโดยอุบัติเหตุ
  5. ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ 
  6. การตายระหว่างอยู่ในควบคุมของเจ้าพนักงาน 

ในกรณีที่มีการตายเกิดขึ้นในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดใน มาตรา 150 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทําของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว  

และให้พนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองตําแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอําเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพ ร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์แห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ 

ทั้งนี้ ญาติของผู้เสียชีวิตหรือทนายความของผู้เสียหายสามารถร้องขอให้เข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพได้ด้วย 

เมื่อการชันสูตรเริ่มต้นขึ้น แพทย์นิติเวชศาสตร์และพนักงานสอบสวนจะต้องร่วมกันทำบันทึกรายละเอียดการชันสูตรศพ ภายใน 7 วันนับตั้งแต่ได้รับแจ้งเรื่อง และเมื่อสรุปบันทึกได้แล้ว พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้รวบรวมสำนวนการชันสูตรพลิกศพไปยังพนักงานอัยการในท้องที่ ดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการตายขึ้น

.

กระบวนการไต่สวนการตายมีอะไรบ้าง 

เมื่อสำนวนการชันสูตรพลิกศพมาถึงศาล จะมีการทำคำสั่งในชั้นศาล เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครเป็นผู้ตาย ตายที่ไหน เมื่อใด สาเหตุการเสียชีวิต หรือพฤติการณ์ที่ตายคืออะไร ตลอดจนหากเป็นการตายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานรัฐก็จะเป็นการไต่สวนที่มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยหรือไม่ 

ก่อนเริ่มนัดไต่สวนการตาย ศาลจะเป็นผู้แจ้งกำหนดวันนัดไต่สวน โดยจะมีพนักงานอัยการขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องและแจ้งกำหนดวันนัดให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบ และให้อัยการนำพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงการตายมาสืบ เช่น แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ พนักงานสอบสวน หรือญาติผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ชันสูตรเข้าร่วมกระบวนการพิจารณามาให้ความเห็นประกอบสำนวน

ทั้งญาติสามารถที่จะแต่งตั้งทนายความเข้ามาร่วมในกระบวนการไต่สวนนี้ด้วยก็ได้ โดยสามารถซักถามพยานที่อัยการนำสืบ และนำสืบพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมได้ด้วย รวมทั้งศาลผู้ไต่สวนเอง อาจเรียกพยานหลักฐานอื่นมาเพิ่มเติม หรือเรียกพยานผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นประกอบการไต่สวน ก่อนจะมีการทำคำสั่งต่อไป 

คำสั่งของศาลในการไต่สวนการตาย

ภายหลังการไต่สวนจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ศาลจะมีการออกคำสั่ง ซึ่งมีผลต่อการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการตายต่อไป เช่น หากเป็นกรณีที่ผู้ตายเสียชีวิตในขณะที่ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าพนักงานรัฐ โดยมีเหตุมาจากการถูกซ้อมทรมาน หรือทำให้ถึงแก่ชีวิตโดยเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คำสั่งของศาลดังกล่าว อาจนำไปสู่การเอาผิดทางอาญาต่อผู้ที่ทำให้ตาย หรือการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งต่อไป 

การไต่สวนการตายของ “บุ้ง เนติพร” และ “อากง” นักโทษ ม.112 คนแรกที่เสียชีวิตจากการถูกควบคุมตัวในเรือนจำ

ในกรณีของ “อำพล ตั้งนพกุล” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “อากงSMS” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 คนแรกที่เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำ  กรณีนี้ ศาลอาญานัดไต่สวนการตายในช่วงปี 2555 – 2556  โดยภรรยาของอากงยื่นคำร้องขอแต่งตั้งทนายความเข้าซักถามพยานด้วย ประกอบไปด้วย หัวหน้าพยาบาลและแพทย์เจ้าของไข้จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์, เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์, พนักงานสอบสวน

ขณะที่ญาติผู้ตายขอให้นำตัวเพื่อนนักโทษที่ดูแลผู้ตายอยู่ก่อนเสียชีวิต และแพทย์ผู้สังเกตการณ์การชันสูตรพลิกศพเข้าไต่สวนเพิ่มเติมด้วย โดยฝ่ายญาติต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า การละเลยของเจ้าหน้าที่และการรักษาพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐานในเรือนจำ มีส่วนทำให้อำพลเสียชีวิตหรือไม่ เนื่องจากการนำตัวออกมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นไปอย่างล่าช้า 

หลังการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลอาญามีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2556 ว่าอากงเสียชีวิตที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2555 เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจล้มเหลวจากโรคมะเร็งตับลุกลาม

และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ตายถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อพบว่ามีอาการป่วยก็ได้เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แพทย์เจ้าของไข้ก็ได้ตรวจเยี่ยมผู้ตายตลอดเวลา แม้กระทั่งช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ พยานหลักฐานจึงไม่พอฟังว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการละเลยและประมาทของเจ้าหน้าที่

ส่วนกรณีของ “บุ้ง เนติพร” ก่อนหน้านี้เธอได้ปฏิบัติการอดอาหารและน้ำประท้วง พร้อมกับ “ตะวัน” ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ซึ่งถูกคุมขังจากกรณีเดียวกัน โดยในระหว่างที่อดอาหารประท้วง ทั้งสองคนถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 

ก่อนที่บุ้งจะเสียชีวิต ในเช้าวันที่ 14 พ.ค. 2567 โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้พยายามส่งตัวเธอไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลดังกล่าว แพทย์กลับพบว่าเธอไม่มีสัญญาณชีพแล้ว 

ในวันดังกล่าว การชันสูตรพลิกศพได้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยมีทนายความและครอบครัวเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพด้วย โดยสำนวนชันสูตรพลิกศพอยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนท้องที่ สภ.คลองหลวง

ต่อมาวันที่ 4 พ.ย. 2567 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ในฐานะผู้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนการตายกับศาลจังหวัดธัญบุรี  โดยอัยการได้ขอไต่สวนพยานรวม 6 ปาก ส่วนฝั่งญาติผู้ตายได้ขอไต่สวนพยานรวม 5 ปาก 

ก่อนมีการเริ่มไต่สวนพยานไปแล้ว 2 ปาก เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2568 แต่พยานของฝ่ายผู้ร้องที่เหลือ ยังไม่สามารถมาศาลตามนัดได้ ทำให้ศาลเลื่อนการไต่สวนออกไปเป็นวันที่ 8 – 9 ต.ค. 2568 

X