“ต๊ะ คทาธร” ถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฐานจุดพลุโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังกิจกรรม “เปิดสภาตามหานิรโทษกรรม 112” 

18 ส.ค. 2568 เวลา 10.00 น. “ต๊ะ” คทาธร นักกิจกรรมวัย 30 ปี ได้เข้ามอบตัวที่ สน.บางโพ หลังทราบว่ามีหมายจับในความผิดฐาน “จุดและปล่อยพลุขึ้นสู่อากาศ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 27/2559 จากการเข้าร่วมกิจกรรม “เปิดสภาตามหานิรโทษกรรม 112” ที่บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2567

คทาธรได้เข้ารับทราบและให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ ก่อนให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยวางเงินประกันจำนวน 20,000 บาท และรับว่าจะมาตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวนต่อไป

สำหรับคดีนี้มี สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มอบอำนาจให้ นายประณม สงสว่าง ไปแจ้งความร้องทุกข์

ข้อกล่าวหาระบุว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 16.00 น. กลุ่มโมกหลวงริมน้ำและองค์กรเครือข่ายนิรโทษกรรม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “เปิดสภาตามหานิรโทษกรรม 112” ที่บริเวณหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้รัฐบาลที่มาจากการต้องเลือกตั้งต้องทำการนิรโทษกรรมให้กับประชาชน ซึ่งจะต้องรวมคดีความผิดมาตรา 112 เข้าในการนิรโทษกรรมด้วย ภายในงานมีทั้ง นักกิจกรรมทางการเมือง นักการเมือง นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน และจำเลยในคดี ม.112 ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นเสวนาและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดงาน จนเวลา 20.27 น. ได้มีการจุดพลุขึ้นภายในงาน 

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับความเสียหาย จึงได้ทำการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี 

ร.ต.ท.จิราพงศ์ ภูสดแสง รองสารวัตรสอบสวน สน.บางโพ  ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนคทาธร โดยได้แจ้งว่าการกระทำผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2559 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตสำหรับกรุงเทพมหานคร หรือนายอำเภอสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด 

คทาธรให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ปฏิเสธที่จะให้การกับพนักงานสอบสวน และขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือในภายหลัง 

ทั้งนี้ คทาธรเพิ่งทราบว่าตนถูกออกหมายเรียกในคดีนี้จำนวน 2 ครั้ง แต่หมายเรียกได้ส่งไปที่ภูมิลำเนาในจังหวัดขอนแก่น โดยปัจจุบันเขามาพักอาศัยอยู่กับญาติที่จังหวัดปทุมธานีเพื่อศึกษาเล่าเรียน บ้านตามภูมิลำเนานั้นมีแต่ผู้สูงอายุอยู่ ทำให้แม้จะมีเอกสารส่งไปถึง แต่ก็ไม่ได้มีการตรวจดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้ไม่ทราบว่ามีหมายเรียก และเพิ่งมาทราบว่าเป็นหมายเรียกในภายหลังที่น้องสาวของตนกลับบ้านในช่วงเทศกาลวันแม่ 

เมื่อทราบจึงได้ติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ และทราบว่ามีการร้องขอศาลแขวงดุสิตออกหมายจับไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2568 ทั้งนี้ เขาไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนี แต่เกิดจากการตกหล่นด้านเอกสาร จึงทำให้ไม่ทราบถึงหมายเรียกดังกล่าว

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยให้วางหลักประกันจำนวน 20,000 บาท ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ พร้อมนัดมาส่งตัวให้อัยการในวันที่ 8 ก.ย. 2568

ทั้งนี้ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 27/2559 ลงวันที่ 10 มิ.ย. 2559 ออกโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ในการออกคำสั่ง ยังคงถูกนำมาบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยคำสั่งกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนไว้ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการติตตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในส่วนของกิจกรรมทางการเมือง ที่เคยถูกกล่าวหาในข้อหาเกี่ยวกับการจุดพลุไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าว คดีนี้นับเป็นคดีที่ 3 โดยก่อนหน้านี้มีคดีของ “สายน้ำ-ออย” ที่ถูกกล่าวหาจากการจุดพลุที่หน้าบ้านปรานี เมื่อปี 2566 และคดีของ “สายน้ำ-ธีรภัทร” ที่ถูกกล่าวหาจากการจุดพลุที่หน้าพรรคเพื่อไทย ในปีเดียวกันนั้น

X