ศาลยกอุทธรณ์ กรณีภรรยา “สุรชัย แซ่ด่าน” ร้องตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ เห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานว่าเสียชีวิตแล้ว

24 ก.ค. 2568 เวลา 9.00 น. ที่ศาลจังหวัดลำปาง ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาของ “สุรชัย แซ่ด่าน” บุคคลที่เชื่อว่าถูกบังคับให้สูญหาย ได้เดินทางเข้าฟังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ เหตุจากการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ต่อศาลอุทธรณ์ ที่มีมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, Protection International (PI) และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้ความช่วยเหลือในการร้องขอค่าเสียหายดังกล่าว

.

เส้นทางการค้นหาชะตาชีวิตและเรียกร้องความยุติธรรมของ ‘ปราณี’

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 สุรชัยตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่ สปป.ลาว เนื่องจากเกิดรัฐประหาร โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และมีคำสั่งเรียกของ คสช. ให้เขาเข้ารายงานตัว 

จนเมื่อวันที่ 12-13 ธ.ค. 2561 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปประชุมร่วมไทย-ลาว สุรชัยสูญหายไปจากบ้านพักพร้อมเพื่อนผู้ลี้ภัยอีก 2 คน คือชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ “สหายภูชนะ” และ ไกรเดช ลือเลิศ หรือ “สหายกาสะลอง” โดยครอบครัวไม่สามารถติดต่อทั้งสามคนได้

ช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2561 มีข่าวศพลอยมาเกยที่แม่น้ำโขง บริเวณท่าน้ำสามอำเภอที่ จ.นครพนม โดยศพแรกขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 25 ธ.ค. และหายไปตอนเช้าของวันที่ 26 ธ.ค. 2561 ส่วนอีกสองศพขึ้นเมื่อวันที่ 27 และ 29 ธ.ค. 2561 คือสหายภูชนะ และสหายกาสะลอง  ที่หายไปจากบ้านพัก 

ปราณี ภรรยาของนายสุรชัยเชื่อว่าศพแรกคือสุรชัย จึงได้ร้องขอให้ตำรวจในท้องที่ทำการสอบสวนเรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นปราณีได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานรัฐในช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

.

การเรียกร้องของ “ปราณี” ผ่านกฎหมายทดแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฯ

8 ธ.ค. 2565 ที่กระทรวงยุติธรรม ปราณีได้เดินทางเข้ายื่นคำขอใช้สิทธิเยียวยา ในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาฯ ในระหว่างพยายามตามหาชะตากรรมของสุรชัย ที่เชื่อว่าถูกบังคับให้สูญหายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561

9 ก.พ. 2566 คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย ฯ ยกคำร้อง โดยระบุว่าสุรชัยไม่ใช่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เพราะไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าสุรชัยได้รับความเสียหายแก่ชีวิตหรือจิตใจ 

24 มี.ค. 2566 ปราณียื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายอีกครั้งหนึ่ง กระทั่งวันที่ 23 ส.ค. 2566 ปราณีได้รับผลคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ยกคำขอโดยระบุเหตุผลทำนองเดียวกันกับคณะอนุกรรมการฯ 

วันที่ 22 ก.ย. 2566 ปราณียื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ โดยยื่นผ่านศาลจังหวัดลำปาง เนื่องจากปราณีมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดลำปาง โดยยืนยันว่าบุคคลที่ถูกบังคับสูญหาย ทั้งตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหายฯ ย่อมต้องตีความว่าเป็นผู้เสียหายที่อาจมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตาม มาตรา 3 ของ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาฯ ด้วย

ทั้งนี้อุทธรณ์ดังกล่าว ยังขอให้ศาลอุทธรณ์ดำเนินการไต่สวนพยานหลักฐานเกี่ยวกับกรณนี้ เพื่อให้ประโยชน์ในการได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีอย่างชัดเจนอีกด้วย โดยศาลไม่ได้มีการนัดไต่สวนเกิดขึ้น แต่กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยทันที

.

.

ศาลยกอุทธรณ์ เห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานว่าสุรชัยเสียชีวิต ไม่เป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดอาญา

เวลา 9.00 น. ที่บัลลังก์ 4 ของศาลจังหวัดลำปาง ศาลเปิดซองคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และอ่าน โดยสรุปความว่า

ผู้ยื่นคำขอ อุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาค่าทดแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา กรณีสืบเนื่องจาก สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้ลี้ภัยทางการเมืองเข้าไปพำนักอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จนกระทั่งเดือน ธ.ค. 2561 ได้สูญหายไป โดยครอบครัวไม่สามารถติดต่อหรือทราบข่าวอีกจนถึงปัจจุบัน

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 มาตรา 3 บัญญัติว่า ”ผู้เสียหาย หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิตหรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดทางอาญาของผู้อื่น โดยตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น” 

กรณีของผู้ยื่นคำขอนี้ปรากฏข้อเท็จจริงตามสำนวนของพนักงานสอบสวนว่า สุรชัยได้ลี้ภัยทางการเมือง จนกระทั่งเดือน ธ.ค. 2561 มีผู้พบศพคนสนิทของสุรชัย ผู้ยื่นคำขอเชื่อว่าสุรชัยเสียชีวิตแล้ว จึงได้ร้องขอให้พนักงานสอบสวนสืบสวนหาข้อเท็จจริง พนักงานสอบสวนสืบสวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ไม่ปรากฏพบว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นอันจะทำให้มีอำนาจสอบสวน จึงเห็นควรให้ยุติการสอบสวน

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่พยานหลักฐานไม่ปรากฏว่าสุรชัยถึงแก่ความตาย หรือได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิตหรือร่างกายหรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดของผู้อื่น สุรชัยจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัตินี้ ผู้ยื่นคำขอในฐานะทายาทของสุรชัย จึงไม่มีสิทธิยื่นคำขอรับค่าทดแทนตามกฎหมาย

ที่คณะกรรมการวินิจฉัยให้ยกคำขอนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ยื่นคำขอฟังไม่ขึ้น พิพากษายกอุทธรณ์

ผลของคำวินิจฉัยดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาฯ มาตรา 25 กำหนดให้คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด ทำให้การใช้ช่องทางติดตามเรียกร้องการชดเชยเยียวยาให้กับกรณีของสุรชัย ตาม พ.ร.บ. นี้ ต้องสิ้นสุดลง

.

X