“​​ผมต้องการเรียนต่อ”: เสียงจาก “ขนุน สิรภพ” หลังกรงขัง

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2567 ทนายความเข้าเยี่ยม “ขนุน” สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ นักศึกษาปริญญาโทวัย 23 ปี ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก หลังศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาคดีมาตรา 112 กรณีการปราศรัยในการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา จำคุก 3 ปี ก่อนลดเหลือ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา  ทั้งยังส่งคำร้องขอประกันระหว่างอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกัน เช่นเดียวกับคดีทางการเมืองคดีอื่น ๆ ก่อนหน้านี้  

.

เราเข้าเยี่ยมขนุนเป็นครั้งแรก ผ่านหน้าจอ conference ของเรือนจำที่ติด ๆ ดับ ๆ ตอนแรกที่เรานั่งรอ เรามองเห็นเพียงเก้าอี้พลาสติกสีขาวก่อนที่หน้าจอจะดับไป เราไม่ได้ออกไปตามเจ้าหน้าที่เพราะไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่จะแก้ปัญหาได้ และอาจจะเสียเวลารออีก เราเลยลองกดเบอร์โทรไปที่เก้าอี้ตัวเดิม เสียงขนุนอยู่ปลายสาย บอกว่าเขานั่งรอทนายในช่วงบ่ายของทุกวัน

เราถามเขาประโยคแรกว่า เป็นอย่างไรบ้าง ขนุนตอบว่า เครียด และปกติเขาเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว พอต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำที่ค่อนข้างแออัดทำให้เป็นผื่นตามตัว บางครั้งก็มีอาการหายใจไม่ค่อยออก 

“ตอนแรกผมยังไม่ได้ตัดผม บอกกับทางเรือนจำว่าให้รอก่อน 3 วัน แต่พอ 3 วัน ไม่มีข่าวเรื่องประกันผมก็รู้ว่าไม่ได้ออก เลยให้พี่เขามาช่วยตัดผม” สัญญาณภาพแว้บมาให้เห็นว่าขนุนตัดผมสั้นแล้วตามที่บอก เขานั่งบนเก้าอี้สีขาว ใส่เสื้อสีน้ำตาล ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ได้มีเสียงหัวเราะหรือพยายามเล่นมุกตลกเหมือนเคย

เราถามถึงสภาพความเป็นอยู่ด้านใน “ผมกินข้าวไม่ค่อยได้ อยู่มา 5 วัน กินข้าวได้ 3 มื้อเอง ส่วนใหญ่ผมกินน้ำ ข้าวน้ำที่ซื้อเข้ามาให้ผมก็แจกคนในห้อง นอนวันหนึ่งได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง รู้สึกแย่ พอผ่านไปวันที่สามไม่ได้ออก พี่ ๆ ในห้องก็ช่วยปลอบ ในห้องขังที่ผมอยู่มีกันอยู่ 18 คน ทุกคนก็ดีกับผม มีพี่คนหนึ่งและฝรั่งอีกคนที่คุยกับผมบ่อย ถ้าจะมีอะไรที่เป็นข้อดีสักอย่างในนี้ก็คือมีเพื่อนฝรั่งที่ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษ”

“ผมยังไม่ได้เจอใครในนี้ มีพี่เก็ทฝากของมาให้ มีคนส่งข่าวว่าพี่เก็ทและพี่อานนท์รู้แล้วว่าผมอยู่ในนี้ แต่ผมยังไม่ได้เจอ เพราะต้องกักตัว และไม่รู้ว่าจะได้อยู่แดนเดียวกันหรือเปล่า”

หลังศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า เขามีความผิดในคดีมาตรา 112 ลงโทษจำคุก 2 ปี และส่งเรื่องการประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง  

“พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง ลักษณะการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบกระเทือนจิตใจของประชาชน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”  

เราอ่านให้ขนุนฟัง เขาตอบกลับว่า “โอเค งั้นยื่นขอติด EM อยู่ในบ้าน 24 ชั่วโมง ห้ามออกนอกประเทศก็ได้ ให้ผมไปรายงานตัว บำเพ็ญประโยชน์อะไรก็ได้ ผมยอมหมด ยื่นให้สุด ผมไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่มีคนรู้จัก มันไม่สมเหตุสมผล

ก่อนเข้าเรือนจำ นอกจากขนุนจะเป็นลูกความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแล้ว ขนุนยังเข้ามาเป็นผู้ช่วยทนายความ หรือ paralegal ทำหน้าที่ช่วยจัดการเอกสารและข้อมูลเบื้องต้นให้กับทนายความ และประสานงานหน่วยงาน หรือพาลูกความไปรายงานตัว ทำให้ทนายความมีเวลาดูแลเนื้อหาของคดีความเพิ่มมากขึ้น ทั้งที่เขาเองยังศึกษาไม่จบปริญญาตรีในขณะที่เริ่มเข้ามาทำงาน แต่ปัจจุบันเขาศึกษาต่อปริญญาโทที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

“ผมดร็อปเรียนเมื่อตอนต้นปีแล้วพี่ แล้วมาโฟกัสภาษาอังกฤษก่อน ตอนนี้ผมเรียนภาษาอยู่ที่สถาบันสอนภาษาแห่งหนึ่ง ผมวางแผนว่า เดือนพฤษภาคมนี้จะสมัครสอบเข้า ป.โท ของอีกมหาวิทยาลัย” ขนุนมีความสนใจด้านวิชาการและเขาอยากเป็นอาจารย์ 

แม้จะมีคดีมาตรา 112 อยู่ แต่เขาไม่คิดว่า โอกาสที่เขาจะเข้าเรือนจำมีสูงนัก “ผมเห็นคดีพี่มายด์ (ภัสราวลี) ผมเป็น paralegal ของศูนย์ทนายฯ ผมก็ record ไว้อยู่ว่า คดี 112 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้หลายคดีรอลงอาญา” 

เราอธิบายสถานการณ์ว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาไม่มีคดี 112 ที่ศูนย์ทนายฯ ให้ความช่วยเหลือ ที่ส่งศาลสูงพิจารณาคำร้องขอประกันแล้วได้ประกันเลย ขนุนเข้าใจ แต่เราก็ยังคุยกันเรื่องการยื่นขอประกันอีกครั้ง 

เราอ่านจดหมายจากเพื่อน ๆ ให้ขนุนฟัง เขายังถามถึงความเคลื่อนไหวด้านนอก ถามถึงการอดอาหารของตะวัน ความคืบหน้าคดีของคนอื่น ฝากข้อความถึงครอบครัวและคนรัก เขาอยากได้รับจดหมายทาง domimail แต่ต้องรอพ้นเวลากักตัว เขาฝากแจ้งว่า ไม่ต้องซื้อของให้เขาเยอะเพราะยังไม่มีที่เก็บ และฝากบอกพี่ ๆ ที่ศูนย์ทนายฯ ว่า คิดถึง 

ตลอดการพูดคุยที่หน้าจอติด ๆ ดับ ๆ ทำให้เราเห็นเขาไม่ถนัด แต่ยังดีที่ขนุนบอกว่า เห็นเราชัดเจน เขาดีใจที่มีคนรู้จักมาเยี่ยม เราถามขนุนว่า มีอะไรอยากสื่อสารต่อสาธารณะมั้ย เขาบอกเราเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมอยากเรียนต่อ”

.

จนถึงปัจจุบัน (30 มี.ค. 2567) ขนุนถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว 6 วัน

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ประมวลคดี 112 ของ “ขนุน” สิรภพ เหตุปราศรัยในม็อบ #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ ยืนยันพูดตามที่ร่ำเรียนมา ไม่มีเจตนามุ่งร้าย

รู้จัก “ขนุน – สิรภพ” ในหลากมุมมองและบทบาท ผ่านสายตา อ.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล

ฐานข้อมูลคดี

คดี 112 ชูเกียรติ-สิรภพ #18พฤศจิกาไปราษฎร์ประสงค์

X