พิพากษายกฟ้องคดีคาร์ม็อบกำแพงเพชร ชี้จำเลยร่วมชุมนุมไม่กระทบความมั่นคง-ไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบ

22 มิ.ย. 2565 เวลา 9.00 น. ศาลจังหวัดกำแพงเพชรอ่านคำพิพากษายกฟ้องคดีของอภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ อดีตผู้สมัคร นายก อบจ. กำแพงเพชร ของคณะก้าวหน้า วัย 45 ปี กรณีร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบ #กำแพงเพชรจะไม่ทน เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564

คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยไปเมื่อวันที่ 10-11 พ.ค. 2565 โดยโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยเป็นผู้ชักชวน นัดหมาย จัดกิจกรรมคาร์ม็อบในวันที่ 1 ส.ค. 2564 ให้บุคคลประมาณ 400 คนมาร่วมกันทำกิจกรรมขับยานพาหนะไปตามถนน และไปรวมกลุ่มที่บริเวณลานอนุรักษ์วัฒนธรรมสวนสาธารณะสิริจิตอุทยาน ซึ่งเป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ

ข้อต่อสู้ของจำเลย ได้แก่ จำเลยไม่ใช่ผู้จัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นเพียงผู้มาร่วมชุมนุมเท่านั้น การชุมนุมเป็นลักษณะของการขับยานพาหนะของตนเองไปตามท้องถนนตามปกติ เป็นที่โล่งแจ้ง ไม่แออัด จึงไม่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด และการชุมนุมสาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธาณณะฯ ก็ไม่มีผลบังคับใช้ในห้วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งการชุมนุม

ย้อนอ่าน > ก่อนพิพากษาคดี “คาร์ม็อบกำแพงเพชร” : ไม่ใช่ผู้จัด-กิจกรรมไม่เสี่ยงแพร่โรค-การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สะท้อนปัญหาการใช่ กม. ของรัฐ

.

สำหรับคำพิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหาของศาล ได้วินิจฉัยโดยสรุปได้ว่า พิเคราะห์พยานโจทก์แล้ว มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยชักชวนผู้อื่นและไปเข้าร่วมชุมนุมคาร์ม็อบ ส่วนจำเลยรับว่าไปเข้าร่วมชุมนุมจริง

เห็นว่าเนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ. 2548 มีเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ตามมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันแก้ไขให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติได้โดยเร็ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อป้องกันการดำรงชีวิตโดยปกติสุข ให้เกิดความสงบเรียบร้อย

ดังนั้นการชุมนุมจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะต้องเป็นการชุมนุมที่มีลักษณะเป็นการกระทบต่อความมั่นคงต่อรัฐ การที่จำเลย ชักชวนและมาร่วมการชุมนุม จึงไม่เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 บุคคลจะต้องได้รับโทษต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด แต่ตามคำสั่งจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 1810/2564 ข้อที่ 20 ระบุผู้ใดฝ่าฝืนอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และอาจมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ไม่มีสภาพบังคับเด็ดขาด

นอกจากนี้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 3 (6) บัญญัติไม่ให้ใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ บังคับใช้ในระหว่างที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ประกาศใช้ จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง

พิพากษายกฟ้องจำเลย

ทั้งนี้เป็นประเด็นคำพิพากษาโดยสรุป โปรดติดตามคำพิพากษาฉบับเต็มต่อไป

.

อ่านเรื่องราวของจำเลย

“ถ้าไม่ทำวันนี้ ก็จะไม่มีวันข้างหน้า” คุยกับจำเลยคดีคาร์ม็อบกำแพงเพชร จากนักพัฒนาชุมชน ถึงคนทำงานการเมือง

X