“ทิวากร” เดินทางไกลขอนแก่น-ลำปาง แสดงตัวปฏิเสธข้อหา ม.116 จากโพสต์ล่าชื่อประชามติระบอบกษัตริย์

วันที่ 30 ก.ย. 64 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ทิวากร วิถีตน เกษตรกร อายุ 45 ปี ผู้สวมใส่เสื้อ “เราหมดศรัทธาในสถาบันกษัตริย์” เดินทางไกลด้วยรถจักรยานยนต์จากจังหวัดขอนแก่น เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกผู้ต้องหา ในคดีที่มี นายทวี อินทะ เครือข่ายเฝ้าระวังปกป้องและพิทักษ์สถาบันในจังหวัดลำปาง เป็นผู้กล่าวหา ในข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ต่อมาพบว่าถูกกล่าวหาพฤติการณ์เกี่ยวกับการโพสต์เปิดรณรงค์ล่ารายชื่อในให้มีการทำประชามติให้เลือกว่าจะคงไว้หรือยกเลิกระบอบกษัตริย์

.

ตำรวจไม่ให้เลื่อน อ้างโควิดทุเลาแล้ว แม้ไม่มีรถประจำทาง ก็เป็นเหตุผลส่วนตัว ทิวากรจึงขับรถมอเตอร์ไซต์ 2 วัน 2 คืนไปรับทราบข้อหา

ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2564 ทิวากรได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาลงวันที่ 9 ส.ค. 64 ในคดีดังกล่าว ให้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง สารวัตรสอบสวนสภ.เมืองลำปาง ในวันที่ 18 ส.ค. 64 แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ไม่มีช่องทางขนส่งสาธารณะให้ทิวากรเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาได้ จึงได้ให้ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนทำหนังสือเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกมาเป็นวันที่ 20 กันยายน 2564

ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ทิวากรจึงได้ขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งหนึ่ง ไปเป็นวันที่ 20 ตุลาคม 2564 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดย พ.ต.ท.สืบสกุล ขุนเพิ่ม รองผู้กำกับการสอบสวน ปฏิบัติราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ได้มีหนังสือตอบกลับ ระบุว่า ไม่อนุญาตให้เลื่อนวันรับทราบข้อกล่าวหาออกไปอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทุเลาเบาบางไปมากแล้ว และรัฐบาลก็ได้มีนโยบายเปิดประเทศเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยแล้ว นอกจากนี้ยังมีการอ้างคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 419/2556 บทที่ 4 ข้อที่ 3.1.2 (2) ที่กำหนดให้ทำการสอบสวนคดีต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนับแต่วันที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงระบุให้ทิวากรเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 30 ก.ย. 64 พร้อมกับแนบหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 มาด้วย

หลังทนายความแจ้งเรื่องการไม่ให้เลื่อนของตำรวจแก่ทิวากรแล้ว เขาได้เดินทางไปยังสถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่นเพื่อทำการสอบถามรถขนส่งสาธารณะ ที่จะเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นมายังจังหวัดลำปาง  แต่ปรากฏว่าเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำให้ไม่มีรถขนส่งสาธารณะให้บริการในการเดินทางเลย และเขาเองก็ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว

ทิวากรจึงได้ขอให้ทนายความยื่นหนังสือเพื่อขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไปอีกครั้ง จากเหตุขัดข้องไม่สามารถเดินทางมาได้ แต่ พ.ต.ท.สืบสกุล ขุนเพิ่ม ก็ได้ตอบกลับอีกครั้งยืนยันว่าไม่ให้เลื่อนการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยระบุว่าจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดลำปางไม่ได้ห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด ทำให้สามารถเดินทางมาได้หลายเส้นทาง และการเดินทางก็สามารถกระทำได้ด้วยยานพาหนะอย่างอื่น นอกจากรถทัวร์หรือรถโดยสารประจำทาง เหตุผลความลำบากของทิวากรนั้น เป็นเหตุผลและความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น

ทิวากรจึงได้ตัดสินใจเดินทางออกจากจังหวัดขอนแก่นด้วยรถจักรยานยนต์ของเขามายังจังหวัดลำปาง โดยออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 64 เป็นเวลา 2 วัน 2 คืน มาที่ สภ.เมืองลำปาง

ส่วนหนึ่งในหนังสือตอบกลับไม่ให้เลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาของ ทิวากร

ตำรวจแจ้งข้อหา ม.116 เหตุโพสต์เปิดแคมเปญล่าชื่อ “ประชามติให้คงไว้หรือยกเลิกระบอบกษัตริย์”

สำหรับบรรยากาศก่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบราว 10 นาย กระจายตัวโดยรอบ สภ.เมืองลำปาง เมื่อทิวากรเดินทางไปถึง ก็ได้ติดตามถ่ายภาพไว้โดยตลอด อีกทั้งยังมีกลุ่มนักกิจกรรมและคนเสื้อแดงราว 15 คน เดินทางมาให้กำลังใจทิวากร และพูดคุยกับเขาก่อนที่จะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วย

จากนั้นพนักงานสอบสวนโดย พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง และคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้ร่วมกัน แจ้งข้อกล่าวหาแก่ทิวากรโดยสรุปว่า

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 64 นายทวี อินทะ ผู้กล่าวโทษ ซึ่งเป็นเครือข่ายกลุ่มเฝ้าระวังปกป้องและพิทักษ์สถาบันในจังหวัดลำปาง ได้เปิดเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “ทิวากร วิถีตน” ได้โพสต์ข้อความคําว่า “เปิดแล้ว! ล่ารายชื่อคนที่ต้องการให้ทําประชามติให้เลือกว่าจะคงไว้หรือยกเลิกระบอบกษัตริย์” พร้อมกับมีข้อความบนภาพลายพื้นหลังว่า “เราฝันถึงระบอบสาธารณรัฐ/สหพันธรัฐที่ไม่ต้องมีกษัตริย์” และมีข้อความใต้ภาพว่า “เริ่มปฏิบัติการ:ล่ารายชื่อคนที่ต้องการให้ทําประชามติให้เลือกว่าจะคงไว้หรือยกเลิกระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” พร้อมกับเปิดเว็บไซต์ Change.org ให้ประชาชน เข้าไปลงชื่อ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปเป็นระบอบสาธารณรัฐหรือสหพันธรัฐที่ไม่ต้องมีกษัตริย์

การกระทําของผู้ต้องหาไม่ใช้เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต แต่มีเจตนาเพื่อยุยงปั่นป่วน ปลุกเร้า เร่งเร้า ในหมู่ประชาชนโดยทั่วไปกระด้างกระเดื่อง เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปเป็นการปกครองระบอบสาธารณรัฐหรือสหพันธรัฐที่ไม่ต้องมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือให้เห็นคล้อยตามคําชักชวน เชิญชวนของผู้ต้องหา เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า และเพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปละเมิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของแผ่นดิน

การที่ผู้ต้องหาโพสต์ข้อความดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กที่ผู้ต้องหามีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้ และเฟซบุ๊กดังกล่าวเปิดเป็นเฟซบุ๊กสาธารณะที่ให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ โดยการเข้าไปอ่าน คอมเม้นต์ และแสดงความคิดเห็นได้ และความผิดที่ผู้ต้องหาโพสต์นั้นเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ทําให้ประชาชนโดยทั่วไปอาจเห็นคล้อยตามคํา ชักชวน เชิญชวนของผู้ต้องหาได้

ผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวนเห็นว่า พฤติการณ์และการกระทําของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน “กระทําให้ปรากฏต่อประชาชนด้วย วาจา หนังสือ หรือด้วยวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่แสดงความ คิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่ สงบขึ้นในราชอาณาจักร, นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร”  

ด้านทิวากรให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 20 วัน ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือ

จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองลำปางได้เข้ามาสอบถามความยินยอมของทิวากรในการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะขอจัดทำประวัติส่วนตัวไว้เป็นฐานข้อมูลอาชญากรรมของชุดสืบสวนเพื่อตรวจสอบต่อไป ด้านทิวากรได้ปฏิเสธกระบวนการเก็บข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้เดินทางออกจากห้องสอบสวนไป

สุดท้ายพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวทิวากรให้เดินทางกลับหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้ แต่นัดหมายมาส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการในวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ต่อไป

ภาพนักกิจกรรมและคนเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจทิวากร

.

More from my site

X