ตร.ติดตามคุกคามกลุ่มพัทยาปลดแอก ถามข้อมูลซ้ำๆ 4 วันติด ระหว่างจัดอบรมรัฐสวัสดิการ

วันที่ 21 มิถุนายน 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งจากสมาชิกกลุ่มคนพัทยาปลดแอก ว่าระหว่างที่ทางกลุ่มจัดกิจกรรมค่ายอบรมเรื่องรัฐสวัสดิการ “Will be Welfare” ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบหมุนเวียนกันเข้าสอดแนม และสอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวม 4 วันติดต่อกันแล้ว

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2564 ทางกลุ่มได้ประชาสัมพันธ์โปสเตอร์และการสมัครเข้าร่วมค่ายดังกล่าว ซึ่งกำหนดจัดวันที่ 19-20 มิ.ย. 64 โดยในการประชาสัมพันธ์ได้ระบุสถานที่จัดเพียงกว้างๆ ว่า  “นาจอมเทียน พัทยา ชลบุรี” และเชิญชวนเยาวชนอายุระหว่าง 15-20 ปี ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วม

สมาชิกกลุ่มระบุว่าค่ายนี้เป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องรัฐสวัสดิการ โดยมีการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เช่น การเล่นบอร์ดเกมส์, กิจกรรม Role play หรือกิจกรรมลงพื้นที่ชุมชน และมีวิทยากรจากทางเครือข่าย We Fair มาร่วมพูดคุยในประเด็นรัฐสวัสดิการ โดยผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแล้ว ทางทีมงานจึงจะติดต่อแจ้งสถานที่จัดกิจกรรมไป 

 

 

แต่ในช่วงบ่ายวันที่ 18 มิ.ย. 64 ระหว่างที่ทีมงานของกลุ่มเข้าเตรียมงานในบ้านเช่าซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมค่ายดังกล่าว  ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 2 นาย เดินทางมาที่หน้าบ้านเช่า โดยระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก สภ.เมืองพัทยา โดยพยายามสอบถามทีมงานผู้จัดว่ามาทำอะไรกันที่บ้านนี้ มากันกี่คน จัดงานอะไรบ้าง เวลาไหนบ้าง ใครเป็นผู้ประสานงานที่จะจัดกิจกรรม 

ทีมงานผู้จัดได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตามจริง ว่ากำลังเตรียมจัดค่ายอบรมเรื่องรัฐสวัสดิการ โดยเป็นการชวนน้องๆ ที่สนใจมาเรียนรู้ในประเด็นนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้สอบถามจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม และพยายามถามย้ำว่ากิจกรรมเกี่ยวข้องกับทางการเมืองหรือไม่ ทีมงานก็ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องรัฐสวัสดิการเท่านั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้ขอชื่อและเบอร์ติดต่อผู้ประสานงานไป ทางทีมงานยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่รู้ถึงสถานที่จัดอบรมได้อย่างไร ทั้งที่ไม่ได้มีประชาสัมพันธ์เอาไว้ในเพจ 

จากนั้นในช่วงเย็น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 3 นาย เดินทางด้วยรถตำรวจมาที่บ้านเช่าอีก โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามาจาก สภ.เมืองพัทยา เช่นกัน ก่อนสอบถามทีมงานผู้จัดในลักษณะเดียวกัน ถึงกิจกรรมที่จะจัดขึ้น ว่าเกี่ยวข้องกับอะไร มีเนื้อหาการเมืองหรือไม่ และมีใครเข้าร่วมบ้าง โดยเจ้าหน้าที่ยังได้เปิดไลน์ตำรวจให้ดูว่ามีการส่งเรื่องกิจกรรมนี้ มีโปสเตอร์กิจกรรม มีชื่อกลุ่มคนพัทยาปลดแอก และยังมีการสรุปยอดกดไลท์กดแชร์การประชาสัมพันธ์ในเพจ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอถ่ายรูปทีมงานผู้จัดไปอีกด้วย 

นอกจากนั้นในวันดังกล่าว ยังพบว่ามีบุคคลลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าไปคุยกับบ้านฝั่งตรงข้าม พร้อมกับไปพูดคุยกับแม่ของน้องคนหนึ่งที่สมัครมาร่วมกิจกรรมด้วย โดยเธอเป็นแม่บ้านอยู่ในบริเวณดังกล่าวพอดี โดยชายดังกล่าวแจ้งว่ามาขอข้อมูลการจัดกิจกรรม พอทีมผู้จัดเดินออกไปดู บุคคลนี้ก็เดินทางออกไป

 

ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบที่เข้าติดตามการจัดอบรม เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 64

 

จนวันที่ 19 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรม ทีมงานคนพัทยาปลดแอกระบุว่าก่อนเริ่มอบรม ได้มีบุคคลที่อ้างว่าชื่อ “แมว” ไม่ได้บอกชื่อนามสกุลจริง โทรศัพท์มาสอบถามว่าอยากจะเข้าร่วมกิจกรรมด้วย เพราะสนใจ และอยากมานั่งฟังการพูดคุย โดยได้ลงทะเบียนเข้าร่วมแล้ว แต่เมื่อผู้จัดได้ตรวจสอบก็พบว่าไม่มีผู้ลงทะเบียนรายดังกล่าว จึงคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอ้างตัวมา และไม่ได้ให้มาเข้าร่วมกิจกรรม

ระหว่างจัดกิจกรรม ยังมีชายที่ขับรถแกร็บส่งของ ขับมายังบริเวณบ้านเช่า โดยพบว่าใส่กางเกงขายาวสีกากี ชายคนนี้ได้เข้าพูดคุยกับแม่ของผู้เข้าร่วมคนเดียวกับวานนี้ โดยอ้างว่ามาส่งของ โดยสอบถามว่าบ้านเลขที่อะไร ก่อนจะอ้างว่ามาผิดบ้าน และกลับออกไป แต่จากนั้น ก็พบว่าชายคนเดิมได้ขับกลับเข้ามาใหม่ ไปจอดรถคุยกับคนที่หน้าปากซอย แล้วก็กลับมาคุยกับแม่ของผู้เข้าร่วมอีก สอบถามว่าที่นี่ใช่ที่เขาจัดกิจกรรมค่ายหรือไม่ และสอบถามว่าจัดอะไรกันบ้าง จึงคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่มาติดตามกิจกรรมนั่นเอง

ในวันที่ 20 มิ.ย. ระหว่างการจัดอบรม ยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ระบุตนมาจาก สภ.เมืองพัทยา เข้ามาพูดคุยกับทีมงานผู้จัดอีก เจ้าหน้าที่ยังพยายามสอบถามรายละเอียดอีกว่าบ้านเช่านี้ใครดูแล เป็นของใคร บ้านเลขที่เท่าไร แล้วเราเข้ามาทำอะไรกันบ้าง โดยทีมงานยืนยันว่าได้ให้ข้อมูลกิจกรรมไปหมดแล้ว ตั้งแต่เจ้าหน้าที่มาพูดคุยในวันแรก ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม สามารถโทรติดต่อมาได้ เพราะได้ให้เบอร์ติดต่อไปแล้ว และไม่ควรเข้ามาหาเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ยังกล่าวในลักษณะว่าถ้าให้ข้อมูลกับเขา จะง่ายขึ้น ถ้าทางอำเภอมาดูเอง ไม่ใช่จาก สภ.เมืองพัทยา จะคุยกันวุ่นวายกว่านี้ 

ต่อมาวันที่ 21 มิ.ย. 64 แม้เมื่อจัดกิจกรรมเสร็จแล้ว ระหว่างทีมงานผู้จัดได้เข้ามาเก็บของและทำความสะอาดสถานที่ พบว่าได้มีชายนอกเครื่องแบบ ขับรถเข้ามาที่หน้าบ้าน มีการพยายามปีนรถกระบะเพื่อถ่ายรูปข้ามรั้วบ้านเข้ามาข้างในบ้าน พอทีมงานออกไปดู และถามว่าถ่ายรูปทำไม ชายคนดังกล่าวก็ไม่คุยด้วย และรีบขับรถออกไป

ต่อมาในวันเดียวกันนี้ ยังมีชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ประมาณ 2 คันรถ เกือบ 10 นาย เดินทางมาที่บ้านข้างๆ โดยอ้างว่ามาติดต่อกับคนเกาหลี แต่บ้านดังกล่าวอยู่ในรั้วเดียวกับบ้านที่ทีมงานใช้จัดกิจกรรม จึงมีเจ้าหน้าที่ ตม. เข้ามาพยายามสอบถามทีมงาน อาทิ ถามว่าอยู่ด้วยกันกี่คน ทำอะไรกัน และเอ่ยเตือนในลักษณะว่าช่วงนี้มีโควิด มารวมตัวกันให้ระวัง โดยทางทีมงานยืนยันว่าไม่ได้มีการรวมตัวเกินกว่า 50 คน ตามข้อห้ามในคำสั่งของพื้นที่พัทยาแต่อย่างใด

แต่ปรากฏว่าเมื่อกลุ่มเจ้าหน้าที่ ตม. กำลังกลับออกไป ก็ได้เข้าไปพูดคุยกับแม่ของน้องที่มาเข้าร่วมค่ายรายเดิมอีก โดยทราบต่อมาว่าเจ้าหน้าที่พยายามสอบถามว่าแม่เป็นคนดูแลที่นี่ใช่หรือไม่ น้องๆ กลุ่มที่บ้านนี้มาทำอะไรกัน มาเช่าที่นี่ได้อย่างไร เอาเงินเช่ามาจากไหน เจ้าหน้าที่ยังพยายามขอดูบัตรประจำตัวประชาชนของแม่ แต่กลุ่มทีมงานออกไปดูกันก่อน ทางกลุ่มเจ้าหน้าที่ ตม. จึงเดินทางกลับไป

สมาชิกลุ่มคนพัทยาปลดแอก ระบุว่าทางผู้จัดไม่ได้ถึงกับกลัวสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เหมือนการก่อกวน สร้างความรำคาญ และทำให้ผู้จัดถูกทำลายสมาธิ ขณะเตรียมจัดอบรมกันอยู่ ต้องมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ และแม้จะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วตั้งแต่แรก แต่ก็ยังมีมาสอบถามอีกเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด นอกจากนั้นยังทำให้ผู้ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมลดลง จากจำนวนที่ลงทะเบียนไว้นิดหน่อย ซึ่งคาดว่าอาจเพราะปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่เกิดขึ้น  

ทั้งนี้ แม้ว่ากิจกรรมการอบรมจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองในความหมายโดยตรง แต่เหตุที่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามอย่างมากเช่นนี้ อาจเพราะทางกลุ่มเคยจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองและเรียกร้องประชาธิปไตยในพื้นที่พัทยา เมื่อช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่มีการติดตามเพจ และเข้ามาจับตากิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

 

More from my site

X