ให้ประกัน “เพนกวิน-แอมมี่” แล้ว หลังยื่นประกันถึง 10 ครั้ง ระบุห้ามทำกิจกรรมเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ขณะเลื่อนไต่สวนไมค์ เหตุเสี่ยงโควิด

วันนี้ (11 พ.ค. 64) เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ศาลอาญา รัชดาฯ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก  และ “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ 3 นักกิจกรรมกลุ่ม “ราษฎร” ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อไต่สวนคำร้องขอประกัน หลังเมื่อวันที่ 30 เม.ย. และ 1 พ.ค. 64 ทนายความได้ยื่นประกันเพนกวินและแอมมี่ตามลำดับ แต่ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนเพนกวินและแอมมี่มา 2 ครั้ง โดยให้ทั้งสองครบระยะเวลากักตัว หลังจากสัมผัสใกล้ชิดกับชูเกียรติ แสงวงค์ และให้ตรวจเชื้อโควิดก่อน ส่วนกรณีของไมค์ ครอบครัวได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีการไต่สวนคำร้องของแอมมี่และเพนกวินเท่านั้น โดยให้เลื่อนการไต่สวนคำร้องของไมค์ออกไป ระบุว่า เนื่องจากไมค์ตรวจโควิดครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 64 แม้ไม่พบว่าติดเชื้อ แต่ไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้ อีกทั้งไมค์ยังคลุกคลีใกล้ชิดกับอานนท์ นำภา ซึ่งยืนยันแล้วว่าติดเชื้อ เพื่อความปลอดภัยของบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงให้เลื่อนการไต่สวนออกไปก่อน และให้ทางเรือนจำตรวจโควิดไมค์อีกครั้ง จากนั้นรายงานให้ศาลทราบ ศาลจึงจะนัดไต่สวนคำร้องขอประกันต่อไป 

เวลา 18.27 น. ศาลมีคำสั่งให้ประกันเพนกวินและแอมมี่ กำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำการตามที่ถูกฟ้องหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง, ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, ห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่รับอนุญาตจากศาล และให้มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด  ซึ่งเป็นลักษณะกับเงื่อนไขการให้ประกันตัวจำเลยหรือผู้ต้องหาคดี 112 ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ครอบครัวต้องวางหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสดคดีละ 200,000 บาท ในคดีตามมาตรา 112 และ 50,000 บาท ในคดีตามมาตรา 116 โดยใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ รวมทั้งสิ้น 650,000 บาท 

คำสั่งให้ประกันเพนกวินและแอมมี่มีขึ้นหลังเพนกวินยื่นประกันเป็นครั้งที่ 10 ในคดีมาตรา 112 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดี MobFest ส่วนแอมมี่เป็นการยื่นประกันตัวครั้งที่ 5 ในคดีตามมาตรา 116 จากการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และครั้งที่ 8 ในคดีตามมาตรา 112 กรณีเพลิงไหม้รูป ร.10 หน้าเรือนจำคลองเปรม 

นับถึงวันนี้ เพนกวินถูกขังระหว่างพิจารณาคดีมาแล้ว 92 วัน โดยอดอาหารเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวมา 57 วัน ส่วนแอมมี่ถูกขังมาแล้ว 69 วัน ขณะที่ไมค์ยังต้องถูกคุมขังต่อไปหลังจากสูญเสียอิสรภาพมา 65 วันแล้ว  

หลังเพนกวินและแอมมี่ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ ยังมีผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างการต่อสู้คดี ในคดีที่มีเหตุจากการชุมนุมและแสดงออกทางการเมือง จำนวนอย่างน้อย 15 คน โดยเป็นผู้ถูกคุมขังในคดีตามมาตรา 112 จำนวน 4 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก, ชูเกียรติ แสงวงค์ และปริญญา ชีวินกุลปฐม  ส่วนอีก 11 คน ถูกขังในคดีอื่นๆ 

     >> สถิติผู้ถูกคุมขังในคดีการเมืองระหว่างการต่อสู้คดี ปี 2564

 

เพนกวิน-แอมมี่ ยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล “ห้ามร่วมกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์” 

บรรยากาศที่ศาลอาญาเช้าวันนี้ มีการวางลวดหนามบริเวณรั้วหน้าศาล ทางเข้าตั้งจุดคัดกรอง ผู้ที่มาติดต่อเรื่องคดี เจ้าหน้าที่จะให้จดชื่อและถ่ายรูปพร้อมถือบัตรประชาชนไว้ด้วย สำหรับนักข่าวเจ้าหน้าที่จะให้แยกไปลงชื่อในอีกช่อง โดยมีรถฉีดน้ำแรงดันสูงและรถกระจายเสียงของตำรวจจอดประจำการอยู่ด้านในรั้วศาล

ภายในห้องพิจารณาคดี อนุญาตให้เข้าเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยจำเลยหรือผู้ต้องหา ทนายความ อัยการ และพยานที่มาเบิกความ โดยเจ้าหน้าที่ให้ทยอยเข้าเมื่อศาลให้เบิกตัวเข้าเบิกความ

ส่วนผู้ที่สนใจเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงไปที่ห้อง conference ซึ่งวันนี้จำกัดคนให้เข้าได้เพียง 15 คน คนที่เข้าห้องได้ต้องมีบัตรชั่วคราวระบุว่า “ห้อง conference” โดยมีตัวแทนสถานทูตฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร, สเปน และสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมสังเกตการณ์ พร้อมทั้งผู้สื่อข่าวอีก 3 คน เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมดูแลในห้องประกอบด้วยตำรวจศาล 3 นาย มีการชี้แจงถึงระเบียบการปฏิบัติตัวขณะอยู่ในห้องด้วย 

เวลา 10.25 น. เทวัญ รอดเจริญ และพิศิษฐ์ วิริยะพาณิชย์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ออกพิจารณาคดี และเริ่มไต่สวนคำร้องขอประกันของแอมมี่ในช่วงเช้า ตามด้วยเพนกวินจนเสร็จในเวลา 14.30 น. ก่อนพักเจ้าหน้าที่แจ้งว่า จะเริ่มไต่สวนคำร้องขอประกันของไมค์เวลา 15.00 น.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำความสะอาดและฉีดยาฆ่าเชื้อในห้องพิจารณาคดีถึงสองครั้ง และหลังจากที่ไมค์ แม่ และคนอื่นๆ รอการไต่สวนไมค์อยู่กว่า 3 ชั่วโมง เวลาประมาณ 18.00 น. ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนการไต่สวนไมค์ออกไป

ในส่วนการไต่สวนคำร้องขอประกันของแอมมี่และเพนกวิน พยานที่เข้าเบิกความแต่ละกรณี นอกจากตัวจำเลยหรือผู้ต้องหาแล้ว ก็จะมีพ่อ แม่ อาจารย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ โดยหลักๆ แอมมี่ และเพนกวิน เบิกความถึงผลกระทบต่อสุขภาพหากไม่ได้รับการปล่อยตัว และแถลงว่า หากศาลให้ประกันโดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ และกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ยินดีจะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว 

ขณะที่พยานที่เกี่ยวข้องเบิกความว่า จะดูแลให้ทั้งสองปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล กรณีของเพนกวิน แม่และรองอธิการบดียังได้เบิกความถึงผลกระทบด้านการเรียนของเพนกวิน ส่วนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกความยืนยันว่า ขณะเป็นผู้ต้องขังทั้งหมดมีความประพฤติดี ปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจำ 

ทั้งนี้ อัยการและพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น (คดีวางเพลิงรูป ร.10 ของแอมมี่) ไม่ได้เบิกความค้านการประกันตัวของทั้งสอง  แต่ในกรณีของเพนกวิน มีประชาชนเขียนคำร้องคัดค้านการให้ประกันตัวในภายหลัง แต่ศาลไม่ได้นำมาพิจารณา

 

ไต่สวนคำร้องขอประกันของแอมมี่ 

แอมมี่ถูกเบิกตัวมาที่ห้องพิจารณาในชุดนักโทษชายพร้อมสวมใส่หน้ากากอนามัย โดยเบิกความตอบทนายความว่า พยานประกอบอาชีพเป็นศิลปิน มีผลงานเพลงมาแล้ว 3 อัมบั้ม รวม 70 เพลง, มีงานแสดงศิลปะ 1 ครั้ง, ร่วมเทศกาลดนตรีจัดโดยลิโด้  1 ครั้ง, เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปิน 1 ครั้ง, แต่งเพลงให้ศิลปินอื่น ๆ พร้อมเป็นโปรดิวเซอร์เกิน 10 ครั้ง

พยานมีครอบครัวแล้ว มีลูก 1 คน ซึ่งพยานต้องดูแลส่งเสีย ก่อนหน้าถูกจับ พยานกำลังหัดให้ลูกสาวว่ายน้ำ สิ่งที่พยานเป็นห่วงที่สุดก็คือ ลูกสาว ปัจจุบันพยานอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เกษียณแล้ว โดยมีหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก

ตั้งแต่พยานถูกขังอยู่ในเรือนจำ มีอาการความดันโลหิตสูง โดยที่ปกติพยานเป็นโรคกระจกตาโป่งพองและย้วย ซึ่งต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเท่านั้น รักษาแบบทำเลสิคไม่ได้ ตอนนี้ค่าสายตาจะเปลี่ยนและรับแสงได้น้อยลงทุกวัน มีโอกาสที่จะตาบอดได้ หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร่งด่วน ซึ่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่มีหมอเฉพาะทางด้านนี้ 

เกี่ยวกับคดีนี้ พยานไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี เนื่องจากพยานเดินทางไปอยุธยาเป็นประจำอยู่แล้ว เฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้ง เพื่อไปพักผ่อน รวมทั้งมีธุรกิจอยู่ที่นั่น ชื่อร้าน Stockholm บางครั้งพักอยู่ที่อยุธยาเป็นเดือนเพื่อแต่งเพลง ซึ่งตอนที่ถูกจับพยานก็กำลังไปพักผ่อน

หากศาลให้ประกันโดยกำหนดเงื่อนไข ไม่พูดพาดพิงและไม่เข้าร่วมการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์, ไม่เดินทางออกนอกประเทศระหว่างการพิจารณาคดี, ไม่เข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความยั่วยุ รุนแรง และจะมารายงานตัวตามนัดของศาลทุกนัด พยานก็พร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด      

รวมถึงหากศาลกำหนดให้ใส่ EM พยานก็ยินดีใส่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่กังวลว่าหากไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัด กำไล EM จะไม่มีสัญญาณ รวมถึงจะไปรบกวนเครื่องดนตรีขณะทำการแสดงดนตรีอีกด้วย

ด้านพ่อและแม่ของแอมมี่ซึ่งเข้าเบิกความลำดับถัดมา ยืนยันว่า แอมมี่เป็นคนมีนิสัยและจิตใจดี รักเพื่อน มีบุตรสาว 1 คน ซึ่งที่ผ่านมาให้การเลี้ยงดูอย่างดี แอมมี่พักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ และเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจเกสต์เฮาส์กึ่งผับกับเพื่อนที่จังหวัดอยุธยา แอมมี่จึงเดินทางไปอยุธยาเป็นปกติเพื่อดูแลธุรกิจ 

พ่อและแม่ของแอมมี่ยังรับรองว่า จะกำกับดูแลให้แอมมี่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด 

 

ไต่สวนคำร้องขอประกันของเพนกวิน

ในการไต่สวนคำร้องขอประกันของเพนกวิน มีพยานเข้าเบิกความรวมทั้งสิ้น 5 ปาก  ได้แก่ เพนกวิน, พ่อ, แม่, ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

เวลา 12.10 น. ศาลให้เบิกตัวเพนกวินมายังห้องพิจารณาคดีหมายเลข 711 เพื่อไต่สวนคำร้องของประกัน โดยเพนกวินนั่งรถวีลแชร์ ใส่เสื้อผู้ต้องขังสีน้ำตาลเข้มเข้ามาในห้องพิจารณา ศาลให้เพนกวินเบิกความอยู่ที่ม้านั่งด้านหลัง 

เพนกวินเบิกความตอบทนายจำเลยความว่า ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นมัธยมปลายเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดม เคยได้รับรางวัลเพชรยอดมงกุฎด้านประวัติศาสตร์ และชนะเลิศตอบปัญหารัฐศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพทั้ง 2 ครั้ง

ก่อนหน้าที่จะถูกดำเนินคดีในคดีนี้พยานไม่เคยต้องจำคุกในคดีอาญาใดๆ  ปัจจุบันพยานพักอาศัยกับบิดามารดาซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว โดยมีบิดามารดาเป็นผู้อบรมดูแลตลอดมา

หากศาลให้ประกันตัวพยานโดยกำหนดเงื่อนไขว่า ไม่ทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ไม่เดินทางออกนอกประเทศ และมาตามกำหนดนัดของศาลในการพิจารณาคดีทุกครั้ง พยานยินดีที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว โดยปัจจุบันนี้พยานได้แต่งตั้งทนายความในคดีนี้เข้ามาแล้ว

นอกจากนี้ หากได้รับการประกันตัว พยานจะไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยจะเข้าร่วมเฉพาะกิจกรรมที่สงบ สันติ และปราศจากอาวุธ อีกทั้งพยานยินดีที่จะใส่ EM แต่ก็มีความกังวลว่าจะกระทบต่อการเดินทางไปเข้าเรียน

พยานมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืด ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องโดยแพทย์เฉพาะทางก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ 

เพนกวินเบิกความอีกว่า หากได้รับการประกันตัว ยินดีที่จะปฏิบัติตามที่ ดร.อดิศร จันทรสุข และบิดามารดาให้คำแนะนำ

ต่อมาอัยการถามค้านว่า การที่จำเลยยอมรับเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวว่า จะไม่กระทำการใดๆ เป็นที่เสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ หมายรวมถึงในพื้นที่โซเชียลด้วยใช่หรือไม่ เพนกวินตอบว่า ผมไม่เคยใช้โซเชียลมีเดียทำให้สถาบันฯ เสื่อมเสียเลย 

แม่และพ่อของเพนกวินเข้าเบิกความต่อจากเพนกวินตามลำดับ ระบุว่า ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว มีบุตร 2 คน ก่อนหน้าที่เพนกวินจะถูกขังในคดีนี้เพนกวินอยู่กับพ่อแม่โดยพ่อแม่เป็นผู้เลี้ยงดู 

เพนกวินเป็นคนที่เรียนดีมาตั้งแต่เล็ก ได้ทุนการศึกษาทุกปี เป็นคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น และให้ความร่วมมือเวลาครูให้ทำสิ่งใดหรือไปแข่งขันในที่ต่างๆ ที่จะสร้างชื่อเสียงให้สถาบันการศึกษา ถ้าไม่ถูกขังในคดีนี้ ปีนี้เพนกวินจะเรียนจบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยเกียรตินิยม แม่เพนกวินกล่าวว่า นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่มาขอให้ศาลให้ประกันตัวเพื่อให้เพนกวินได้กลับไปเรียนให้จบ

ในฐานะของพ่อและแม่ยืนยันว่า หากศาลให้ประกันตัว จะดูแลให้เพนกวินปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้ประกันของศาล และยืนยันว่า เพนกวินจะเชื่อฟังพ่อและแม่อย่างแน่นอน

ด้าน ดร.อดิศร จันทรสุข เบิกความว่า พยานเป็นรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีหน้าที่ดูแลความประพฤติของนักศึกษา สำหรับเพนกวินเป็นนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีมาก มีความประพฤติที่ดี ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย สำหรับผลกระทบที่เกิดจากการไม่ได้ประกันตัว ทำให้ต้องหยุดพักการเรียนในภาคเรียนที่ผ่านมา จึงเหลืออีก 2 เทอมในปีหน้า ถึงจะจบการศึกษา พยานเชื่อว่าเพนกวินจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้ประกันตัวของศาล และในฐานะรองอธิการบดี พยานจะช่วยดูแลความประพฤติของเพนกวินให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าเบิกความเป็นปากสุดท้าย ระบุว่า พยานมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำและระหว่างเดินทางมาศาล ระหว่างที่เพนกวินถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพนกวินมีความประพฤติเรียบร้อย ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ไม่เคยฝ่าฝืนข้อกำหนดของเรือนจำ 

 

คำสั่งให้ประกันเพนกวิน-แอมมี่ คดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร

ต่อมา ในช่วงเย็นเทวัญ รอดเจริญ และพิศิษฐ์ วิริยะพาณิชย์ มีคำสั่งให้ประกันเพนกวินทั้ง 2 คดี และให้ประกันแอมมี่ทั้ง 2 คดีเช่นกัน โดยคำสั่งให้ประกันทั้งสองในคดีการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร มีรายละเอียดดังนี้

“พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีประเด็นให้พิจารณาแต่เพียงว่ามีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 อันจะทําให้ศาลต้องสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ กล่าวคือ (1) จําเลยจะหลบหนี (2) จําเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน (3) จําเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น (4) ผู้ร้องขอ ประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ (5) การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดําเนินคดีในศาล 

ในส่วนของจําเลยที่ 1 (เพนกวิน) ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า จําเลยที่ 1 เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 ใกล้สําเร็จการศึกษา และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน จึงไม่น่าเชื่อว่าจําเลยที่ 1 จะหลบหนี ในส่วนพยานหลักฐานในคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมเสร็จแล้วและส่วนใหญ่เป็นเจ้าพนักงานหรืออยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน ประกอบกับจําเลยที่ 1 เป็นเพียงนักศึกษา ไม่ปรากฏว่ามีอิทธิพลหรือความสามารถอย่างไรที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ จึงเชื่อว่าจําเลยที่ 1 จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน 

อีกทั้งพนักงานราชทัณฑ์ได้ชี้แจงว่า จําเลยที่ 1 มีความประพฤติดี ปฏิบัติตามกฎระเบียบของทัณฑสถาน ประกอบกับจําเลยที่ 1 แถลงด้วยความสมัครใจว่า จะไม่กระทําการใด ๆ อันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่กระทําการใด ๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรและมาศาลตามกําหนดนัด โดยบิดา มารดา และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อดิศร จันทรสุข อาจารย์มหาวิทยาลัยที่จําเลยที่ 1 ศึกษาเล่าเรียนอยู่รับรองว่าจะเป็นผู้กํากับและดูแลให้จําเลยที่ 1 ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้แถลงไว้ต่อศาล 

นอกจากนี้จําเลยที่ 1 ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาดําเนินกระบวนพิจารณาคดีในวันนี้ ย่อมบ่งชี้ให้เห็นว่าจําเลยที่ 1 ยอมรับกระบวนพิจารณาของศาล อีกทั้งพนักงานอัยการโจทก์ไม่คัดค้านการยื่นคําร้องขอปล่อยชั่วคราว จึงไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอให้รับฟังว่า การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินกระบวนพิจารณาของศาล หรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น 

ผู้ขอประกันเป็นมารดาจําเลยที่ 1 ไม่เคยผิดสัญญาหรือมีข้อบกพร่องประการอื่น ประกอบกับหลักทรัพย์ที่ยื่นเป็นเงินสดมีมูลค่าถึง 200,000 บาท พอสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี พยานหลักฐานที่ปรากฏจึงไม่มีเหตุเพียงพอที่จะยกขึ้นอ้างมิให้ปล่อยชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ได้ อนึ่ง แม้ศาลเคยมีคําสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจําเลยที่ 1 มาก่อน แต่เมื่อทางไต่สวนในชั้นขอปล่อยชั่วคราวได้ข้อเท็จจริงตามที่กล่าวข้างต้น กรณีถือได้ว่าพฤติการณ์แห่งคดีได้เปลี่ยนแปลงไป 

ในส่วนของจําเลยที่ 17 (แอมมี่) ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า จําเลยที่ 17 มีอาชีพ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และมีบุคคลในครอบครัวต้องอุปการะเลี้ยงดู จึงไม่น่าเชื่อว่าจําเลยที่ 17 จะหลบหนี ในส่วนพยานหลักฐานในคดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมเสร็จแล้ว และส่วนใหญ่เป็นเจ้าพนักงานหรืออยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงาน จําเลยที่ 17 เป็นเพียงศิลปินและนักแต่งเพลง ไม่ปรากฏว่ามีอิทธิพลหรือ ความสามารถอย่างไรที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้ จึงเชื่อว่าจําเลยที่ 17 จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับ พยานหลักฐาน 

ประกอบกับจําเลยที่ 17 แถลงด้วยความสมัครใจว่า จะไม่กระทําการใด ๆ อันเป็นที่เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ในบ้านเมือง และจะไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล กับทั้งจะมาศาลตามกําหนดนัด โดยบิดามารดาจําเลยที่ 17 ร่วมกันแถลงต่อศาลว่า จะเป็นผู้กํากับและดูแลให้จําเลยที่ 17 ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้แถลงไว้ต่อศาล 

นอกจากนี้ จําเลยที่ 17 ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาดําเนินกระบวนพิจารณาคดีในวันนี้ ย่อมบ่งชี้ให้เห็นว่าจําเลยที่ 17 ยอมรับกระบวนพิจารณาของศาล อีกทั้งพนักงานอัยการโจทก์ไม่คัดค้านการยื่นคําร้องขอปล่อยชั่วคราว จึงไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอให้รับฟังว่า การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินกระบวนพิจารณาของศาลหรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น 

ผู้ขอประกันเป็นมารดาจําเลยที่ 17 ไม่เคยผิดสัญญาหรือมีข้อบกพร่องประการอื่น ประกอบกับหลักทรัพย์ ที่ยืนเป็นเงินสดมีมูลค่าถึง 50,000 บาท พอสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดี พยานหลักฐานที่ปรากฏจึงไม่มีเหตุ เพียงพอที่จะยกขึ้นอ้างมิให้ปล่อยชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ได้ อนึ่ง แม้ศาลเคยมีคําสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจําเลยที่ 17 มาก่อน แต่เมื่อทางไต่สวนในชั้นขอปล่อย ชั่วคราวได้ข้อเท็จจริงตามที่กล่าวข้างต้น กรณีถือได้ว่าพฤติการณ์แห่งคดีได้เปลี่ยนแปลงไป 

จึงมีคําสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจําเลยที่ 1 และที่ 17 ระหว่างพิจารณา ตีราคา หลักประกันสําหรับจําเลยที่ 1 จํานวน 200,000 บาท สําหรับจําเลยที่ 17 จํานวน 50,000 บาท โดยมี เงื่อนไขห้ามจําเลยที่ 1 และที่ 17 กระทําการใดในลักษณะเช่นเดียวกับที่จําเลยที่ 1 และที่ 17 ถูกกล่าวหาตามฟ้องอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย ขึ้นได้ในบ้านเมือง ห้ามจําเลยที่ 1 และที่ 17 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้จําเลยที่ 1 และที่ 17 มาศาลตามกําหนดนัดโดยเคร่งครัด” 

 

อ่านเนื้อหาคดีที่ยื่นประกันและข้อมูลการประกันตัวก่อนหน้านี้

>> ชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ถูกดำเนินคดี ม.112, 116, 215

>> คดี112 – พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ MobFest 14พฤศจิกา

>> “แอมมี่” คดี 112 วางเพลิงรูป ร. 10

 

 

 

More from my site