สัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่ติดตามไปที่บ้านของผู้ใช้เฟซบุ๊กในจังหวัดขอนแก่นที่แชร์เพจการเมือง อย่างน้อย 2 ราย นอกจากการไปพบที่บ้านยังมีการพูดจาลักษณะข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีและพยายามให้ลบโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในเฟซบุ๊กส่วนตัว

 จอย อายุ 28 ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพเซลล์ขายยา อาศัยอยู่ในตัวอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น ให้ข้อมูลกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า ช่วงเวลา 11.00 น. ของวันที่ 23 เมษายน 2564 ระหว่างที่อยู่กับย่า มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 1 นาย อ้างว่ามาจากสันติบาลจังหวัดขอนแก่นมาที่บ้าน โดยจอยไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่แนะนำตัวว่าชื่อประกิจ รับผิดชอบพื้นที่อำเภอบ้านฝางและอำเภอพระยืน จอยจึงถามว่าที่มาพบเธอเพราะเกี่ยวกับการแชร์ข่าวการเมืองบนเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นมาจากการที่เธอแชร์โพสต์ไหนเพจอะไร 

ซึ่งเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวตอบไม่ได้ว่ามาจากโพสต์อะไร เพราะเอกสารที่เจ้าหน้าที่นำติดตัวมามีเพียงใบทะเบียนราษฎร์ของจอย ที่ระบุที่อยู่ในการมาติดตามตัว และเธอพยายามถามย้ำว่า ระบุได้หรือไม่ว่าโพสต์ไหนหรือจากช่วงเวลาไหนที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยง เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นโพสต์รวมๆ ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เจ้าหน้าที่มีการถ่ายภาพจอยไว้ แต่ขณะนั้นจอยรู้สึกตกใจเลยไม่ได้ถ่ายภาพเจ้าหน้าที่กลับ 

การพูดคุยใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยมากเป็นเจ้าหน้าที่พูดและตักเตือนการแชร์ข้อมูล ซึ่งจอยยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าใช้เฟซบุ๊กแชร์ข่าวการเมืองอยู่บ่อยครั้งจริง และเคยไปคอมเม้นท์ในกรุ๊ปเฟซบุ๊กรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส และแชร์ข้อมูลจากเพจ Konthai UK บ้าง อย่างไรก็ตาม หากโพสต์ไหนที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงเจ้าหน้าที่น่าจะบอกได้ แต่เจ้าหน้าที่ระบุไม่ได้ เพียงแต่ถามว่าได้แชร์ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับกษัตริย์หรือไม่  ซึ่งจอยบอกว่าไม่ได้แชร์เรื่องกษัตริย์โดยตรง ส่วนมากเป็นข้อมูลวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะบอกว่าจะไปบันทึกข้อมูลไว้ว่า ที่จอยแชร์ข้อมูลเหล่านั้นมาจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก่อนกลับไปโดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเอกสารอะไรให้จอยเซ็น 

จอยรู้สึกว่าเธอถูกคุกคาม และสงสัยว่าเมื่อเจ้าหน้าที่มีข้อมูลเธอไปแล้ว อนาคตเธอมีโอกาสจะถูกดำเนินการอะไรอีกบ้าง และเป็นห่วงที่บ้านว่าจะไม่ปลอดภัยหากมีเจ้าหน้าที่มาติดตามแบบนี้อีก   ทั้งนี้ ตอนที่เจ้าหน้าที่ไปบ้าน เธอก็ไม่ได้บอกย่าว่าเขามาด้วยสาเหตุใด เพราะกลัวย่าตกใจ 

ก่อนหน้านี้ช่วงปี 2563 จอยเคยไปร่วมชุมนุมทางการเมืองบ้าง แต่ไม่เคยเป็นผู้ร่วมจัดชุมนุม ในอดีตตอนเรียนที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยทำกิจกรรมทางสังคม ทำให้มีเพื่อนเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองหลายคน และด้วยความสนใจส่วนตัวก็ติดตามข่าวการเมืองอยู่เสมอๆ  

อีกรายเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1  คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น แรคคูน (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ให้ข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564  ขณะอยู่ในมหาวิทยาลัย ได้รับแจ้งจากญาติในช่วงบ่ายสองโมงว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบไม่ทราบสังกัดไปที่บ้านในตัวอำเภอเมืองขอนแก่น และต้องการพบตัวแรคคูน  

ก่อนหน้าตำรวจจะไปที่บ้านไม่กี่ชั่วโมง แรคคูนได้รับโทรศัพท์จากแม่ที่ทำงานเป็นข้าราชการในหน่วยงานแห่งหนึ่งที่จังหวัดลำปาง เล่าว่ามีตำรวจโทรไปหาแม่ที่ที่ทำงาน บอกว่าแรคคูนแชร์โพสต์หมิ่นประมาทกษัตริย์ และอยากให้ตักเตือนห้ามปรามลูกชาย 

เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายเดินทางไปที่บ้านของแรคคูนพร้อมใบทะเบียนราษฎร์ที่ระบุที่อยู่ และเอกสารอีกปึกที่เป็นหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของแรคคูนที่มีการแชร์เพจ  Konthai UK และเพจการเมืองอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยตำรวจถ่ายภาพลูกพี่ลูกน้องและอาของแรคคูนที่อยู่บ้าน และมีการพูดจาข่มขู่ว่า หากแรคคูนยังทำพฤติกรรมเช่นนี้ อาจทำให้ถูกดำเนินคดีและติดคุก รวมถึงจะเสียอนาคต และพ่อแม่จะถูกให้ออกจากราชการ และฝากบอกให้แรคคูนลบโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองออกให้หมด ซึ่งภายหลังแรคคูนได้ลบข้อมูลบางส่วนออกไป 

แรคคูนเล่าอีกว่า ระหว่างที่ตำรวจไปที่บ้าน ลูกพี่ลูกน้องและอาต่างรู้สึกตกใจและหวาดผวาเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวของแรคคูนรู้สึกไม่พอใจว่า ทำไมตำรวจถึงไปที่บ้าน และสงสัยว่าทำไมถึงโทรหาแม่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาแชร์เฟซบุ๊ก ทำไมไม่มาคุยกับตัวเขาเองโดยตรง

แรคคูนยังทราบจากญาติอีกว่า เอกสารที่เจ้าหน้าที่นำมาด้วย  ระบุมีการติดตามเฟซบุ๊กแรคคูนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 และเก็บหลักฐานไว้ จากเพจ Konthai UK และหลายเพจที่พูดถึงการเมือง นอกจากนี้แรคคูนยังรู้สึกได้ถึงว่ากำลังถูกแฮคข้อมูลเฟซบุ๊กอยู่หลายครั้ง เพราะมีโทรศัพท์มือถือขึ้นข้อมูลว่ามีการออนไลน์จากที่อื่นๆที่แรคคูนไม่ได้อยู่ เช่นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งที่ตัวแรคคูนอยู่ที่ขอนแก่นมาตลอด    มีการเข้าถึงข้อมูลจากอุปกรณ์อื่นตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธ์ 2564 

ต่อกรณีนี้แรคคูนรู้สึกกังวลและเป็นห่วงครอบครัว เพราะโดยมากทำอาชีพรับราชการ การที่แรคคูนถูกเฝ้าจับตามองแบบนี้และเจ้าหน้าที่มีข้อมูลแรคคูน อาจทำให้กระทบหน้าที่การงานของคนในครอบครัวได้ ส่วนตัวเองไม่รู้สึกหวั่นอะไร แค่สงสัยว่าทำไมต้องขู่และเหมือนถูกปิดปาก และรู้สึกโกรธที่ถูกแฮคเฟซบุ๊ก เพราะหลายอย่างเป็นข้อมูลส่วนตัว และใช้เฟซบุ๊กในการเชื่อมโยงหลายกิจกรรมโดยเฉพาะเรื่องงาน

ก่อนหน้านี้แรคคูนเคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองบ้าง แต่ไม่เคยร่วมจัดชุมนุม โดยมากมักแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การเมืองผ่านการแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย