บันทึกทนายเยี่ยม “เพื่อน” หลังวันหยุดสงกรานต์ แต่การจองจำยังไม่สิ้นสุด

หลังวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ คนบางส่วนได้กลับบ้าน บางส่วนถูกกักตัวในโรงพยาบาลหรือบ้านของตัวเองเนื่องจากสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดอีกครั้ง แต่ว่าพวกเขา — ผู้ชุมนุมทางการเมืองทั้งหลาย — ยังต้องถูกจองจำอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่นี่มีผู้ต้องขังจากคดีทางการเมืองเท่าที่ทราบรวมแล้ว 14 คน คือ อานนท์ ไมค์ พี่สมยศ พอร์ทไฟเย็น จัสติน แซม เพนกวิน ไผ่ แอมมี่ และประชาชนอีกห้าคนในคดีทุบรถเรือนจำ

วันนี้เราได้เยี่ยมไผ่ แอมมี่ แซม และอานนท์ (ส่วนคนอื่นๆ มีทนายท่านอื่นเข้าเยี่ยม) พอทราบว่าไผ่กับแอมมี่อยู่แดน 7 ซึ่งเป็นสถานพยาบาล ตอนแรกคิดว่ามีใครเป็นอะไร ไผ่บอกว่า ไม่มีใครเป็นอะไร แต่เขากับแอมมี่มาอยู่ช่วยดูแลเพนกวิน เนื่องจากสถานการณ์การอดอาหารของเพนกวิน ทำให้เพนกวินไม่มีแรงและต้องให้น้ำเกลือ ในวันนี้ ไผ่บอกว่าเพนกวินยังยืนยันจะอดข้าวอยู่ต่อไป

ความจริงรูปแบบการเยี่ยมของพวกเราจะคล้ายๆ กัน คือทนายความจะอัพเดทความคืบหน้าคดี ศาลมีคำสั่งในเรื่องต่างๆ อย่างไร ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการประกันตัว และประเมินร่วมกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป เหล่านักกิจกรรมมีความเห็นกันว่าอย่างไร

จากนั้นจะเป็นการอัพเดทข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากโลกภายนอกเรือนจำ เพราะโลกข้างในนั้น ยังถูกปิดกั้นจากการรับรู้ข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวสารทางการเมือง

วันนี้เราเล่าข่าวการ #ยืนหยุดขัง ที่หน้าศาลฎีกา ซึ่งมีคนมาร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีคนออกมายืนในที่อื่นๆ อย่างที่เชียงใหม่ หรือในวันเสาร์ที่ 17 เม.ย. จะมีทีม “ราษมัม” มายืนหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 

เราอ่านบทสัมภาษณ์ “แม่แอมมี่” ที่หน้าศาลฎีกาให้แอมมี่ฟัง เล่าถึงกรณีของ “บาส” จากจังหวัดเชียงรายที่มานั่งอดข้าวหน้าศาลอาญาวันที่ 12 เม.ย. หลังจากนั้นเขาถูกจับตามหมายจับมาตรา 112 ซึ่งออกวันที่ 14 เม.ย. บาสถูกแจ้งข้อหาจากการโพสต์และแชร์ข้อความ 25 ข้อความ แต่หลังจากนั้นก็มีพระสงฆ์และประชาชนมานั่งอดอาหารต่อแทนบาส 

ขณะที่วันก่อนทีมหมู่บ้านทะลุฟ้าได้ไปจัดกิจกรรม “รดน้ำกดหัวประยุทธ์” บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล รวมถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของประชาชนบางส่วนที่อยากให้เพนกวินและรุ้งเลิกอดข้าว และบางส่วนยังชวนกันเขียนจดหมายเรียกร้องถึงศาล

อานนท์ฝากข้อความถึงรุ้ง ฟ้า โตโต้ และเพื่อนผู้ต้องขังที่เชียงใหม่ ส่วนแอมมี่ดูเศร้ากว่าคนอื่นนิดหน่อยและไม่ได้ฝากข้อความใดๆ ทางสาธารณะ มีเพียงไผ่ที่เมื่อฟังเรื่องราวต่างๆ แล้วเขาฝากขอบคุณทุกคน

“ขอบคุณทุกคนที่ออกมาสู้ การต่อสู้ของคนข้างนอกทำให้คนข้างในมีกำลังใจที่จะอดทนสู้ต่อ ผมอยู่ได้เพราะเรื่องราวเหล่านี้ เพราะการต่อสู้ของคนข้างนอก ก่อนหน้านี้มีคนมาพูดกับผมว่า ถึงเราจะสู้ไปพอติดคุกเขาก็จะทอดทิ้งเรา แต่ผมไม่เชื่อ การลุกขึ้นต่อสู้ไม่ว่าจะมากจะน้อย ก็ทำให้ผมมีความหวัง”

ไผ่ฝากบอกน้อง UNME ว่า “เห็นข่าวแล้ว ชื่นชมมากๆ ลุยไปไอ้เสือ”

ก่อนจากกันเราให้กำลังใจไผ่ ไผ่บอกว่า “เกิดเป็นไผ่ต้องชน เกิดเป็นคนต้องสู้” เขายิ้มบอกว่า  “ล้อเล่นนะพี่ ผมแปลงมาจาก เกิดเป็นไก่ต้องชน เกิดเป็นคนต้องสู้”

เราแอบเห็นเพนกวินและไมค์ที่คุยอยู่กับทนายท่านอื่นด้วย สีหน้าทั้งคู่ยังดีและมีกำลังใจ พวกเขาเป็นนักสู้จริงๆ

ตอนเดินออกมา เราแอบแปลงข้อความจากไผ่นิดหน่อย “เกิดเป็นทาสต้องทน เกิดเป็นคนต้องสู้”

เก็บไว้สำหรับให้กำลังใจตัวเอง

 

16 เมษายน 2564

หลังวันหยุดสงกรานต์ที่การจองจำยังไม่สิ้นสุด