17 มีนาคม 2564  ‘บัง’ ชายอายุ 24 ปี ชาวอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ให้ข้อมูลกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่า  เขาได้รับทราบจากรุ่นพี่คนหนึ่งว่า มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสองนายไม่ทราบสังกัด ไปที่ฟิตเนสแห่งหนึ่งในตัวอำเภอที่บังเคยทำงานเป็นเทรนเนอร์เพื่อตามหาตัวเขา พร้อมกับนำภาพที่แคปจากเฟซบุ๊กให้คนที่ฟิตเนสดู แจ้งว่าบังแชร์โพสต์เพจเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 ปรากฎเป็นภาพคล้ายการเผาวัตถุอะไรสักอย่าง เจ้าหน้าที่ยังระบุอีกว่า บังแชร์ภาพที่เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าผิดกฎหมายอะไร และไม่มีหมายเรียก หรือหมายค้น 

หลังจากไม่พบตัวบังที่ฟิตเนสดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปที่ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านตามที่ระบุในบัตรประชาชนของบัง ผู้ใหญ่บ้านจึงโทรแจ้งตาของบังว่า วันที่ 18 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาหาบังที่หมู่บ้านในช่วง 17.00 น. แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเข้าไปหาเพราะมีหมายจับ หรือหมายเรียกหรือไม่ ตาซึ่งไปทำธุระที่ต่างจังหวัด จึงโทรบอกพ่อและแม่ของบัง ก่อนที่แม่จะเล่าเรื่องดังกล่าวให้บังฟัง

จากนั้นวันที่ 18 มีนาคม 2564 เวลา 17.00 น. แม่ได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านย้ำว่า ให้บังไปที่บ้านของเขา เนื่องจากเจ้าหน้าที่รออยู่ที่นั่น แต่พ่อของบังบอกว่า ให้เจ้าหน้าที่มาหาที่บ้านเอง กระทั่งเวลา 17.20 น. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 2 นาย พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ก็มาถึงที่บ้านของบัง  

เจ้าหน้าที่อ้างว่ามาจากสันติบาลส่วนกลาง มีหน้าที่ดูแลพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดในการติดตามบุคคลที่โพสต์โซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการเมือง โดยถือเอกสารของหน่วยงานที่มีชื่อย่อว่า หน่วย ส.จว.ร้อยเอ็ด บก.ส.1 มาแสดงด้วย เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารรายงานผลการตรวจสอบพฤติการณ์บุคคล/ปรับทัศนคติ โดยระบุชื่อ-ที่อยู่ของบัง และภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊ก พร้อมทั้งระบุว่า จากการสืบสวนเชื่อได้ว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ ‘บัง’ และปรากฏข้อมูลพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 เวลา 17.07 น. ‘บัง’ ได้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวแชร์ข้อมูลจากเพจอื่น (ระบุ URL ของโพสต์ที่แชร์ไป) ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่พาดพิงต่อสถาบันหลักของชาติในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือมิบังควรและมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

หลังให้ดูเอกสาร เจ้าหน้าที่พูดตักเตือนเรื่องการแสดงออกทางการเมืองในโลกออนไลน์ ว่าจะโพสต์จะแชร์จะด่ารัฐบาลได้หมด แต่อย่าพาดพิงถึงสถาบันฯ เพราะตำรวจต้องบังคับใช้กฎหมาย “รอบนี้เป็นพี่นะ แต่ถ้ามีอีกรอบ จะไม่ใช่พี่นะ” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดทำนองข่มขู่กลายๆ ในตอนหนึ่ง 

จากการนั่งฟังเจ้าหน้าที่ที่มาพบพูดฝ่ายเดียว บังจึงทราบว่าทางตำรวจมีทีมตรวจจับไอพีแอดเดรส และตามติดบัญชีเฟซบุ๊กที่แชร์เรื่องสถาบันกษัตริย์ ว่ามีการแชร์กี่พันคน ใครแชร์บ้าง และช่วงนี้เจ้าหน้าที่มีการติดตามผู้แชร์เฟซบุ๊กลักษณะดังกล่าว และจะมีการเข้าไปตักเตือนผู้กระทำเช่นเดียวกับที่มาพบบัง หากโพสต์นั้นมีคนแชร์ไป 1,000 คน เจ้าหน้าที่ก็จะไปติดตามทั้ง 1,000 คน สำหรับในพื้นที่ร้อยเอ็ดมีกรณีคล้ายกันอย่างน้อย 3-4 ราย ซึ่งจะมีการไปตักเตือนถึงบ้านกันต่อไป ส่วนที่มาพบบังครั้งนี้ ตำรวจให้ข้อมูลว่าไม่มีใครแจ้ง เพราะชื่อของบังอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ตำรวจต้องจับตาอยู่แล้ว

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาพูดคุยทั้งสิ้น 20 นาที ก่อนกลับเจ้าหน้าที่ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้จะยังไม่มีการดำเนินคดีใดๆ หากมีการแชร์ข้อความลักษณะเดิมก็จะมีเจ้าหน้าที่มาแบบนี้อีก และอาจไม่ได้มาแค่พูดคุยตักเตือน

“สำหรับบรรยากาศพูดคุย ช่วงแรกเจ้าหน้าที่รู้สึกว่าไม่ค่อยกล้าเข้ามาบ้านเท่าไหร่ เพราะเขายอมรับว่ามาไม่ถูกวิธี แต่เมื่อมาแล้ว ผมก็ต้อนรับเท่าที่จะทำได้ และพร้อมที่จะพูดคุยและชี้แจงว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด”  บังเล่าในอีกตอนหนึ่ง

เมื่อถามถึงข้อกังวลชายหนุ่มเล่าว่า “เกรงจะมีผลกระทบต่อคนรอบตัวมากกว่า เพราะส่วนตัวไม่ได้กังวล กังวลว่าแฟน เพื่อน พ่อแม่พี่น้องจะเป็นห่วงมากกว่าที่พูดเรื่องการเมือง แต่วันนี้รู้ขอบเขตการแสดงออกว่าทำได้เท่าไหน ก็ยังคงติดตามข่าวสารการเมืองอยู่ตลอด” 

ต่อกรณีที่ประสบพบเจอ บังกล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้ามีคนรอบตัวคุณ ใกล้ตัวคุณ โดนแบบผมหรือโดนคดีทางการเมืองอะไรก็ตาม อย่าโกรธเขาเหล่านั้นเลย เพราะเขาสู้เพื่ออนาคตที่ควรจะดีกว่านี้ แต่จงโกรธความอยุติธรรมที่คอยกดหัวพวกเราอยู่”

สำหรับ ‘บัง’ จบการศึกษา สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อาศัยอยู่ที่ตัวอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เคยทำงานเป็นเทรนเนอร์ ประจำฟิตเนสแห่งหนึ่ง ปัจจุบันประกอบอาชีพอิสระ โดยเวลาว่างชอบโพสต์และแชร์ข่าวสารการเมือง  เคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มอุบลปลดแอกเมื่อปี 2563 ที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ระบุในประวัติไว้ว่า ‘บัง’ ไม่มีความเชื่อมโยงหรือออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองกับ ‘กลุ่มปัญหา’ ต่างๆ ในพื้นที่แต่อย่างใด 

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ทนายฯ ก็ได้รับแจ้งจากนักเรียนว่ามีเจ้าหน้าที่ไปหาในลักษณะเดียวกันนี้

>>>สันติบาลไปหา นร.ม.ปลาย ข่มขู่ให้ลบโพสต์เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ อ้างเจตนาดี

นอกจากนี้ ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่พูดคุยกับบังในเรื่องการติดตามผู้โพสต์เฟซบุ๊กหรือแชร์ข้อความที่พาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ยังสอดคล้องกับสถานการณ์ในโลกออนไลน์ในช่วงนี้ ซึ่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายโพสต์ว่า มีเจ้าหน้าที่ไปหาที่บ้านบอกให้ลบโพสต์ที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ และห้ามแชร์อีก โดยมีการขู่ด้วยว่า ครั้งนี้เป็นการเตือน ครั้งหน้าเจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการอื่น