ภายหลังจากที่กลุ่ม REDEM และแนวร่วมกลุ่มอื่นๆ  เช่น #เยาวชนปลดแอก, #นักเรียนไท, #แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, #ศิลปะปลดแอก #กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และ #คณะราษสเก็ต นัดหมายชุมนุม เวลา 18.00 น. ถึง 21.00 น. ของเมื่อวานนี้ (20 มีนาคม 2564) ที่ท้องสนามราษฎร์ (สนามหลวง) โดยมีเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ส่งสาส์นเรียกร้องให้มีการจำกัดอำนาจกษัตริย์และลงมาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ 

ก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุมเกิดขึ้นในช่วงเย็น ปรากฎว่า ตั้งแต่ช่วงดึกของคืนวันที่ 19 มีนาคม 2564 ถึงเช้าตรู่ก่อน 9.00 น. ของวันที่มีการชุมนุม ทางเจ้าหน้าที่ได้วางตู้คอนเทนเนอร์กั้นทั้งในและนอกบริเวณสนามหลวง มีการวางลวดหนามหีบเพลง และขึงผ้าสแลนสีเขียวต่อจากความสูงของตู้คอนเทนเนอร์ อ้างเหตุเพื่อตั้งรับการชุมนุมและป้องกันสถานที่สำคัญอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน 

ภาพการชุมนุมในช่วงเย็นของวันที่ 20 มีนาคม 2564 จัดโดยกลุ่ม REDEM และแนวร่วม

ราว 11.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 2564 ทางด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) แถลงข่าวที่อาคารกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถึงมาตรการการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงและพื้นที่ใกล้เคียง ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องวางสิ่งกีดขวางโดยรอบสนามหลวงก่อนการชุมนุม ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้พื้นที่ราชการ พระบรมมหาราชวัง วัดวาอาราม ในบริเวณดังกล่าว

“ยืนยันว่าสถานที่โดยรอบสนามหลวงเป็นของกรุงเทพฯ รวมถึงบริเวณนั้นมีพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพสักการะและยึดเหนียวจิตใจของประชาชนชาวไทย เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องดูแลรักษาความสงบ ส่วนตำรวจนครบาลส่งกำลังเข้าไปเสริมเพื่อระงับเหตุเท่านั้น” 

ทาง พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า “เหตุผลที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องวางสิ่งกีดขวาง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ฝ่ายผู้ชุมนุมกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยการบุกรุกสถานที่ราชการ จนมีความผิดในอัตราโทษที่สูง รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่เผชิญหน้าและปะทะกัน” 

ราว 12.32 น. ผู้บัญชาการสันติบาล ร่วมกับตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่จาก บก.ปอท. นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นสำนักงานของสำนักพิมพ์ #ฟ้าเดียวกัน โดยระบุว่าเพื่อพบและยึดหนังสือ “สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย” ซึ่งเป็นการถอดเทปคำปราศรัยของอานนท์ นำภา จากการชุมนุมม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 สุดท้ายยึดหนังสือไป 179 เล่ม ทางเจ้าหน้าที่ยังมีความพยายามที่จะขอตรวจสอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในสำนักงานโดยที่ไม่ได้มีหมายศาล อ้างว่าเพื่อตรวจค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายและสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิด แต่ทางทนายและทีมงานของสำนักพิมพ์ปฏิเสธกระบวนการดังกล่าว 

การบุกตรวจค้นดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการชุมนุมของกลุ่ม REDEM และกลุ่ม #เพื่อนอานนท์ บริเวณสนามราษฏร ซึ่งทางกลุ่มเพื่อนอานนท์ประกาศจะแจกหนังสือเล่มดังกล่าว และร่วมกันอ่านคำปราศรัยของอานนท์อีกครั้ง ในเวลา 19.19 น.

อีกบริเวณที่ใกล้กับสถานที่จัดการชุมนุมของกลุ่ม REDEM ราว 14.20 น. มีรายงานข่าวว่าที่ #หมู่บ้านทะลุฟ้า ซึ่งเป็นการปักหลักชุมนุมยาวของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมพร้อมชุดปฏิบัติการควบคุมฝูงชน ผูกผ้าพันคอสีชมพู จำนวนกว่า 20 นาย มาเจรจาให้ประชาชนขยับรั้วหมู่บ้านเข้าไปด้านในถนนพระราม 5 ร่นจากสะพานชมัยมรุเชษฐ์ เข้าไป 10 เมตร และแจ้งว่าเจ้าหน้าที่มารักษาความปลอดภัยบริเวณนี้เท่านั้น ไม่ได้มาสลายการตั้งหมู่บ้านและการชุมนุมแต่อย่างใด โดยประชาชนได้ทำตามคำขอขยับแนวรั้วให้ หลังจากนั้นตำรวจได้นำรถกระบะทางการมาจอดขวางทางเข้าไว้ 

ตั้งแต่นั้นมาถึงประมาณ เวลา 16.25 น. ตำรวจควบคุมฝุงชนเข้ามา​สมทบกำลังเพิ่มอีกประมาณ 40 – 50 นาย โดยยืนหันหน้าเข้าทาง #หมู่บ้านทะลุฟ้า ในแนวระนาบ​ ประชาชนในหมู่บ้านคาดว่าจะมีขบวนเสด็จใกล้จะมาถึงแล้ว​ เจ้าหน้าที่จึงเสริมกำลังดังกล่าว จนกระทั่งเวลา 17.00 น. ตำรวจควบคุมฝูงชนถอนกำลังจากหน้าหมู่บ้านทะลุฟ้า

 

ก่อนหน้านี้ทางหมู่บ้านได้ประกาศต้อนรับประชาชนผู้ร่วมชุมนุมกลุ่ม #REDEM ณ ท้องสนามหลวง ที่ยังไม่มีที่พักเข้ามาพักที่หมู่บ้านทะลุฟ้า หลังจากการยุติการชุมนุม คืนวันที่ 20 มีนาคม 

ประมาณ 15.30 น. ที่จุดพระแม่ธรณีบีบมวยผม มวลชนบางส่วนและผู้มาขายของเริ่มรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมและขายของ โดยมีประชาชนเดินทางมาสมทบในที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา ทา

เจ้าหน้าที่ขยายแนวการวางตู้คอนเทนเนอร์จากในสนามหลวง ต่อลงมาทางถึงฝั่งถนนหน้าศาลฏีกาตลอดแนว ส่วนตรงจุดพระแม่ธรณีบีบมวยผมมีแนวแผงเหล็กกั้นไว้   

ด้านถนนใต้สะพานปิ่นเกล้ามุ่งหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นด่านควบคุมการสัญจร โดยให้รถที่มุ่งหน้าถนนพระอาทิตย์ออกไปได้ แต่ไม่อนุญาตให้รถเข้าไปทางมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์และถนนที่มุ่งหน้าไปสนามหลวงได้

17.38 ผกก. สน. ชนะสงครามได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม พร้อมประกาศว่า การชุมนุมในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อฯ โดยระหว่างที่อ่านประกาศเตือน มวลชนที่อยู่รายล้อมคอยตะโกนโห่ร้อง ขับไล่

17.45 น. บริเวณสนามหลวงฝั่งถนนหน้าศาลฏีกา มีการเปิดรั้วที่เชื่อมกับสนามหลวงให้มีการผ่านเข้าออกได้บางส่วน ประชาชนเริ่มเข้าไปทำกิจกรรมของกลุ่มต่าง ๆ ทั้งการวางศิลปะ พ่นสีสเปรย์หน้าแกนนำที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ พ่นสีเปรย์ปล่อยเพื่อนเรา การปล่อยว่าวที่มีข้อความ #ยกเลิก112 ขึ้นท้องฟ้า การขายสินค้ารณรงค์ กิจกรรมเล่นสเก็ตบอร์ด และการพับจรวดจดหมายแต่ติดตาข่ายสีเขียวที่ทางเจ้าหน้าที่ขึงกั้นไว้  

18.30 พบว่ามีมวลชนกลุ่มหนึ่งพยายามขยับตู้คอนเทนเนอร์ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำมากั้นไว้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านหลังแนวกั้นได้ประกาศผ่านตู้คอนเทนเนอร์ว่า ขอให้มวลชนยุติการดึงตู้คอนเทนเนอร์ออก ไม่อย่างนั้นจะมีการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อรับมือ

จากนั้นรายงานของเว็บไซต์ประชาไทระบุว่า 

18.55 น. ตำรวจประกาศว่าหากยังกระทำต่อจะดำเนินการตามขั้นตอน คือ ฉีดน้ำและ ฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา แต่อีก 1 นาที ถัดมา ตำรวจฉีดน้ำหนึ่งครั้ง

19.00 น.ผู้ชุมนุมเอาคอนเทนเนอร์ออกอีก ตำรวจจึงฉีดน้ำอีกครั้ง และมีการประกาศให้ชุดจับกุมเตรียมตัว หากใครฝ่าฝืนและก้าวเข้ามาหลังแนวคอนเทนเนอร์จับกุมทันที ในขณะเดียวกันก็มีเสียงดังคล้ายประทัดหลายครั้ง ส่วนผู้ชุมนุมทางด้านใกล้ช้างสามเศียร มีการนำผ้าขาวมากางทำเวฟ และตะโกนบอกว่าให้ปล่อยเพื่อนเรา

19:15 น. ทางด้านสนามหลวง ตำรวจมีการฉีดน้ำครั้งที่ 3 และฉีดอีกเป็นห้วงๆ ครั้งละ 5 -10 วินาทีพร้อมประกาศห้ามผู้ชุมนุมเข้ามาที่แนว และไม่ทำลายเครื่องกีดขวาง

ส่วนทางด้านผู้ชุมนุม ชินวัตร จันทร์กระจ่างประกาศให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในบริเวณสนามหลวงและอย่าเข้าปะทะ และยังมีการประกาศให้สำหรับผู้ที่จะเดินทางกลับเดินทางกลับไปทางสะพานพระปิ่นเกล้า

19.29 น. ทางด้านตำรวจมีการประกาศให้ชุดควบคุมฝูงชนเดินหน้า 30 ก้าว จนถึงบริเวณใกล้เคียงโรงแรมรัตนโกสินทร์ และเตรียมพร้อมเข้าจับกุม ระหว่างนี้ยังงมีเสียงดังคล้ายประทัดอยู่ 1-2 ครั้ง และมีกลุ่มควันที่หน้าโรงแรม ต่อเนื่องกันมีการประกาศจากตำรวจว่าให้เข้าจับกุมผู้ชุมนุมและเตรียมพร้อมอุปกรณ์พิเศษ

19.37 น. วศินี พบูประภาพ นักข่าวของเวิร์คพ้อยท์ทูเดย์ รายงานทางทวิตเตอร์ว่ามีการใช้กระสุนยาง ที่บริเวณสนามหลวง

19.40 น. มีรายงานว่าตำรวจใช้แก๊สน้ำตา เนื่องจากสัมผัสควันที่ลอยมาใกล้พระแม่ธรณีบีบมวยผม นอกจากนั้นยังมีการรายงานว่าที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์มีผู้บาดเจ็บจากกระสุนยาง 1 คน ถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้ายและหน้าอกขวาเหนือราวนม

เวลา 20.29 -20.39 น. ตำรวจ ตชด.ชุดควบคุมฝูงชนบริเวณถนนราชดำเนินใน ใช้เครื่องยิงแก๊สน้ำตาไปทางด้านผู้ชุมนุมที่ทิศสะพานปิ่นเกล้า

21.03 น. ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว มีการจุดไฟเผาสิ่งของกลางถนน ทางด้านตำรวจได้ใช้แก๊สน้ำตาที่อยู่บริเวณนี้ต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมหลบออกไป จากนั้นตำรวจประกาศเตือนบริเวณนั้นให้หลบออกไปและกำลังเข้าทำการไล่จับกุม 21.12 ตำรวจนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงดับเพลิงที่ไหม้บริเวณเกาะกลาง

21.28 น. The Reporters รายงานว่า มีการดักทำร้ายผู้ชุมนุมโดยกลุ่มไม่ทราบฝ่ายที่หลงมาทางวัดมหรรณฯ 

ภาพจากเว็บไซต์ประชาไท

กระทั่งช่วง 22.15  น. บรรยากาศตรึงเครียดกว่าเดิม เมื่อตำรวจควบคุมฝูงชน ชุดหนึ่งประกาศเดินต่อจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปศาลาว่าการ กทม. พร้อมประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อให้หน่วย EOD มาตรวจสอบพื้นที่ ขณะที่อีกส่วนประจำอยู่หน้าแม็คโดนัลด์ อนุสาวรีประชาธิปไตย มีบางส่วนเข้าไปในถนนตะนาวฝั่งข้าวสาร และเริ่มทำการปิดทางเข้าตรงแยกคอกวัว และยิงเข้าไปในบริเวณถนนตะนาวทั้งที่ยังมีประชาชนอยู่ในบริเวณนั้น 22.25 น. ศรายุทธ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวประชาไท ถูกตำรวจยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่กลางหลังขณะปฏิบัติหน้าที่ถ่ายทอดสด บริเวณคอกวัวทางเข้าข้าวสาร แม้มีสัญลักษณ์แสดงตนว่าเป็นนักข่าวชัดเจน 

ภาพนักข่าวประชาไท ที่โดนยิงกระสุนยาง ภาพจากเว็บไซต์ประชาไท

ช่วง 22.38 – 23.47 น. วศินี พบูประภาพ นักข่าวของเวิร์คพอยท์ทูเดย์ รายงานสถานการณ์ที่บริเวณแยกวันชาติว่ามีรถตำรวจจอดทิ้งไว้ในสภาพถูกทุบ โดยมีแนวของผู้ชุมนุมอยู่บนสะพานวันชาติ โดยมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตั้งแนวอยู่ที่แยกสะพานวันชาติตรงข้ามกับผู้ชุมนุม โดยตำรวจมีการยิงกระสุนยางในจังหวะที่เป็นไฟแดงและไม่มีรถสัญจรและหยุดยิงในจังหวะไฟเขียว ส่วนทางด้านผู้ชุมนุมมีการโยนสิ่งของเป็นระยะและมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นอย่างน้อย 2 รอบ และมีการใช้แผ่นป้ายบังขณะที่เคลื่อนเข้าหาเจ้าหน้าที่จนถึงบริเวณเชิงสะพาน

ภาพจากเว็บไซต์ประชาไท

จากเหตุการณ์ตำรวจสลายการชุมนุมของ REDEM ครั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 19 รายตามรายงานของศูนย์เอราวัณ  โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามสถานการณ์ พบว่ามีผู้ถูกจับกุมทั้งหมด 32 ราย (เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 7 คน) ได้แก่

>> ผู้ถูกนำตัวไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภาค 1) รวม 30 คน แยกเป็น

  1. กลุ่มผู้ถูกจับกุมจากบริเวณศาลฎีกาและแยกสะพานผ่านฟ้า 5 คน รวมทั้งหญิงผู้พิการทางหู ซึ่งยืนถือป้ายข้อความ “เอา 🙂 คืนมา ขอความสุขคืนประชาชน” ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน และได้ถูกควบคุมตัวไปด้วยทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 6 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215, มาตรา 216, ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน

 

  1. กลุ่มเยาวชน 2 ราย อายุ 14 และ 15 ปี ถูกจับกุมจากกรณีแสดงออกต่อภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในระหว่างการชุมนุม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคน 5 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 215, มาตรา 216 ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ หลังแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งสองคนถูกนัดหมายให้ผู้ปกครองพาไปตรวจสอบการจับกุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในช่วงสายวันนี้
  2. กลุ่มผู้ถูกจับกุมจากบริเวณแยกคอกวัว จำนวน 5 คน ทั้งหมดถูกแจ้ง 6 ข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับผู้ถูกจับกุมชุดแรก

 

  1. กลุ่มผู้จับกุมจากบริเวณสะพานวันชาติ จำนวน 8 คน ในจำนวนนี้มีเยาวชนอายุ 15-16 ปี จำนวน 2 คน ทั้งหมดถูกแจ้ง 6 ข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับผู้ถูกจับกุมชุดแรก โดยผู้จับกุมกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ โดยมี 1 ราย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจเพื่อตรวจรักษาในขณะนี้ หลังจากแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวเยาวชน 2 คน พร้อมนัดหมายผู้ปกครองพาไปตรวจสอบการจับกุมที่ศาลเยาวชนฯ ในช่วงสายวันนี้

  1. กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกจับกุมจากบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาส จำนวน 10 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนรวม 3 คน 

.

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาเรื่องการขับรถส่งเสียงดังโหวกเหวกในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนวางกำลังบริเวณสะพานวันชาติ โดยให้เปรียบเทียบทั้ง 10 คน ในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ คนละ 500 บาท แล้วให้ปล่อยตัวไปทั้งหมด

สรุปแล้วทำให้มีผู้ถูกควบคุมตัวไว้อยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 ต่อจำนวน 16 ราย และตำรวจระบุว่าจะนำตัวไปขอศาลฝากขังในวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2564

>> ถูกจับกุมไปที่สน.ชนะสงคราม 2 คน ได้แก่ คนขับรถเมล์และกระเป๋ารถเมล์สาย 59 ซึ่งชูสามนิ้วและขับรถเมล์เข้าไปหน้าแนวชุดควบคุมฝูงชนบริเวณถนนตะนาว

มีรายงานจากผู้สื่อข่าว The Standard ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับทั้งสองคน ฐานขับรถโดยประมาท-น่าหวาดเสียว เป็นเงิน 1,000 บาท ก่อนปล่อยตัวไป

 

More from my site