ศาลไม่ให้ประกันตัว “พรหมศร” หลังถูกแจ้งข้อหา ม.112 กรณีปราศรัยหน้าศาลธัญบุรี

17 มี.ค. 64 ที่สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ “ฟ้า” จากกลุ่มราษฎรมูเตลู อายุ 30 ปี ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ตามหมายเรียก กรณีปราศรัยที่หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ระหว่างติดตามการจับกุมตัว “นิว สิริชัย” เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 64 แต่พรหมศรกลับถูกตำรวจพาตัวไปขอศาลฝากขัง และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 64 พรหมศรได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ที่สภ.คลองหลวง ในคดีปาอาหารสุนัขเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง และได้มี พ.ต.ท.ภุมเรศ อินทร์คง พนักงานสอบสวนจาก สภ.ธัญบุรี เข้าแจ้งว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในอีกคดีหนึ่ง จากกรณีที่พรหมศรไปปราศรัยที่หน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ขณะศาลให้ปล่อยตัว “นิว สิริชัย” 

ต่อมาตำรวจแจ้งว่าเอกสารที่จะแจ้งข้อกล่าวหายังไม่ครบ จึงได้เปลี่ยนเป็นการส่งหมายเรียกผู้ต้องหาให้พรหมศรเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันอื่นแทน 

 

ภาพหลังพรหมศรได้รับหมายเรียกสภ.ธัญบุรี วันที่ 12 มี.ค. 64

 

หมายเรียกที่พรหมศรได้รับระบุว่ามี พ.ต.ท.ศราวุฒิ ทองภู่ รองผู้กำกับสืบสวนสภ.ธัญบุรี เป็นผู้กล่าวหา ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) และใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกำหนดไว้กว้างๆ ว่าให้ไปรับทราบข้อหาในวันที่ 15-17 มี.ค 64 เวลา 9.00-16.00 น.

ในวันนี้ เวลา 13.00 น. พรหมศร พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก โดยทางตำรวจได้มีการกั้นรั้วเหล็กรอบอาคารสถานีตำรวจ และนำกำลังชุดควบคุมฝูงชนมาประจำการจำนวนหนึ่งด้วย

พ.ต.ท.ภุมเรศ อินทร์คง พนักงานสอบสวน ได้เป็นผู้แจ้ง 4 ข้อกล่าวหาตามหมายเรียกต่อพรหมศร พฤติการณ์ข้อกล่าวหาระบุว่าเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 64 พ.ต.ท.ศราวุฒิ ทองภู่ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการสืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากตำรวจได้ทำการจับกุมตัวนายสิริชัย นาถึง นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพบว่าได้มีการประกาศผ่านเฟซบุ๊กเพจ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” นัดรวมตัวกันที่ศาลจังหวัดธัญบุรี เนื่องจากทางตำรวจจะนำตัวนายสิริชัย ไปขอฝากขังต่อศาลในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 14 ม.ค. 64 เวลาประมาณ 5.30 น. สภ.ธัญบุรี ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณศาลจังหวัดธัญบุรี และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงไว้หากมีการฝ่าฝืนกฎหมาย

เวลา 8.30 น. ได้มีกลุ่มมวลชน นำโดยนายพรหมศร วีระธรรมจารี และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ (แอมมี่) มารวมกลุ่มที่หน้าศาล ต่อมานายพรหมศรได้ใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวปราศรัย กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสภ.คลองหลวง การจับกุมในยามวิกาล และยังกล่าวถึงการปิดการจราจรหากไม่ปล่อยตัวนายสิริชัย 

ผู้กล่าวหาอ้างว่าจากพฤติการณ์ของแกนนำมวลชนทั้งสองคน มีการใช้เครื่องขยายเสียงเรียกร้องกดดันให้ศาลปล่อยตัวนายสิริชัย โดยขณะที่ชุมนุมไม่มีมาตรการป้องกันตามมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งบางคนก็สวมใส่หน้ากาก บางคนก็ไม่สวมใส่ ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค เป็นการขัดต่อข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และคำสั่งจังหวัดปทุมธานีที่ 9/2564 ลงวันที่ 4 ม.ค. 64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และได้ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน

ผู้กล่าวหาระบุว่าพรหมศรได้ปราศรัยเนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทกษัตริย์ โดยมีการเปิดเพลง “สดุดีมหาราชา” “ต้นไม้ของพ่อ” “ในหลวงของแผ่นดิน” และแปลงเนื้อเพลงในลักษณะเป็นการดูหมิ่น จาบจ้วง ใส่ร้าย ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศต่อองค์พระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังทำให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพเทิดทูนของปวงชนชาวไทยเสื่อมเสียอีกด้วย

หลังรับทราบพฤติการณ์ พรหมศรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป 

แต่จากนั้นเวลา 15.13 น. ทางตำรวจระบุว่าจะนำตัวพรหมศรไปขอฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี โดยไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้ามาก่อน แต่เพิ่งทราบหลังรับทราบข้อกล่าวหา และเตรียมเดินทางกลับบ้านแล้ว ทางทนายความได้ขอเวลาตำรวจ พูดคุยกับพรหมศรก่อน แต่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผู้กำกับสภ.ธัญบุรี ไม่อนุญาตและยืนยันให้นำตัวไปศาลทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย ล้อมผู้ต้องหาและทนายความไว้ด้วย  

พ.ต.ท.บุญยิ่ง บัณฑิตไทย รองผู้กำกับสอบสวน พร้อม พ.ต.ท.ภุมเรศ อินทร์คง ได้เป็นผู้นำตัวพรหมศรไปขอศาลฝากขัง โดยระบุว่าผู้ต้องหากระทำผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เทิดทูนของปวงชนชาวไทย โดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด ได้กระทำความผิดซ้ำซาก หากปล่อยตัวไปเกรงว่าจะหลบหนี แล้วไปกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก พนักงานสอบสวนจึงเห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่จะขอศาลออกหมายขังผู้ต้องหา

ตำรวจยังอ้างถึงเหตุจำเป็นในการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก และรอผลการตรวจประวัติอาชญากร จึงขอฝากขังเป็นระยะเวลา 12 วัน พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เพราะคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และจะไปกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันอีก 

ทางทนายความได้ยื่นคำร้องขอคัดค้านฝากขังผู้ต้องหา โดยยืนยันว่าผู้ต้องหามาพบตามหมายเรียก รวมทั้งมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ได้มีพฤติการณ์จะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

เวลา 17.24 น. ศาลจังหวัดธัญบุรีอนุญาตให้ฝากขังพรหมศรในชั้นสอบสวน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ทางทนายความจึงได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางหลักทรัพย์จำนวน 150,000 บาท จากกองทุนช่วยเหลือคดีการเมือง 

ต่อมาเวลา 18.00 น. ศาลจังหวัดธัญบุรี ได้มีคำสั่งไม่ให้ประกันพรหมศร โดยระบุว่าพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 ประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาแล้ว เห็นว่าตามคดีมีอัตราโทษสูง ตามพฤติการณ์คดีและลักษณะการกระทำเกรงว่าจะหลบหนีและไปกระทำความผิดซ้ำในลักษณะเดียวกันอีก จึงเป็นการไม่เหมาะสมที่จะให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง คำสั่งไม่ได้มีการลงชื่อผู้พิพากษาไว้แต่อย่างใด

ผลของคำสั่งดังกล่าว ทำให้พรหมศรถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี 

ทั้งนี้ พรหมศรเพิ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานต์ล้มเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยถูกเย็บ 15 เข็มและได้รับบาดเจ็บหนัก ทำให้เขามีบาดแผลตามร่างกายจำนวนมาก ขณะเดินทางมารับทราบข้อหาในวันนี้

จากการติดตามสถานการณ์การดำเนินคดีมาตรา 112 ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา กรณีของพรหมศรนับเป็นกรณีแรก ที่ผู้ถูกออกหมายเรียกเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมาย แต่กลับถูกนำตัวไปขอฝากขังที่ศาล และศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัวอีกด้วย โดยสถานการณ์ก่อนหน้านี้มีเพียงกรณีการถูกจับกุมและนำตัวไปขอฝากขัง 

พรหมศรถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 คดีนี้นับเป็นคดีที่ 4 หลังจากถูกกล่าวหาในคดีการชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปscb หน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่, คดีการชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา หน้ากรมทหารราบที่ 11 และคดีทำกิจกรรมหน้าสภ.คลองหลวง ระหว่างการจับกุมนิว สิริชัย มาก่อนหน้านี้

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-64

 

 

More from my site