ข้อโต้แย้งการจับกุม “โตโต้” ที่ไม่ถูกรับฟัง และศาลยังคงไม่ให้ประกันตัว

ปิยรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” นักกิจกรรมและหัวหน้าทีมการ์ด WeVo ถูกจับกุมบริเวณห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64 และได้ถูกนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด. ภาค 1) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหา 4 ข้อหา ได้แก่ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, เป็นอั้งยี่ และเป็นซ่องโจร จากเหตุที่ตำรวจอ้างว่าทีมการ์ดเตรียมที่จะก่อเหตุสร้างความวุ่นวายและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในระหว่างการชุมนุม #ม็อบ6มีนา

เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัวทีมการ์ดและประชาชนกว่า 48 ราย ก่อนที่ผู้ถูกกล่าวหา 17 คนที่ถูกนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวน ยกเว้นปิยรัฐที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวมาตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 64 เจ้าหน้าที่อ้างในเอกสารการจับกุมระบุว่า “น่าเชื่อว่าปิยรัฐมีพฤติกรรมร่วมกันกระทำผิดกับกลุ่มวัยรุ่นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม” ทำให้เขาถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีมาตั้งแต่วันนั้น

ขณะที่แม้ทนายความจะได้ยื่นขอประกันตัวอีกครั้งเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 64 โดยใช้หลักทรัพย์ 1 แสนบาท พร้อมยื่นพยานหลักฐานประกอบ ทั้งใบเสร็จค่าอาหารที่ปิยรัฐเดินทางไปรับประทานในห้าง ภาพถ่ายเหตุการณ์ ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือบันทึกการตรวจยึดของกลางของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ศาลพิจารณา แต่ศาลอาญายังคงพิจารณาไม่อนุญาตให้ประกันตัว

คำร้องที่ยื่นร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวปิยรัฐ ยืนยันว่าปิยรัฐถูกจับกุมโดยยังไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมใดๆ และไม่ได้อยู่ร่วมกับทีมการ์ด WeVo ชุดใหญ่ที่นั่งรับประทานข้าวกล่องร่วมกันอยู่บริเวณชั้น 5 ของอาคารจอดรถห้างเมเจอร์รัชโยธิน เขาไม่ได้มีพฤติการณ์มั่วสุมหรือชุมนุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อของโรค และต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิขณะเข้ามาในห้างสรรพสินค้าอยู่แล้ว  

ปิยรัฐกับเพื่อนได้เข้าไปทานอาหาร บริเวณชั้น 4 ของห้างเมเจอร์รัชโยธิน โดยมีใบเสร็จค่าอาหารซึ่งลงชื่อปิยรัฐเป็นชื่อผู้ชำระเงิน และระบุเวลาในใบเสร็จไว้ที่ 17.52 น.

 

ภาพลำดับเหตุการณ์จัดทำโดยเพจ We Volunteer (ดูทั้งหมด)

 

ขณะที่เหตุการณ์ซึ่งหน่วยของเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมทีมการ์ด WeVo หลายสิบคน ที่บริเวณลานจอดรถชั้น 5 ของห้างนั้น  ภาพจากกล้องวงจรปิดของห้าง ระบุว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเวลาก่อน 17.43 น. โดยภาพชุดเจ้าหน้าที่ให้ผู้ถูกจับกุมหมอบ คลาน และตรวจค้นนั้นปรากฏในช่วงเวลาประมาณ 17.43-17.45 น. ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกันกับที่ปิยรัฐยังอยู่ด้านในห้างเมเจอร์รัชโยธิน และกำลังจ่ายเงินค่าอาหารตามใบเสร็จ

หลังจากนั้นปิยรัฐกับเพื่อนอีก 3 คน ได้เดินไปที่ลานจอดรถของห้าง แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหลายสิบนายพยายามเข้าตรวจค้นและควบคุมตัว โดยไม่มีหมายจับ ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการแจ้งว่ากระทำความผิดใด ไม่มีการแสดงบัตรประจำตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ และยังไม่มีหมายค้น ไม่ตรงกับบันทึกจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าตำรวจได้ทำการจับกุม แจ้งสิทธิ และแจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสี่คนระหว่างจับกุม

หลังปิยรัฐยินยอมให้ตรวจค้นตัว ก็ไม่ได้พบสิ่งของใดๆ อันมีไว้เป็นความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด จากภาพในคลิปวิดีโอการเข้าจับกุม ปิยรัฐไม่ได้ใส่เสื้อเกราะ ไม่ได้มีกระเป๋าหรือกล่องใส่สิ่งของสัมภาระ ย่อมไม่มีสิ่งของใดๆ ไว้ในครอบครองตามที่ถูกกล่าวหา ทั้งเมื่อชุดปฏิบัติการพิเศษเดินทางมาถึงได้พยายามปัดกล้องไม่ให้ถ่ายภาพและคลิปเหตุการณ์เอาไว้

จากนั้น ปิยรัฐและเพื่อนได้ถูกนำตัวมาที่ชั้น 5 และได้พบกับผู้ที่ถูกควบคุมตัวนอนราบกับพื้นอยู่แล้ว ก่อนปิยรัฐจะถูกนำตัวไปที่ชั้นอื่นแต่เพียงลำพัง และถูกควบคุมตัวไปที่ บก.ตชด. ภาค 1 โดยแยกนำขึ้นรถเจ้าหน้าที่ไปคนเดียว

 

คลิปเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 64 ที่เมเจอร์รัชโยธิน จากเพจ We Volunteer 

 

ขณะที่ประเด็นเรื่องเจ้าหน้าที่อ้างว่าตรวจค้นสัมภาระของผู้ถูกจับกุม พบวัตถุซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ หรือวัตถุซึ่งอาจใช้เป็นอาวุธนั้น หากแต่ตามบันทึกการตรวจยึดของกลางโดย ร.ต.อ.กฤตพร แสงสุระ รองสารวัตรงานสายตรวจ 2 และ ร.ต.อ.ภุชงค์ เม้าทุ่ง รองสารวัตรงานสายตรวจ 3 ซึ่งระบุการตรวจยึดของกลางในเวลาประมาณ 18.15 น. กลับระบุเพียงว่าสิ่งของที่ตรวจยึดได้จากปิยรัฐมี 1 รายการ ได้แก่ “เสื้อคล้ายเกาะ” เท่านั้น ไม่ใช่ “เสื้อเกราะ” และไม่มีสิ่งของต่างๆ ตามที่พนักงานสอบสวนได้บรรยายไว้ในคำร้องขอฝากขังปิยรัฐว่าอาจจะเป็นสิ่งของที่มีไว้ใช้ในการกระทำความผิด

อีกทั้งหากมีการตรวจยึดสิ่งของยุทธภัณฑ์หรือสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดจากปิยรัฐจริง ก็คงจะมีการตั้งข้อกล่าวหาว่ามียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง หรือข้อหาอื่นๆ แล้ว แต่กลับไม่ได้มีการดำเนินคดีดังกล่าวแต่อย่างใด อันแสดงให้เห็นว่าพฤติการณ์ที่อ้างในบันทึกจับกุมของตำรวจไม่ได้ตรงกับความเป็นจริง

 

ภาพลำดับเหตุการณ์จัดทำโดยเพจ We Volunteer (ดูทั้งหมด)

 

เหตุผลที่ศาลอาญาให้ไว้ เพื่อไม่ให้ประกันตัวปิยรัฐ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 64 ระบุไว้ว่า “เห็นว่าผู้ต้องหาที่ 1 มีพฤติการณ์ที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ประกอบผู้ต้องหาที่ 1 ถูกดำเนินคดีในคดีอื่นในลักษณะเดียวกันกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาอีกหลายคดี หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีเหตุอันควรให้เชื่อว่าผู้ต้องหาที่ 1 จะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

การร้องขอประกันตัวปิยรัฐอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 64 จึงได้ยืนยันว่าในคดีที่ปิยรัฐถูกกล่าวหาจากการแสดงออกหรือชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ก็เป็นเพียงการแสดงออกและใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ได้มีลักษณะข้อเท็จจริงต่างๆ เหมือนกับในคดีนี้ และการถูกตั้งข้อหาต่างๆ ก็เป็นเพียงการกล่าวหาของตำรวจเท่านั้น ยังไม่มีคดีใดที่อัยการสั่งฟ้องคดี และศาลพิพากษาลงโทษแต่อย่างใด จึงถือว่าปิยรัฐเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

หากยึดถือเพียงข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นเหตุผลประกอบว่าปิยรัฐถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาหลายคดี และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้น ย่อมเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลต่างๆ แล้วนำตัวมาฝากขังอ้างเป็นเหตุให้ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยไม่มีกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบตามหลักนิติรัฐ

“ผู้ต้องหาจึงขอให้ศาลได้โปรดตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวนี้ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหา ไม่เชื่อเพียงข้อกล่าวหากล่าวอ้างลอยๆ จากเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น และขอศาลได้โปรดคำนึงยึดถือหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา” คำร้องขอประกันตัวครั้งนี้ ยืนยันหลักการกับศาล

กระนั้นก็ตาม ศาลอาญายังคงไม่ให้ประกันตัว ผู้พิพากษาระบุเหตุผลไว้สั้นๆ เพียงว่า “คดียังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม” ไม่ได้กล่าวถึงพยานหลักฐานและข้อโต้แย้งที่ผู้ต้องหายื่นประกอบคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ราวกับศาลได้สันนิษฐานไปแล้วว่าปิยรัฐกระทำความผิด…

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับ Wevo-ปชช.กว่า 48 คน โดย 18 คนถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร-พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อ้างเตรียมสร้างเหตุวุ่นวาย

ศาลไม่ให้ประกัน ‘โตโต้’ คดีอ้างจะก่อเหตุใน #ม็อบ6มีนา ส่วนอีก 14 ราย ปล่อยด้วยหลักทรัพย์ 45,000 บาท

ศาลไม่ให้ประกัน ‘เพนกวิน-รุ้ง-ไผ่-โตโต้” ระบุไม่มีเหตุเปลี่ยนคำสั่งเดิม แม้ยื่นแจงเหตุจำเป็นในการศึกษา

 

More from my site