ตร.บางโพแจ้งม.112 ห้านักกิจกรรม ปราศรัยถึงอำนาจกษัตริย์หน้ารัฐสภา

วานนี้ (17 ธ.ค. 2563) เวลา 11.00 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลบางโพ นักกิจกรรม 5 ราย ที่ถูกออกหมายเรียกจากกรณีการชุมนุม #ไปสภาไล่ขี้ข้าศักดินา ที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2563 ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

แกนนำนักกิจกรรมจำนวน 5 ราย ได้แก่ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, ชนินทร์ วงษ์ศรี, เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ ทยอยได้รับหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากสน.บางโพ ลงวันที่ 27 พ.ย. 63 โดยมี พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช ผู้กำกับสน.บางโพ เป็นผู้กล่าวหา และให้ผู้ถูกออกหมายเรียกไปพบกับ พ.ต.ท. เทวา บุญชาเรือง สารวัตร (สอบสวน) สน.บางโพ หลังก่อนหน้านี้แกนนำ 4 ราย ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ไปแล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 63 ยกเว้นจุฑาทิพย์ ซึ่งยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อหามาก่อน

เหตุในการออกหมายเรียกดังกล่าว สืบเนื่องจากการชุมนุมของ “คณะประชาชนปลดแอก” ที่หน้าอาคารรัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 63 ระหว่างที่มีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยผู้ชุมนุมมีการเรียกร้องให้สภาเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทุกหมวด, การลดอำนาจส.ว. และการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แต่ในวันดังกล่าว สภาได้ลงมติให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นเวลา 1 เดือนก่อน


พนักงานสอบสวน พ.ต.ท. เทวา บุญชาเรือง ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมโดยมีการบรรยายพฤติการณ์ ในความผิดของทั้ง 5 คนว่า ร่วมชุมนุมสาธารณะที่หน้ารัฐสภา และได้ร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีปราศรัยบนรถบรรทุก โดยใช้เครื่องขยายเสียง เพื่อเรียกร้องกดดันรัฐสภาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 

จากการสืบสวนของ พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี ผู้กำกับสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ซึ่งได้จัดทำบันทึกคำปราศรัยดังกล่าว พบว่ามีข้อความบางส่วนที่ใช้วาจาจาบจ้วงพระมหากษัตริย์โดยมิบังควร เพื่อให้ประชาชนผู้มาชุมนุม และประชาชนทั่วไป เกิดความรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชังพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขแห่งรัฐ อันเป็นการล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน จึงได้แจ้งข้อหา ม.112 เพิ่มเติมแก่ทั้ง 5 โดยมีการถอดคำปราศรัยบางส่วนบรรยายไว้ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา

  • ชนินทร์ วงษ์ศรี ปราศรัยถึงปัญหาในรัฐธรรมนูญ 2560 ในหมวดที่ว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ และปัญหาที่ประชาชนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ได้ ทั้งที่งบประมาณมาจากภาษีประชาชน
  • ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ปราศรัยถึงความเปลี่ยนแปลงและขยายพระราชอำนาจทางการทหารของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมีลักษณะย้อนกลับไปสู่ระบอบสมบูรณญาสิทธิราชย์
  • ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ปราศรัยถึงปัญหาการปิดถนนจากขบวนเสด็จ หลักการ the king can do no wrong และความฝันในการให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
  • จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ปราศรัยถึงความเปลี่ยนแปลงในการจัดการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการจัดการงบประมาณเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์
  • เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ ปราศรัยถึงความฝันในการให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง สถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามหลักการ “ทรงปกเกล้า แต่ไม่ปกครอง” ของสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งปัญหาในรัฐธรรมนูญ 2560 ในหมวดที่ว่าด้วยสถาบันกษัตริย์

ในส่วนจุฑาทิพย์ยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 ซึ่งเป็นข้อหาที่ได้ถูกออกหมายเรียกไปก่อนหน้าด้วย

หลังการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การเป็นหนังสือภายในวันที่ 17 ม.ค. 64 โดยจุฑาทิพย์ไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกรับทราบข้อกล่าวหาและไม่พิมพ์ลายนิ้วมือ ทางพนักงานสอบสวนจึงแจ้งว่าจะมีการส่งหมายเรียกในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจากกรณีไม่พิมพ์ลายนิ้วมือ 

 

>> สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “ดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายกษัตริย์” ปี 2563