อัยการสั่งฟ้องคดีพ.ร.บ.ชุมนุมฯ “ชาติชาย” กรณีตั้งเวที #นอนแคมป์ไม่นอนคุก หน้าเรือนจำ

9 ธ.ค. 63 ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 นายชาติชาย หรือ ธัชพงศ์ แกดำ นักกิจกรรมกลุ่มภาคีนิรนาม พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวตามนัดหมายในคดีการชุมนุม #นอนแคมป์ไม่นอนคุก หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23-24 ต.ค. 63 โดยอัยการได้มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลแขวงพระนครเหนือในวันนี้ ชาติชายยืนยันต่อสู้คดีต่อไป

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 63 ชาติชายได้ถูกพนักงานสอบสวนสน.ประชาชื่น แจ้งข้อกล่าวหาจากการจัดการชุมนุมดังกล่าว ซึ่งเป็นการชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรม 9 คน ซึ่งยังถูกคุมขังอยู่ในขณะนั้น โดยกิจกรรมนี้ได้ไปแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะไว้แล้ว แต่ตำรวจยังกล่าวหาเขารวม 7 ข้อกล่าวหา ได้แก่

  • ข้อหาตามมาตรา 15 (2) และ (6) ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เรื่องเป็นผู้จัดการชุมนุมไม่ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะ ไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงหลังเวลา 24.00 น.
  • ข้อหาตามมาตรา 18 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เรื่องการไม่เลิกชุมนุมภายในระยะเวลาที่ได้แจ้งไว้
  • ข้อหาตามพ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เรื่องการกีดขวางการจราจร และกีดขวางทางเท้า
  • ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกือบทั้งหมดมีอัตราโทษปรับ ยกเว้นข้อหาตามมาตรา 15 (6) ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ซึ่งมีการกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

>> แจ้งข้อหาจุฑาทิพย์-ชาติชาย ตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เหตุชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกทม. 2 ครั้ง

 

ภาพการชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพช่วงคืนวัน่ที่ 23 ต.ค. 63 (ภาพโดย Banrasdr Photo)

 

ต่อมาทั้งตำรวจได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 และนายอิทธิเสฏฐ์ อุไรวรณ์ พนักงานอัยการ ได้มีความเห็นสั่งฟ้องคดีในวันนี้ ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ

คำฟ้องกล่าวหาว่าชาติชายในฐานะผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ และได้แจ้งจัดการชุมนุมต่อ พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผู้กำกับสน.ประชาชื่น แต่ในระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 63 จำเลยไม่ได้ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะ มีการปิดการจราจรบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และบนถนนงามวงศ์วานด้านขาออก เป็นเหตุให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ทางสาธารณะ อันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขการชุมนุมและฝ่าฝืนกฎหมาย

จำเลยยังได้ปราศรัยและจัดกิจกรรมชุมนุมสาธารณะ โดยใช้เครื่องขยายเสียงในระหว่างเวลา 24.00 น. ถึง 6.00 น. ของวันรุ่งขึ้น อันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขการชุมนุมและฝ่าฝืนกฎหมาย และจำเลยยังได้ปราศรัยต่อเนื่องจนถึงวันที่ 24 ต.ค. 63 เวลา 23.30 น. โดยไม่ได้เลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่ผู้จัดการชุมนุมได้แจ้งไว้ต่อผู้รับแจ้ง อันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขการชุมนุมสาธารณะ และฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

คำฟ้องยังกล่าวหาว่าชาติชายได้ยืนขวางทางเท้าหน้าเรือนจำ และยืนกีดขวางปิดการจราจรบริเวณถนนงามวงศ์วานด้านขาออก ในลักษณะที่กีดขวางการจราจร จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรของประชาชนทั่วไป โดยไม่มีเหตุอันควร และยังมีการใช้เครื่องขยายเสียงในการปราศรัยเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในการชุมนุม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

หลังการสั่งฟ้องและได้รับคำฟ้อง ชาติชายยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอต่อสู้คดีต่อไป ศาลแขวงพระนครเหนือจึงได้กำหนดวันนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 19 ม.ค. 64 เวลา 09.00 น. พร้อมกับอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว