แจ้งข้อหาจุฑาทิพย์-ชาติชาย ตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เหตุชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกทม. 2 ครั้ง

11 พ.ย. 63 เวลา 13.00 น. ที่สน.ประชาชื่น จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และธัชพงศ์ หรือชาติชาย แกดำ นักกิจกรรมกลุ่มภาคีนิรนาม ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน ในข้อหาตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จากกรณีการชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม โดยแยกเป็นสองคดีเนื่องจากเป็นการชุมนุมคนละวันกัน

ก่อนหน้านี้ จุฑาทิพย์ได้รับหมายเรียกลงวันที่ 27 ต.ค. 63 ระบุมี พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมนวล ผู้กำกับสน.ประชาชื่น เป็นผู้กล่าวหา ขณะที่ธัชพงศ์ได้รับหมายเรียกลงวันที่เดียวกัน ระบุมี พ.ต.ท.ธรรมภณ วงษ์จันทร์เพ็ญ รองผู้กำกับสอบสวน สน.ประชาชื่น เป็นผู้กล่าวหา หมายระบุให้ทั้งสองคนเข้าพบกับ พ.ต.ท.ธรรมภณ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

 

 

วันนี้ในคดีของจุฑาทิพย์ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 63 ที่เป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวอานนท์ นำภา และภาณุพงศ์ จาดนอก ซึ่งถูกเพิกถอนการประกันตัวในคดีชุมนุม #เยาวชนปลดแอก ในช่วงดังกล่าว โดยกิจกรรมมีการผูกโบว์ขาวที่ประตูเรือนจำเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยทั้งสองคน

ข้อหาดังกล่าวมีโทษสูงสุดคือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท แต่จุฑาทิพย์ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป ทางพนักงานสอบสวนจึงได้นัดส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการแขวงพระนครเหนือในวันที่ 30 พ.ย. 63 เวลา 10.00 น.

 

ภาพการชุมนุมหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพช่วงคืนวัน่ที่ 23 ต.ค. 63 (ภาพโดย Banrasdr Photo)

 

ส่วนในคดีของธัชพงศ์ เขาถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ชุมนุม #นอนแคมป์ไม่นอนคุก หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23-24 ต.ค. 63 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรม 9 คน ซึ่งยังถูกคุมขังอยู่ในขณะนั้น และยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เข้าคุกในฐานะนักโทษ แต่ในฐานะนักสู้ แต่กิจกรรมนี้ได้มีการไปแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะไว้ที่สน.ประชาชื่น แล้ว แต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อธัชพงศ์ใน 7 ข้อหา ได้แก่

  • ข้อหาตามมาตรา 15 (2) และ (6) ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เรื่องเป็นผู้จัดการชุมนุมไม่ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะ ไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงหลังเวลา 24.00 น.
  • ข้อหาตามมาตรา 18 ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ เรื่องการไม่เลิกชุมนุมภายในระยะเวลาที่ได้แจ้งไว้
  • ข้อหาตามพ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เรื่องการกีดขวางการจราจร และกีดขวางทางเท้า
  • ข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 385 กีดขวางทางสาธารณะจนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร

ข้อหาทั้งหมดดังกล่าวมีอัตราโทษปรับ ยกเว้นข้อหาตามมาตรา 15 (6) ของพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ซึ่งมีการกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ธัชพงศ์ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อไป ทางพนักงานสอบสวนจึงได้นัดหมายส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการแขวงพระนครเหนือในวันที่ 30 พ.ย. 63 เวลา 10:00 น.

ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จุฑาทิพย์ อดีตประธานสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมือง นับถึงคดีนี้เป็นคดีที่ 8 โดยบางคดียังไม่ได้เข้ารับทราบข้อหา ขณะที่ธัชพงศ์ถูกกล่าวหาเป็นคดีทางการเมืองคดีที่ 9 แล้ว