ตร.นนทบุรีแจ้งข้อหา 112 เพนกวิน-ไมค์-รุ้ง ทั้งสามปฏิเสธลงลายมือชื่อ “ไม่ยอมรับ ม.112 เป็นกม.”

8 ธ.ค. 63 เวลา 11.00 น. ที่สภ.เมืองนนทบุรี 3 แกนนำคณะราษฎร ได้แก่ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, พริษฐ์ ชิวารักษ์ และภาณุพงศ์ จาดนอก ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติม ในคดีการชุมนุม #คนนนท์ไม่ทนเผด็จการ ที่ท่าน้ำนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 63  ขณะที่ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำคนรุ่นใหม่นนทบุรี ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในคดีชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ยังไม่ถูกแจ้งข้อหามาตรา 112

ในคดีการชุมนุม 10 ก.ย. 63 นั้น นักกิจกรรมทั้ง 3 คน ได้ถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อนแล้ว ในช่วงที่ถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ต่อมาทางสภ.เมืองนนทบุรี ได้ออกหมายเรียกลงวันที่ 27 พ.ย. 63 เรียกให้ทั้ง 3 คนมารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพิ่มเติม โดยคดีมี พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รองผู้กำกับสืบสวนสภ.เมืองนนทบุรี เป็นผู้กล่าวหา ขณะที่ชินวัตรยังไม่ได้รับหมายเรียก แต่มีชื่อปรากฏอยู่ในหมายเรียกของคนอื่น ทำให้เข้าใจว่าจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมด้วย

ในการเข้ารับทราบข้อหาในวันนี้ นักกิจกรรมทั้งสี่คนได้ใส่เสื้อยืดที่สกรีนเลข “112” สีแดง พร้อมกับขีดทับสีน้ำเงิน และมีประชาชนกว่า 100 คน เดินทางมารอให้กำลังใจ โดยมีการนำรถเครื่องเสียงมาปราศรัยหน้าสถานีตำรวจด้วย

นอกจากนั้นด้านหน้าสถานีตำรวจ พบว่าเจ้าหน้าที่เพิ่งมีวางเสาไฟ และติดตั้งกล้องวงจรปิด เสาละ 2 ตัว รวม 4 ตัวเอาไว้ ขณะเดียวกันยังมีชุดเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบอย่างน้อย 7 คน คอยติดตามถ่ายภาพและถ่ายวีดีโออยู่ตลอดเวลาในห้องสอบสวน ระหว่างการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของนักกิจกรรม

เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตั้งกล่องวงจรปิดหน้าสภ.เมืองนนทบุรี และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบยืนบันทึกวิดีโอภายในห้องสอบสวนของสภ.เมืองนนทบุรีตลอดเวลาการสอบสวน

 

พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา รองผู้กำกับสอบสวนสภ.เมืองนนทบุรี พร้อมคณะพนักงานสอบสวน ได้เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาต่อปนัสยา, พริษฐ์ และภาณุพงศ์ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยได้มีการนำข้อความการปราศรัยของทั้งสามคน ในเวทีชุมนุม #คนนนท์ไม่ทนเผด็จการ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 63  มาใช้ตั้งข้อกล่าวหา

  • คำปราศรัยของพริษฐ์ มีเนื้อหากล่าวถึงการปฏิบัติตนของพระราชวงศ์ เทียบกับหลักทศพิธราชธรรม
  • คำปราศรัยของปนัสยา มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถานการณ์อยู่เหนือกฎหมายของพระมหากษัตริย์ และการจับกุมผู้วิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งย้ำแนวทางข้อเสนอ 10 ข้อ ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม
  • คำปราศรัยของภาณุพงศ์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์เสด็จกลับมาอยู่ในประเทศไทย

นักกิจกรรมทั้ง 3 คน ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และปฏิเสธจะลงลายมือชื่อในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา โดยระบุในการบันทึกว่า “ข้าพเจ้าไม่ประสงค์ลายมือชื่อ เนื่องจากไม่ยอมรับอำนาจศักดินา ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการ และไม่ยอมรับมาตรา 112 เป็นกฎหมาย” จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้ปล่อยตัวทั้ง 3 คนไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้ และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว

 

 

ในส่วนชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ซึ่งเดิมเข้าใจว่าจะถูกแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 เพิ่มเติมด้วยนั้น ปรากฏว่าไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาในคดีนี้ แต่ พ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาในคดีชุมนุมอีกคดีหนึ่ง ได้แก่ คดีข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการจัดชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ที่ท่าน้ำนนทบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 63 โดยชินวัตรได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป ในคดีนี้ ทางตำรวจมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เข้าร่วมการชุมนุมไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 ราย

>> ตร.ย้อนแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2 ผู้ชุมนุม #เด็กนนท์พร้อมชนเผด็จการ ตั้งแต่ 29 ก.ค.

 

 

จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 63 เป็นต้นมา ที่แกนนำนักกิจกรรมเริ่มได้รับหมายเรียกในข้อหาตามมาตรา 112 พบว่ามีการออกหมายเรียกในข้อหานี้จำนวนอย่างน้อย 11 คดี และมีผู้ถูกออกหมายเรียก 23 รายแล้ว โดยเป็นคดีจากการชุมนุมทางการเมืองที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาอื่นไปก่อนหน้านี้แล้ว 6 คดี และเป็นคดีใหม่ 5 คดี

>> บทบัญญัติที่ไม่ควรมีที่ทางในประเทศประชาธิปไตย: ย้อนดู ม.112 ในสายตากลไกสิทธิมนุษยชน UN