วันที่ 30 พ.ย. 63 ศาลจังหวัดลำพูนนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีของนายธนวัฒน์ วงค์ไชย และนายธนาธร วิทยเบญจางค์ สองนักศึกษาที่ถูกฟ้องด้วยข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ จากการร่วมกิจกรรม #คนลําพูนก็จะไม่ทนโว้ย บริเวณลานเจ้าแม่จามเทวี เพื่อขับไล่รัฐบาลและสนับสนุนข้อเสนอ 3 ข้อของกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 63

ภาพธนวัฒน์ และธนาธร หลังรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 63

เวลา 13.30 น. ศาลได้เริ่มการพิจารณา โดยทนายความจำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพยานบุคคลและพยานเอกสารต่อศาล โดยขออ้างพยานบุคคลเข้าเบิกความจำนวน 5 ปาก ได้แก่ ตัวจำเลยทั้งสอง, พยานนักวิชาการที่จะให้การเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมายและประเด็นสิทธิตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง พยานผู้สังเกตการณ์ในการชุมนุม 2 คน  พร้อมพยานเอกสารอีก 2 ฉบับ

ด้านอัยการฝ่ายโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานบุคคลและพยานเอกสารต่อศาล ขออ้างพยานบุคคลจำนวน 4 ปาก ได้แก่ ผู้กล่าวหา, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจังหวัดลำพูน และพนักงานสอบสวนในคดี พร้อมด้วยพยานเอกสารอีก 12 ฉบับ

ศาลจังหวัดลำพูนจึงได้กำหนดนัดหมายให้ทำการสืบพยานโจทก์เป็นเวลา 1 นัด และพยานจำเลยเป็นเวลา 1 นัดครึ่ง และคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ตกลงนัดหมายสืบพยานในระหว่างวันที่ 20-22 เม.ย. 64 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป

 

สำหรับการชุมนุม #คนลําพูนก็จะไม่ทนโว้ย นายธนาธรได้ร่วมขึ้นปราศรัยในกิจกรรมดังกล่าว ส่วนนายธนวัฒน์ระบุว่าเขาเพียงแต่ไปร่วมชุมนุมเฉยๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมและไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่อย่างใด หากแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวนกลับเห็นว่าการโพสต์เชิญชวนให้มาชุมนุมของนายธนวัฒน์เข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว

อ่านคำฟ้องในคดีนี้

ส่งฟ้องพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2 น.ศ. คดี “คนลำพูนก็จะไม่ทนโว้ย” ศาลปล่อยตัวไม่ต้องวางหลักทรัพย์

2 น.ศ. ยืนยันให้การปฏิเสธ ข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คดี “คนลำพูนก็จะไม่ทนโว้ย”