วันที่ 27 ต.ค. 63 ศาลจังหวัดลำพูนนัดพร้อมเพื่อถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐานในคดีของนายธนวัฒน์ วงค์ไชย และนายธนาธร วิทยเบญจางค์ สองนักศึกษาที่ถูกฟ้องด้วยข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ จากการร่วมกิจกรรม #คนลําพูนก็จะไม่ทนโว้ย บริเวณลานเจ้าแม่จามเทวี เพื่อขับไล่รัฐบาลและสนับสนุนข้อเสนอ 3 ข้อของกลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 63 

ภาพธนวัฒน์ และธนาธร หลังรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 63

เวลาประมาณ 9.45 น. ในห้องพิจารณาคดีที่ 11 หลังจำเลยทั้งสองเดินทางมาถึงศาล และผู้พิพากษานั่งบัลลังก์ ศาลได้อ่านคำฟ้องในคดีให้จำเลยทั้ง 2 ฟังและสอบถามคำให้การของทั้งสองคน นายธนวัฒน์และนายธนาธรได้ยืนยันคำให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และทางทนายจำเลยได้ยื่นคำให้การแถลงประเด็นข้อต่อสู้คดีแก่ศาล 

จากนั้น นายชัช ฉิมเรือง พนักงานอัยการจังหวัดลำพูนได้ยื่นบัญชีระบุพยานบุคคล พร้อมกับพยานเอกสารต่อศาล ศาลจึงได้สอบถามถึงบัญชีระบุพยานของฝ่ายจำเลยทั้งสอง ฝ่ายจำเลยได้แถลงว่าได้เตรียมบัญชีระบุพยานบุคคลมายื่นต่อศาลแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดเตรียมพยานเอกสารมายื่น ศาลเห็นว่าควรจะมีการบัญชีระบุพยานบุคคลและพยานเอกสารพร้อมกันในคราวเดียว จึงสอบถามว่าจะเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปก่อนหรือไม่ เพื่อให้จำเลยได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ ทนายจำเลยจึงแถลงขอเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานออกไป และอัยการไม่คัดค้าน 

ศาลจังหวัดลำพูนจึงได้มีคำสั่งให้เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไปเพื่อให้ฝ่ายจำเลยได้เตรียมพยานเอกสารเข้ามาต่อสู้ได้อย่างเต็มที่และเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณา ศาลได้แจ้งให้ทนายจำเลยจัดทำคำแถลงประกอบบัญชีพยานด้วยว่าพยานบุคคลที่ฝ่ายจำเลยจะนำเข้าเบิกความจะเป็นการเบิกความในประเด็นไหน อย่างไรบ้าง เพื่อความรวดเร็วของการพิจารณา 

ก่อนศาลจังหวัดลำพูนจะกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นวันที่ 30 พ.ย. 63 เวลา 13.30 น. ต่อไป 

 

สำหรับการชุมนุม #คนลําพูนก็จะไม่ทนโว้ย นายธนาธรได้ร่วมขึ้นปราศรัยในกิจกรรมดังกล่าว ส่วนนายธนวัฒน์ระบุว่าเขาเพียงแต่ไปร่วมชุมนุมเฉยๆ เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้จัดการชุมนุมและไม่ได้ขึ้นปราศรัยแต่อย่างใด หากแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวนกลับเห็นว่าการโพสต์เชิญชวนให้มาชุมนุมของนายธนวัฒน์เข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว