26 พ.ย. 2563 เวลาประมาณ 08.30 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้ควบคุมตัว “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ แกนนำการ์ดอาสาคณะราษฎร หรือ “WeVo” ไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี หลังควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.เมืองอุบลฯ ราว 32 ชม. โดยก่อนหน้านั้น ปิยรัฐถูกจับกุมที่กรุงเทพฯ และถูกนำตัวเดินทางมาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวน  ในข้อหายุงยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และนำเข้าข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการขึ้นปราศรัยในเวที “เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง” ที่หน้าศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลฯ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563

“โตโต้” ขณะถูกควบคุมตัวไปศาล (ภาพจากเพจ โตโต้ ปิยรัฐ)

ด้านทนายความของปิยรัฐได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง และขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวนมาไต่สวนถึงเหตุจำเป็นในการขอฝากขังด้วย

ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. ศาลออกพิจารณาคำร้องขอฝากขังปิยรัฐ โดยได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่ามีเหตุจำเป็นอย่างไร พนักงานสอบสวนเบิกความว่า  การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากยังไม่ได้สอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม และยังต้องรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของปิยรัฐ

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้เบิกความว่า หากปล่อยตัวผู้ต้องหาไป เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงและเป็นภัยต่อความมั่นคง ผู้ต้องหาอาจก่อความไม่สงบในบ้านเมืองอีก และอาจก่ออุปสรรคต่อการสอบสวนโดยการนำมวลชนมากดดัน รวมทั้งผู้ต้องหาไม่มีความเคารพยำเกรงกฎหมายของบ้านเมือง เห็นได้จากเคยฉีกบัตรการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559

ฉัตรชัย แก้วคำปอด ในฐานะทนายความของปิยรัฐได้ถามค้านพนักงานสอบสวนมีเนื้อหาโดยสรุปว่า การสอบสวนชุดจับกุมยังไม่แล้วเสร็จนั้น เป็นขั้นตอนการดำเนินงานของพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพียงประชาชนไม่สามารถไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ส่วนการสอบสวนผู้ต้องหานั้นได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวาน และการตรวจสอบประวัติอาชญากรสามารถทำได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้อีก นอกจากนี้ คดีนี้ได้มีการฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 2 คน คือ ทนาย (ฉัตรชัย) และวิศรุต สวัสดิวร แสดงว่ามีการรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว

จากนั้น เวลาประมาณ 11.40 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังปิยรัฐของพนักงานสอบสวน ทำให้ปิยรัฐได้รับการปล่อยตัว โดยไม่ต้องยื่นประกันตัว ท่ามกลางความดีใจของเพื่อนและประชาชนที่มารอให้กำลังใจ

วันเดียวกันนี้ “ทนายแชมป์” ฉัตรชัย แก้วคำปอด และวิศรุต สวัสดิ์วร 2 จำเลย จากกรณีการชุมนุมเมื่อ 22 ส.ค. เช่นเดียวกัน ซึ่งถูกฟ้องคดีไปก่อนแล้วเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ได้เดินทางมาศาลตามที่ศาลนัดคุ้มครองสิทธิ โดยศาลได้อธิบายฟ้องและถามคำให้การเบื้องต้น ซึ่งจำเลยทั้งสองยืนยันคำให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  นัดต่อไปคือ สอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยาน ในวันที่ 21 ธ.ค. 2563

การชุมนุม #เด็กพูดผู้ใหญ่ฟัง  จัดโดยคณะอุบลปลดแอก ที่ศาลหลักเมืองอุบลฯ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2563 เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก, ยกเลิก สว. และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลฯ ได้ขอออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน 2 ข้อหา รวม 4 ราย ได้แก่ ฉัตรชัย แก้วคำปอด ผู้แจ้งการชุมนุม, วิศรุต สวัสดิ์วร ผู้ดำเนินรายการ, พริษฐ์ ชิวารักษ์ และปิยรัฐ จงเทพ ผู้ปราศรัย โดยอ้างเหตุการปราศรัยของพริษฐ์และปิยรัฐที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อเรียกร้องให้ “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” แต่ศาลจังหวัดอุบลฯ อนุมัติหมายจับเพียง 3 ราย ยกเว้นวิศรุต ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ออกเป็นหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม หลังติดตามจับกุมฉัตรชัย, เข้าแจ้งข้อกล่าวหาพริษฐ์ ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ที่ บก.ตชด.ภาค 1 และออกหมายเรียกวิศรุตเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนและอัยการได้เร่งส่งฟ้องฉัตรชัยและวิศรุตต่อศาลก่อนอย่างผิดสังเกต นับเป็นคดีมาตรา 116 คดีแรกที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลในบรรดาคดีที่นักศึกษา-นักกิจกรรม ถูกดำเนินคดีด้วยข้อกล่าวหานี้จากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ชุมนุม #เยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563

More from my site