คดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ผู้อ่านแถลงภาษาเยอรมันถูกแจ้งข้อหา ม.116 เพิ่มอีก 1 ราย

25 พ.ย. 63 เวลา 10.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ นายอัครพล ตีบไธสง ผู้ถูกออกหมายเรียกเพิ่มเติมในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 จากการชุมนุมของคณะราษฎร ที่หน้าสถานทูตเยอรมันเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 63 ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมอ่านแถลงการณ์ของผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ในภาษาเยอรมัน เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่าพระมหากษัตริย์ไทยมีการใช้พระราชอำนาจบนดินแดนของเยอรมนีหรือไม่

ก่อนหน้านี้ ในคดีนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 116 ต่อนักกิจกรรมไปแล้วจำนวน 8 ราย โดยเป็นแกนนำผู้กล่าวปราศรัยและผู้อ่านแถลงการณ์ของผู้ชุมนุมในภาษาต่างๆ ด้านหน้าสถานทูตเยอรมัน

7 นักกิจกรรมถูกแจ้งข้อหา ม.116 เหตุอ่านแถลงหน้าสถานทูตเยอรมัน ให้ตรวจสอบกษัตริย์ไทย

ตร.แจ้งข้อหาม.116 “ครูใหญ่” เหตุปราศรัยหน้าสถานทูตเยอรมัน ขอกษัตริย์อยู่ใต้รธน.

.

 

ก่อนได้รับหมายเรียก อัครพลเปิดเผยว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคม ได้เคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบไปติดตามหาตัวเขาที่บ้านในต่างจังหวัดด้วย โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถามข้อมูลส่วนตัวของเขาจากผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้าน พร้อมกับสอบถามว่าเหตุใดเขาจึงพูดภาษาต่างประเทศได้ และสอบถามว่าเขาไปร่วมปราศรัยหน้าสถานทูตใช่หรือไม่

จนเมื่อวันที่ 13 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ทุ่งมหาเมฆ ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังอัครพล เพื่อขอให้เขาเดินทางมารับทราบข้อหาที่สถานีตำรวจ โดยแจ้งว่าทางตำรวจไม่อยากออกหมายเรียก เพราะผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าการออกหมายเรียกจะ “ดูแข็งเกินไป” และอาจทำให้ที่บ้านของอัครพลแตกตื่นถ้าได้รับหมาย แต่อัครพลยืนยันให้เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกมาอย่างเปิดเผย จึงจะเดินทางไป

หลังจากนั้น อัครพลจึงได้รับหมายเรียกที่ออกเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 63 คดีมี พ.ต.ท.อนันท์ วงศ์คำ รองผู้กำกับสืบสวนสภ.ทุ่งมหาเมฆ เป็นผู้กล่าวหา

ในวันนี้ อัครพล พร้อมทนายความ ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมาย โดยมีทีมพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆ ได้แก่ พ.ต.ท.ประจำ หนุนนาค, พ.ต.ท.อาวุธ แก้วมณี และพ.ต.ต.คณศร นักเรียน เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา

เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 63 อัครพลได้ร่วมอ่านแถลงการณ์ของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ในฉบับภาษาเยอรมัน ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจําประเทศไทย โดยแบ่งกันอ่านเรียงคนละท่อนกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้คนอื่นๆ ผ่านเครื่องขยายเสียงให้กลุ่มผู้ชุมนุมฟัง ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวมีข้อความเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ ในลักษณะเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดการล่วงละเมิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) และ (3) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 (ร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ)

อัครพลได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมต่อไป พนักงานสอบสวนได้ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ พร้อมกับนัดหมายรายงานตัวเพื่อฟังผลการสอบสวนสวนต่อไปในวันที่ 9 ธ.ค. 63

สำหรับการชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ต.ค. เป็นการเดินขบวนจากแยกสามย่านไปยังสถานทูตเยอรมนี พร้อมกับมีตัวแทนเข้ายื่นหนังสือกับเอกอัครราชทูตเยอรมนี โดยขอให้ทางเยอรมันตรวจสอบว่าพระมหากษัตริย์ไทยมีการใช้พระราชอำนาจบนดินแดนของเยอรมันหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยบนแผ่นดินเยอรมัน รวมทั้งขอให้มีการตรวจสอบการเสียภาษีมรดกและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆ ที่มีรายงานข่าวในสื่อต่างประเทศอีกด้วย

คดีนี้ยังต้องจับตาว่าเจ้าหน้าที่จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะตามมาตรา 112 เนื่องจากมีการบรรยายข้อกล่าวหาในลักษณะที่มีเนื้อหาตามมาตรา 112 เอาไว้ด้วย หลังจากเริ่มมีการนำข้อกล่าวหานี้กลับมาใช้อีกครั้ง แม้จะมีการเปลี่ยนแนวทางการบังคับใช้ไปตั้งแต่ช่วงปี 2561 เป็นต้นมา