24 ส.ค.2559 ประจักษ์ชัย(สงวนนามสกุล) พร้อมพี่สาวและทนายความเดินทางมาศาลทหารตามนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่เขาตกเป็นจำเลยจากการเขียนและยื่นคำร้องถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ 19ก.พ.2558 จนถูกดำเนินคดีในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112

การพิจารณาเริ่มในเวลา 9.45น. ก่อนเริ่มการตรวจพยานหลักฐาน ทนายความของประจักษ์ชัยได้แถลงว่าเอกสารการรักษาโรคของประจักษ์ชัยที่ได้ส่งหมายขอไปทางสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ยังไม่ได้ส่งมาเนื่องจากทางสถาบันกำลังรวบรวมอยู่ จึงไม่สามรถนำมาในนัดนี้ได้ ซึ่งตุลาการศาลทหารเห็นว่าเอกสารดังกล่าวสามารถนำมาสืบในการสืบพยานได้อยู่แล้วจึงไม่เลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานออกไป

จากนั้นอัยการศาลทหารกรุงเทพซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ได้ยื่นบัญชีระบุพยานเป็นพยานบุคคล10 ปาก ได้แก่ นายทหารผู้กล่าวหา นายทหารผู้จับกุม นายทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ นายทหารผู้นำตัวประจักษ์ชัยไปซักถามในชั้นกฎอัยการศึก พยานลำดับที่ 5-8 เป็นผู้ที่ออกความเห็นจากการอ่านข้อความของประจักษ์ชัย พยานผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา พนักงานสอบสวนในคดี นอกจากนั้นยังมีพยานเอกสารอีก 13 ลำดับ

ทางฝ่ายจำเลยทนายความได้ยื่นบัญชีระบุพยานเป็นพยานบุคคลจำนวน9ปาก ได้แก่ ตัวประจักษ์ชัยเอง น้องสาวและแม่ของประจักษ์ชัย ซึ่งจะเบิกความถึงช่วงที่ได้ดูแลรักษาประจักษ์ชัยตั้งแต่เด็กและช่วงหลังเกิดเหตุ จิตแพทย์ที่ทำการรักษา พยานที่จะเบิกความเรื่องโรคและสิทธิในการรักษาของผู้ที่ป่วยเป็นโรคจิตเภท และพยานที่จะเบิกความถึงสิทธิของผู้ป่วยโรคจิตเภทก่อนถูกนำเข้าสู่การดำเนินคดี นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ที่จะเบิกความในประเด็นของการพิจารณาคดีและเจตนารมณ์ของมาตรา 112 พี่สาวของประจักษ์ชัย และพยานปากสุดท้ายเป็นอดีตนายจ้างของประจักษ์ชัยที่จะเบิกความถึงช่วงที่ได้รับประจักษ์ชัยเข้าทำงานในโรงขัดเหล็ก

ตุลาการศาลทหารได้อนุญาตให้คู่ความทั้งสองฝ่ายตรวจดูพยานหลักฐานที่จะใช้ในการสืบพยาน โดยพักการพิจารณาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีเวลาในการดูพยานหลักฐานของอีกฝ่าย จากนั้นภายหลังคู่ความทั้งสองฝ่ายตรวจดูพยานหลักฐานเสร็จสิ้นได้แถลงไม่รับพยานหลักฐานของอีกฝ่าย

ทั้งนี้ทนายความได้แถลงคัดค้านการตรวจพยานหลักฐานเนื่องจากฝ่ายโจทก์ไม่นำพยานเอกสารลำดับที่ 22-23 ซึ่งเป็นคำให้การพยานในชั้นสอบสวนมาแสดงต่อศาลในนัดนี้จึงไม่สามารถตรวจได้

ภายหลังการตรวจพยานเสร็จสิ้นศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ปากแรกนายทหารผู้กล่าวหาในคดีนี้มาเบิกความต่อศาลในวันที่ 1 ธ.ค.2559

คดีนี้จิตแพทย์ได้เคยมีความเห็นสรุปได้ว่าประจักษ์ชัยวิกลจริตจริง ศาลจึงสั่งให้จำหน่ายคดีชั่วคราวจนกว่าจะสู้คดีได้และให้ประกันตัวด้วยเงินหนึ่งแสนบาท จากนั้นเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2559 จิตแพทย์ได้ให้การต่อศาลในนัดประเมินความสามารถในการต่อสู้คดีของจำเลยว่าอาการดีขึ้นแล้วสามารถสู้คดีได้ ศาลจึงได้นัดสอบคำให้การไปเมื่อวันที่30 พ.ค.ที่ผ่านมาจนนำมาสู่นัดตรวจพยานหลักฐานในครั้งรี้

สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับคดีของประจักษ์ชัยเพิ่มเติมได้ ที่นี่