29 เม.ย. 62 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา นัดพร้อมเพื่อประชุมคดี สอบคำให้การจำเลยและตรวจพยานหลักฐานคดีที่อัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย 10 คน ในความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (5) โดยศาลได้สอบคำให้การจำเลย และจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธเพื่อต่อสู้คดี ด้านศาลนัดสืบพยานทุกปากในเดือน ก.พ. 63

เวลา 9.30 น. ศาลเริ่มกระบวนพิจารณาคดี อัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทย์ยื่นฟ้องจำเลย 10 คน ได้แก่ ทิพย์วารี (สงวนนามสกุล) ธงชัย เหล่าแสง นลินธรณ์ วิชัยฤทธิพัฒน์ วีรพงศ์ ดีวงษ์มาศ อภิรักษ์ เรือนแก้ว หมู ธนวัต ศักดา ฟ้าอุทัย ธนกฤต ทับเงิน และ เจษฎา พวงงาม ในฐานความผิด เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

กรณีนี้สืบเนื่องจากการแชร์ข้อความจากเพจเฟสบุ๊คที่ชื่อว่า “KhonthaiUK” ซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ลงภาพพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับข้อความบรรยายประกอบภาพว่า “กูจะพาคนไม่กราบขอโทษมึงถึงที่ อย่าหลบแล้วกัน 10 Downing ST. Westminster, London. “20 มิ.ย. ลุงตู่ไปอังกฤษพกเมียและลูกหลบภัย” “22 มิ.ย. ศาลฎีการับฟ้องว่าลุงตูบเป็นกบฏ”

ขณะที่โพสต์ดังกล่าวยังมีรูปพลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร พร้อมคำบรรยายว่า “กราบ กราบ กราบ ขออภัยท่านพี่ทั้งสองและกัน เห็นข่าวบอกท่านพี่ บิ๊กตู่ ป้อม จะซื้อดาวเทียม 91,200 ล้านมาเก็บไว้ซ่อม แดกส่วนต่างไม่ซื้อแล้วก็ไม่ว่าอะไร แค่นี้ต้องออกหมายจับด้วยเหรอ ถ้าไม่จริงจะร้อนตัวทำไม หรือรับไม่ได้กับเรื่องจริง”

ในคำฟ้องของอัยการฝ่ายโจทก์เห็นว่า โพสต์ดังกล่าวปรากฏและถูกส่งต่อในช่วงระหว่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำลังเดินทางเยือนประเทศอังกฤษ ประกอบกับทั้งมีการวินิจฉัยรับฟ้อง คดีประชาชนยื่นฟ้องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 โดยข้อความที่จำเลยได้แชร์ต่อนั้น สร้างความสับสนให้แก่ประชาชน จนอาจเป็นช่องว่าให้กลุ่มผู้ไม่หวังสร้างสถานการณ์ จนอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ

ศาลได้สอบคำให้การจำเลย โดยจำเลยให้การปฏิเสธ ขณะที่ทนายความได้แถลงแนวทางการต่อสู้คดีระบุว่า ข้อความที่นำมาฟ้องนั้นไม่อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง ในส่วนของพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาแสดง ด้านฝ่ายโจทก์ประสงค์จะนำพยานเข้าสืบโจทก์ 12 ปาก ขณะที่ฝ่ายจำเลยแถลงว่าในชั้นนี้ยังไม่มีการส่งพยานหลักฐาน และคู่ความแถลงร่วมกันว่าไม่มีพยานหลักฐานรับกันได้ในชั้นนี้ ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งนัดสืบพยานปากแรกในวันที่ 4 ก.พ. 63