เมื่อการนิรโทษกรรมเลือกปฏิบัติ: จำเลยคดี ม.112 เดินหน้าเข้าเรือนจำ ขณะที่ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เริ่มบังคับใช้ 

พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ หลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2569 ส่งผลต่อการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ซึ่งกำหนดขอบเขตไว้สำหรับการชุมนุมหรือแสดงออกทางเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568  

ที่ผ่านมา กฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองฉบับดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนว่าเป็นกฎหมายนิรโทษกรรม “แบบเลือกปฏิบัติ” เพราะแม้จะมีการนิรโทษกรรมทางการเมืองล้างมลทินให้กับผู้คนทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทุกสีเสื้อ จากหลากหลายเหตุการณ์ทางการเมืองร่วมสมัยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรอยร้าวของสังคมในปัจจุบัน อีกทั้งกฎหมายฉบับดังกล่าวยังกำหนดฐานความผิดที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมมาในบัญชีแนบท้ายกว่า 30 หมวด แต่ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น กลับถูกระบุอย่างชัดเจนว่าจะไม่ถูกรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมครั้งนี้ 

แม้ปัจจุบันกฎหมายจะมีผลบังคับใช้แล้ว ในทางปฏิบัตินั้น ผู้ที่เข้าข่ายจะยังไม่ได้รับการนิรโทษกรรมโดยอัตโนมัติ โดยยังมีข้อถกเถียงว่าในคดีที่อยู่ในชั้นศาล ศาลสามารถพิจารณายุติคดีหรือสั่งปล่อยตัวผู้ต้องขังที่เข้าข่ายการนิรโทษกรรมได้เลย หรือจะต้องรอคณะกรรมการสร้างเสริมสันติสุขที่จะจัดตั้งขึ้น เพื่อพิจารณาในรายคดีก่อน

ดังนั้น ในขณะที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีที่มีมูลเหตุจากแรงจูงใจและความขัดแย้งทางการเมืองหลาย ๆ คดี กำลังใจจดใจจ่อกับกระบวนการนิรโทษกรรมดังกล่าว แต่จำเลยในคดีมาตรา 112 กลับต้องพบกับความยากลำบาก ส่วนหนึ่งยังคงต้องเดินหน้าต่อสู้รับภาระทางคดีในชั้นศาลต่อไป และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องถูกจองจำ โดยหลายคนมีอัตราโทษค่อนข้างสูง

.

วานนี้ (26 ส.ค. 2569) “โด่ง” ประสงค์ โคตรสงคราม ชาวจังหวัดลพบุรีวัย 30 ปี จำเลยคดี ม.112 เดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ในคดีจากกรณีโพสต์และแชร์เฟซบุ๊กรวม 2 กระทง เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2564 

โด่งเดินทางมาจากลพบุรีเพียงลำพัง แม่ของเขาไม่ได้เดินทางมาด้วย แต่ถึงกระนั้น นอกจากทนายความแล้ว ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งมาคอยให้กำลังใจและพูดคุยกับเขาก่อนเข้าฟังคำพิพากษา

ท่าทีของโด่งสงบนิ่ง ภายนอกไม่มีอาการลุกลี้ลุกลนหรือกังวลให้เห็น เขาพูดคุยกับประชาชนที่มาให้กำลังใจด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างเป็นกันเอง อีกทั้งยังพูดคุยตอบรับกับเจ้าหน้าที่ศาลและผู้พิพากษาด้วยคำพูดที่ชัดเจน เสมือนเขาได้เตรียมตัวเตรียมใจมาบางส่วนแล้ว

.

หลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น  โด่งฝากสัมภาระส่วนตัวไว้ให้กับทนายความและเพื่อนที่เดินทางมาด้วย บทสนทนาของเขาว่าด้วยการฝากฝังการจัดการชีวิตของตนเองหลังจากเข้าไปอยู่ในเรือนจำ โดยไม่มีเรื่องนิรโทษกรรมทางการเมืองปรากฏในบทสนทนา ราวกับว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนโดยสิ้นเชิง แม้คดีของเขาจะเป็นคดีที่ชัดเจนว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง

โด่งอำลาทุกคน และโอบกอดมิตรสหายที่เดินทางมาให้กำลังใจ ผลจากคำพิพากษาวันนี้ทำให้คดีของโด่งสิ้นสุดลง และเขาต้องถูกส่งตัวเข้าไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรีทันที ทำให้กลายเป็นผู้ต้องขังทางการเมืองรายที่ 53 แล้วในขณะนี้

.

แม้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 จะมีจุดประสงค์เพื่อยุติหรือบรรเทาความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยที่ต่อเนื่องมากว่าสองทศวรรษ แต่ก็เป็นที่น่าตั้งคำถามว่า “การยกเว้นไม่ให้นิรโทษกรรมในความผิดมาตรา 112” ซึ่งเป็นข้อถกเถียงและบทสนทนาหลักในสังคมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะนำสังคมไปสู่ “ความสันติสุข” ได้จริงหรือไม่อย่างไร

ปัจจุบันยังมีหลายคนที่ต้องเผชิญภาระทางคดี และผู้ต้องขังอย่างน้อย 31 คนต้องถูกจองจำด้วยคดีมาตรา 112 ต่อไป แม้กระบวนการนิรโทษกรรมจะเดินหน้าไปแล้ว รวมทั้งคำถามต่อคดีมาตรา 110 ที่เป็นข้อหาที่ไม่ได้มีการบัญญัติยกเว้นไว้ แต่ก็ไม่ได้บัญญัติไว้ในบัญชีแนบท้าย 

คดีของโด่งไม่ใช่คดีมาตรา 112 คดีสุดท้าย ยังคงมีประชาชนอีกหลายคนที่ต้องเผชิญกับข้อหามาตรา 112 โดยเป็นจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี กำลังรอฟังคำพิพากษา และอาจต้องเดินหน้าเข้าเรือนจำต่อไป 

.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แถลงการณ์เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน: ไม่รวมคดี ม.112 นิรโทษกรรมแบบเลือกปฏิบัติโดยผู้แทนประชาชน

รายชื่อผู้ต้องขังทางการเมือง 2569

ติดตามสถานการณ์นิรโทษกรรมคดีการเมืองตาม พ.ร.บ.สังคมสันติสุขฯ ที่ไม่รวม ม.112

X