“ไฟแห่งการเคลื่อนไหวในใจผมไม่เคยมอดลงเลย”: “เก็ท” โสภณ ส่งโคลงเปลวไฟถึงฟ้า พร้อมกำลังใจถึงทุกการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ

วันที่ 5 ส.ค. 2569 “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เขียนจดหมายถึงมิตรสหายข้างนอก และกล่าวถึงโคลง “เปลวไฟถึงฟ้า” ที่เขียนโดย ธีรยุทธ บุญมี ณ ป่าขุนตาล เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2516 พร้อมอัปเดตสถานการณ์ภายในเรือนจำ ความคิดถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ และข้อความกำลังใจถึงทุกคนที่ยังสู้ต่ออยู่ข้างนอก

_____________________

“คำนี้เหน็บหนาว กูทน

ความแค้นแน่นอกจน แปรบร่าน

เงียบเงียบยิ่งร้อนรน ใจเจ็บ

ถอดเสื้ออาบน้ำค้าง ให้แค้นบรรเทา

เปรี๊ยะเปรี๊ยะลูกไฟแตก จากขอน

รุ่มรุ่มสุมไฟร้อน อกไหม้

เฉือนเลือดจากอกอ่อน ทรราชโกงเมือง

กูจะเร่งเติมให้ เปลวไฟถึงฟ้า”

.

ผมได้รับจดหมายจากมิตรสหายมวลชนเมื่อไม่กี่วันก่อน ทราบว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมทบทวนแลนด์มาร์กการเคลื่อนไหวทางการเมือง และเดือนนี้จะมีอีกหลายงานกำลังจะถูกจัดขึ้น ขอบคุณทุก ๆ คนมาก ๆ ที่ยังอยู่เคียงข้างกัน ขอบคุณมาก ๆ ที่ยังต่อสู้ไปด้วยกัน

โคลง “เปลวไฟถึงฟ้า” ข้างต้นเขียนโดย ธีรยุทธ บุญมี ที่ป่าขุนตาล เดือนกรกฎาคม ปี  2516 พออ่านโคลงฉบับนี้ก็ทำให้มีความฮึกเหิมเพิ่มขึ้น จึงอยากส่งต่อให้ชาวเราข้างนอก 

จริงอยู่ที่ผมไม่ได้อยู่ในป่า หากแต่ถูกคุมขังโดยลูกกรง ไม่ได้น้ำค้างแต่ตักน้ำผ่านขัน การจุดไฟในนี้นั้นเป็นเรื่องผิดระเบียบ แต่ไฟในการเคลื่อนไหวในใจผมไม่เคยมอดลงเลย ความคับอกแค้นใจจากการเห็นผู้บริสุทธิ์ที่ออกไปเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย แต่กลับถูกดำเนินคดียังไม่เคยจางหาย ผมยังคงตั้งใจใช้ชีวิตและเร่งสุมไฟให้ไปถึงฟ้า

กิจวัตรของผมก็ยังเหมือนเดิม อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย วันที่ 24 สิงหาคม ก็จะครบรอบสามปีที่ผมเข้ามาในคุกแล้ว หากรวม 3 ครั้งที่ถูกคุมขัง ผมก็มีวันจำคุกทั้งสิ้น 3 ปี 2 เดือน 15 วัน สำหรับการเดินทางระยะยาวการหมั่นทบทวนตัวเองอยู่เสมอเป็นเรื่องสำคัญ ผมยังคงทบทวนอยู่ทุกคืนว่า เราเป็นใคร เข้ามาในนี้ทำไม ต่อสู้เพื่ออะไร ในแต่ละคืน ผมยังคงนับนิ้วว่ายังมีใครอยู่เคียงข้างเราบ้าง แค่นับนิ้วได้เกิน 10 นิ้วในทุก ๆ คืนผมก็หลับลงแล้ว

จดหมายฉบับนี้ไม่มีสลักสำคัญ แค่อยากเขียนมาเติมไฟให้กัน เดือนนี้มีวันเกิดของเราหลายคน

1 สิงหาคม ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของพี่ไผ่ จตุภัทร์ เราก็ฉลองวันเกิดกันไปตามศักยภาพที่จะทำได้ในนี้

 4 สิงหาคม เป็นวันเกิดของแอมป์กับตะวัน ได้ข่าวว่าแอมป์ก็ไปฉลองวันเกิดที่ศาล ส่วนตะวันผมก็หวังว่าจะได้ไปฉลองวันเกิดเช่นกัน

8 สิงหาคม เป็นวันเกิดของพี่บุ้ง ถ้าปีนี้ยังอยู่ อายุก็จะเข้า 31 ปีแล้ว ถ้าพี่บุ้งยังอยู่และผมยังอยู่ข้างนอก ผมก็จะบอกเขาว่า “โตขึ้นอีกปีแล้วนะ” เพราะมองวันเกิดพี่บุ้งก็ชวนให้คิดว่า ปีนี้ผมก็จะอายุ 28 เท่ากับตอนแกจากไปพอดี

18 สิงหาคม เป็นวันเกิดพี่อานนท์ ถ้าวันนั้นไม่ออกศาลแล้วพวกเรายังไม่ถูกจับแยกขัง เราก็คงจะได้ฉลองวันเกิดด้วยกัน

สำหรับการเคลื่อนไหวในระยะยาว ผมขอพูดเหมือนที่เข้าคุกวันแรกว่า อยากให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเฮลตี้และสร้างสรรค์ การเคลื่อนไหวที่ Negative และ Toxic อาจกดดันภาครัฐได้ในระดับหนึ่ง แต่มันก็ค่อย ๆ ทำร้ายนักเคลื่อนไหวและคนรอบข้างของพวกเขาไปด้วย 

แน่นอนว่าเมื่อเราถูกทำร้าย ถูกเอาเปรียบ จะให้ยิ้มหรือหัวเราะก็แปลกอยู่ แต่ผมก็อยากให้ทุกคนบาลานซ์ความรู้สึกในการเคลื่อนไหวให้ดี ๆ  ในจังหวะไหน ควรใช้พลังงานลบเป็นแรงขับ จังหวะไหนควรใช้พลังงานบวกเป็นแรงปะทะ ขอให้ทุกคนจัดแจงความรู้สึกตนเองให้ดี 

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพ

โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

.

สำหรับเก็ท โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ถูกคุมขังมาแล้วกว่า 2 ปี 11 เดือน 10 วัน จากคดีมาตรา 112 ทั้งหมด 4 คดี โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา แก้โทษในคดีปราศรัยกิจกรรม #ทัวร์มูล่าผัว ส่งผลให้เมื่อรวมโทษจำคุกทุกคดีแล้ว โทษของเก็ทเหลือ 10 ปี

.

ร่วมเขียนจดหมายถึงเก็ท โดยฝากถึง  “โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เลขที่ 33 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900”

หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล

.

อ่านจดหมายบทความของเก็ทฉบับก่อนหน้านี้

94 ปีแห่งการต่อสู้ที่ยังไม่จบ: “เก็ท” โสภณ เขียนจากเรือนจำถึงวันเปลี่ยนแปลงการปกครองและสำนึกแห่งราษฎรที่ยังต้องสร้างต่อไป

X