เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา
ในครั้งนี้ การขอเข้าเยี่ยมมีขั้นตอนเพิ่มเข้ามา คือที่หน้าห้องประชาสัมพันธ์ ได้มีป้ายติดโดยมีใจความว่าทนายความที่ยื่นขอเข้าเยี่ยมจะต้องรอรับสำเนาใบขอเข้าเยี่ยมเพื่อนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่ตรงจุดงานเยี่ยมญาติอีกที จากที่ก่อนหน้านี้เมื่อทำเรื่องขอเยี่ยมแล้ว ก็เข้าไปรอยังห้องเยี่ยมได้เลย ปรากฏว่าการรอสำเนาใบขอเข้าเยี่ยมดังกล่าว ต้องใช้เวลารอราว ๆ 45-50 นาที จึงจะได้มา ทำให้ขั้นตอนการรอเข้าเยี่ยมใช้เวลานานขึ้น
ฟ้าเดินออกมาในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ เขายิ้มและกล่าวทักทายก่อนเช่นเดิม จากนั้นได้พูดคุยเรื่องคดี การจัดการเอกสาร และการเตรียมยื่นประกันตัวในคดีที่ศาลจังหวัดธัญบุรีอีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. 2569 นี้ โดยฟ้าบอกว่ารู้สึกเหนื่อยที่ต้องรอลุ้นอีก
ฟ้าเล่าว่าช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกเศร้า เพราะได้ยินเพลง Stay High ที่มีเนื้อท่อนหนึ่งว่า High all the time to keep you off my mind เขาบอกว่าเป็นเพลงที่เคยร้องกับแฟน พอได้ยินแล้วรู้สึกเศร้ามาก และกินอาหารไม่ค่อยลง
ฟ้าเล่าว่า ปกติตัวเองจะมีวิธีฮีลใจโดยการอ่านหนังสือ หรือฟังเพลง แต่ที่นี่มันไม่ได้เอื้อให้ทำแบบนั้น โดยประมาณ 3 ทุ่มคืนนั้นที่ทุกคนเริ่มหลับแล้ว ฟ้าไปยืนในจุดตรงประตู เป็นช่องที่มองออกไปนอกห้องได้ เขาปล่อยใจให้ลอยไป โดยมีเรื่องราวผุดขึ้นในหัว เช่น เรื่องเรือนจำอำเภอธัญบุรีที่สภาพเก่ากว่า 127 ปีนี้ จะทำอะไรได้บ้าง ให้เกิดการสร้างใหม่หรือปรับปรุง ตอนนี้เรือนจำนี้มีทั้งนักโทษคดีระหว่างพิจารณาและถึงที่สุด คนก็เต็มพื้นที่แล้ว
ฟ้ายังเล่าว่า เขาพยายามช่วยเหลือผู้ต้องขังที่ไม่มีญาติมาเยี่ยม ผ่านการช่วยเรื่องข้าวของจำเป็น เขาบอกว่าตัวเองรู้รสชาติว่ามันหดหู่แค่ไหน ตอนที่ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในการถูกคุมขังรอบก่อน โดยญาติหรือทนายความก็ไม่รู้ว่าฟ้าถูกย้ายตัวไป ตอนนั้นไม่มีข้าวของเครื่องใช้ เขาต้องใช้แฟบในการช่วยสระผม จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับใครอีก
ฟ้าเสริมอีกว่าช่วงนี้เหมือนในเรือนจำ ไข้หวัดคางทูมกำลังระบาด มีคนติดกันหลายคน ลักษณะที่เห็นได้ชัดคือไม่สบายแล้วหน้าก็ใหญ่ขึ้นเลย เหมือนติดต่อผ่านน้ำลาย ในสภาพเรือนจำที่คนใช้ชีวิตร่วมกันแออัดก็มีโอกาสติดโรคกันง่าย
———————-
จากนั้นฟ้าได้ฝากบทกลอน และเนื้อหาสำหรับสื่อสารถึงทุกคนภายนอกว่า
“เมื่อพินิจ คิดเหตุ เห็นประหลาด
บุพเพ สันนิวาส ประสิทธิ์ให้
แม้นต่างถิ่น ห่างเหิน เดินไกล
ก็ได้ใกล้ ชูจิต อภิรมย์”
“‘ความรัก’ เป็นสิ่งสวยงามน่าอัศจรรย์ และล้ำค่าน่าพิศพึงชม ในคราเดียวกัน ก็รวดร้าวอกตรมแสนทรมาน ตัวฟ้าเองก็เช่นกัน หากจะนิยามตนเอง ฟ้านิยามความรักของฟ้า เฉกเช่นร่มพระไทรใบหนา หรือจะเป็นกระแสจุฬาตรีคูณก็เป็นได้เช่นกัน
“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น นอกจากครอบครัว ที่เป็นพลังใจล้วน ๆ และแรงในการขับเคลื่อนพลังงานชีวิตนี้แล้ว แฟนของฟ้าเอง ก็เป็นแรงใจ ดุจหยดน้ำแห่งพิรุณเทพหลังชโลมใจตัวฟ้าได้ทุก ๆ ครั้งที่ท้อใจ
“วันนี้ร่วงเข้า 16 วันแล้ว ที่แสนทรมานยิ่งของฟ้า และฟ้าก็ตระหนักว่า แฟนฟ้าก็น่าจะเช่นเดียวกัน ฟ้าเคยคิดเสมอว่าการเป็นนักกิจกรรมผลักดันทางการเมืองหรือเพื่อสังคมนั้นไม่ง่าย แต่การเป็นแฟนนักกิจกรรมทางการเมืองนั้น ไม่ง่ายยิ่งกว่า นักกิจกรรมได้กำลังใจจากคนที่หลากหลายล้วนเดินเข้ามาโอบกอด ส่งพลังใจ
“หากในเงาสะท้อนด้านตรงกันข้าม แฟนและครอบครัวนักกิจกรรม ไม่ได้อะไรเลย พวกเขาเป็นคนที่เจ็บปวดจากการที่คนที่เขารัก คนใกล้ตัว คนที่นอนข้าง ๆ กัน ต้องจากไปอยู่อีกที่ มีเพียงข้อความจาง ๆ ฝากกันไปมาน้อยนิด ให้พอประพรมจิตใจได้บ้าง ให้พ้นวัน ๆ ไป
“ในช่วงนี้ ฟ้ามุ่งหวังที่จะแต่งกลอน ในทุก ๆ วัน ส่วนหนึ่งส่งไปให้แฟนได้ฟังข้อความในใจที่อยากจะถ่ายทอด อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่ฟ้าตั้งใจร้อยเรียงเรื่องราว มาให้ทุก ๆ ท่านได้อ่าน ว่าฟ้าจะสร้างสะพานแห่งความรัก คว้าดวงดาวแห่งความหวัง และเป็นจุดเล็ก ๆ แห่งแสงได้อย่างไร ขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณทุกความรักที่เคียงข้างกัน ขอบคุณด้วยหัวใจ อย่างสุดซึ้งค่ะ
“หากจะฝากสิ่งใด ๆ ได้ ขอฝากทุก ๆ คน ร่วมส่งกำลังใจ ใช้ความรักเป็นสะพานส่งต่อสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เฉพาะผู้ต้องขังหรือนักกิจกรรมทางการเมืองเพียงเท่านั้น หากแต่เชื่อมใจเป็นดังสายใยที่กล้าแข็ง ส่งไปยังแฟนฟ้าและครอบครัว ตลอดจนแฟนและครอบครัวของนักกิจกรรมทุกท่านด้วยเช่นกัน ให้พวกเขาทุก ๆ คน รวมถึงแฟนและครอบครัวของฟ้า ได้รับพลังใจที่ดี และก้าวเดินต่อไปในหนทางที่แม้จะมืดมน แต่ก็มีความรักเป็นดังแสงทองสองนำทางไปเรื่อย ๆ จนทุกคนได้เจอหน้ากันอย่างสมบูรณ์พร้อม… ด้วยจิตคารวะ”
.
อ่านเรื่องราวของพรหมศร
ภาระ หน้าที่ และความหวังของ “ฟ้า” พรหมศร จำเลยคดีมาตรา 112 ในวันที่เสี่ยงเดินกลับเข้าเรือนจำ
.
