Class of 2020 EP.3 ชีวิตหลังม็อบของ 3 เยาวชนรุ่น 2563
สัมภาษณ์/เรียบเรียง/ภาพถ่าย: วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์
.
เยาวชนวัย 17 เลือกจะเป็น ‘แนวหน้า’ คอยปกป้องประชาชนในการชุมนุมเมื่อปี 2563 ห้าปีผ่านไปเขากลับเข้ามาเป็น ‘แนวหน้า’ ปกปักษ์รักษาสถานการณ์ในชีวิตและครอบครัว แม้จะรู้สึกเจ็บปวดจากการที่ตนและเพื่อนร่วมม็อบถูกดำเนินคดี แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นยังเปี่ยมความหมายและเขาไม่เคยหลบตาผู้ฟังยามบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา
หมายเหตุ: บทสัมภาษณ์ชุด Class of 2020 ผู้เขียนเรียบเรียงขึ้นจากการสัมภาษณ์เยาวชน 3 คน ผู้เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองในปี 2020 โดยถ่ายทอดออกมาในรูปแบบ เสียงเล่าจากมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (first-person monologue) เพื่อให้ผู้อ่านได้ยินเสียงรำพึงถึงช่วงชีวิตของพวกเขาและสังคมไทยร่วมสมัย
—————————————-
.
ตอนนั้นผมอายุ 16 ย่าง 17 เรียนจบ ม.3 แต่เลือกจะไม่ไปต่อ เพราะผมรู้ว่า ไม่ใช่ทางของผม ความรู้ในห้องเรียนไม่เคยเข้าหัว หรือไม่ก็เพราะผมสนใจสิ่งอื่นที่อยู่นอกหลักสูตรมากกว่า และที่สำคัญ ผมเกลียดระบบในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการแบ่งชนชั้น คนรวย-คนจน แบ่งพรรคแบ่งพวก ผมไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของโลกแบบนั้น
วันนั้นผมเห็นการสลายม็อบที่สีลมในทีวี ภาพรถจีโน่ฉีดน้ำสีม่วงยังติดตา มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากออกไปปกป้องประชาชน การบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์มีแต่ความล้มเหลว ทุกอย่างเหลวแหลก นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดเดียวกับม็อบ การชุมนุมในเวลานั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผู้ชุมนุมมากมายที่เราไม่รู้จักก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานั้นของเราเหมือนกัน
.

.
ผมไม่ชอบการที่ อคฝ. (กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน) ทำกับประชาชน ผมอยากเป็นแนวหน้า อยากปกป้องประชาชนผู้มาร่วมชุมนุม เพื่อนที่สังกัดกลุ่ม WeVo แนะนำว่าจะมีการเปิดรับสมัครคัดกรองคนเข้ามาทำหน้าที่ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการชุมนุม
ผมก็ไปคัดกรองแล้วก็ได้รับการคัดเลือก หลังจากนั้นก็ทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย บางคนเป็นพยาบาล บางคนเป็นช่างไฟ ช่างเสียง แต่ผมเลือกแนวหน้า แต่แผนกนี้เขารับเฉพาะคนอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ผมเผลอหลุดเข้าไปได้ เพราะหน้าแก่ (หัวเราะ)
ภารกิจของแนวหน้ามีหลายอย่าง พวกเราต้องตั้งแนวปะทะเพื่อไม่ให้เกิดการต่อสู้ เคลียร์ลวดหนามหีบเพลง เคลียร์เส้นทาง เปิดและปิดถนน เคลียร์การจราจร เวลาที่มีการสลายการชุมนุมก็จะคอยอยู่แนวหน้า บางครั้งเขาใช้แก๊สน้ำตายิงเข้ามา ทั้งฉีดน้ำแรงดันสูง ผมต้องคอยหอบคนเจ็บไปส่งรถพยาบาล คอยส่งน้ำสะอาดและยาลดกรดให้ผู้ชุมนุมทาผิวเพื่อลดอาการแสบร้อน คอยส่งเสบียงอาหารสนับสนุนผู้ชุมนุม
ผมจะมีโล่ส่วนตัว ส่วนอาวุธที่จะทำให้เลือดตกยางออกไม่ค่อยมีหรอก เราเน้นป้องกันตัวและผู้ชุมนุม จะไม่ให้มีการเลือดตกยางออก
พอรู้แล้วว่า สู้กันไปก็มีแต่เจ็บทั้งสองฝ่าย เราจึงเลือกสันติวิธีตามแนวทางแกนนำ ตอนแรกพวกเราคับแค้นใจเพราะเพื่อนถูกกระทำ แต่สุดท้ายทิศทางที่แกนนำพาไปคือสันติวิธี ผมเห็นด้วย จึงย้ายจากแนวหน้าไปอยู่แนวหลัง อยู่สังกัดพยาบาล กู้ภัยบ้าง คุมลำโพงบ้าง
คดีแรกเกิดขึ้นเพราะผมพลาดเอง ตอนนั้น WeVo จัดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงกุ้งโดยจัดม็อบย่างกุ้ง ผมช่วยดูลาดเลา ออกไปลาดตระเวน วันนั้นตำรวจขอคืนพื้นที่ แต่ผมห่วงรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดไว้ กลัวรถหาย ผมรีบเข้าไปเอารถ ตำรวจก็กระชากตัวผมแล้วยัดเข้ารถผู้ต้องขัง แล้วพาไป ตชด. ภาค 1 วันนั้นผมโดนคดี พ.ร.บ.เครื่องเสียงฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
คดีที่สอง ผมโดนอรินทราชพกอาวุธครบมือบุกเข้าชาร์จที่ห้าแยกลาดพร้าว พวกเราถูกสั่งให้หมอบ บางคนถูกเตะ ผมโดนพานท้ายปืนกระแทกหน้าแล้วยัดเข้าไปในรถผู้ต้องขัง ผมบอกเขาว่าเป็นเยาวชนอายุ 17 แต่เขาไม่เชื่อ ผมก็เลยให้ดูบัตรประชาชน จากนั้นเขาก็แยกเราออกไป จับเราไปนอนหมอบ ค้นตัว และยึดกระเป๋าไป
วันนั้นมีการแหกรถผู้ต้องขังโดยการ์ดกลุ่มอื่น พวกเขามาช่วย WeVo วันนั้นผมโกรธมาก โมโหมาก ต่อยกระจกรถ เลยได้แผลเป็นที่แขน จากนั้นก็ไปรับทราบข้อกล่าวหาภายหลังในคดีอั้งยี่-ซ่องโจร และก็มีคดีที่สามข้อหาร่วมกันชุมนุม ซึ่งคดีนี้จะจบเร็วกว่าทุกคดี
.

.
หลังจากนั้นการชุมนุมก็เจือจางลงจนเงียบสนิท ผมมองว่ากลุ่มก้อนทางความคิดต่าง ๆ เริ่มจะไปคนละทิศคนละทาง ผมไม่ชอบระบบทหาร แต่บางคนก็อาจจะมีข้อเรียกร้องอื่น ม็อบเต็มไปด้วยความคิดเห็นที่หลากหลาย ก็ต่อสู้กันทางความคิด
ตั้งแต่ไม่มีการชุมนุม ผมกลับมาช่วยพ่อแม่ทำธุรกิจครอบครัว ขายอาหารตามสั่ง รับซื้อขยะรีไซเคิล ขับซาเล้ง เป็นไรเดอร์ด้วย ตอนนี้ผมเก็บเงินตั้งเป้าจะซื้อรถซื้อบ้าน ผมเล็งแฟลตเอื้ออาทร หรือไม่ก็บ้านที่คลองสอง ปทุมธานี เอาไว้ นี่คือเป้าหมายในชีวิตตอนนี้
การที่ผมเติบโตในแฟลตแห่งนี้ส่งผลต่อมุมมองทางการเมือง ชีวิตของผู้คนในห้องต่าง ๆ ในชั้นต่าง ๆ ล้วนสะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย บางคนโดนเวนคืนที่ดิน ชีวิตคนเหล่านั้นก็เปลี่ยนผัน
กรุงเทพฯ สำหรับผม มันบัดซบ ในตรอกที่ผมอยู่เป็นย่านสลัมกึ่งเคหะ ผมอยู่โซนเคหะ แต่ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ก็เป็นโซนสลัม ถ้าลึกไปอีกก็เป็นคลองเตย พวกเราถูกโอบล้อมด้วยตึกสูง คอนโดหรู ตึกที่สวยงาม ซึ่งในไม่ช้าภาครัฐก็จะเวนคืนที่ดินแถบนี้ ไปสร้างคอนโดหรู ในอนาคตที่นี่ก็จะโดนเวนคืนเหมือนกัน
ชนชั้นล่างไม่มีสิทธิไม่มีเสียง มีแต่ชนชั้นบนที่กำหนดกฎเกณฑ์ “ฉันต้องการสิ่งนั้น ต้องการสร้างสิ่งนี้” คนจนถูกเบียดขับออกไปจากเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็น่าจะเป็นผม เพราะผมต้องไปเลือกซื้อบ้านอยู่ชานเมือง
ประเทศของเรากำลังเผชิญอะไรอยู่ มันรู้สึกเคว้งเหมือนกันนะที่แกนนำถูกจับหมด ไม่มีใครคอยชี้แจงปัญหา ไม่มีใครแย้งหรือนำเสนอ เราก็สนับสนุนพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่หลัง ๆ พรรคทำอะไรก็สะเปะสะปะทางความคิด ก็เลยเคว้ง คนที่เราเชื่อใจกลับทำอะไรไม่สำเร็จสักที
.

.
สิ่งที่ประสบความสำเร็จเหรอ (นิ่งคิด) เป็นคำถามที่ตอบยากมาก แต่สิ่งที่เป็นความล้มเหลวก็คือแต่ละคนโดนคดีกันเยอะมาก เราใช้เสรีภาพในการแสดงออก แต่กลับถูกดำเนินคดี
เหมือนเราโดนคดีแล้วไม่มีใครสนใจ ไป ๆ มา ๆ ข่าวก็เงียบ ไม่มีใครเรียกร้องอะไรเท่าไร คนที่เรียกร้องก็ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนเราเห็นแต่กลุ่มลุง ๆ ป้า ๆ มายืนหยุดขัง ผมติดตามสถานการณ์การชุมนุมของฝ่ายเราตลอด มันเงียบเหงา ไม่มีใครขับเคลื่อนต่อ ถ้ามีการขับเคลื่อนแล้วเป็นแนวทางที่ถูกใจ ผมก็พร้อมสนับสนุนเหมือนเดิม
ทุกวันนี้ก็มีเด็ก ๆ มาถาม “สรุปน้าปาล์มไปทำอะไรมา” ผมก็บอกว่าผมออกไปต่อสู้กับรัฐบาลที่ไม่เป็นธรรม ออกไปช่วยเหลือคนที่ได้รับบาดเจ็บ ช่วยให้การชุมนุมราบรื่นขึ้น ขับไล่คนที่เราไม่ต้องการออกไป ทั้งหมดที่ทำเป็นการต่อสู้ด้วยใจ ด้วยอิสรภาพทางความคิด
นี่คือคำตอบที่ผมบอกกับเด็ก ๆ รุ่นหลัง.
.
| ภราดร พันธุ์ม่วง เข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับกลุ่ม We Volunteer ในช่วงการชุมนุมปี 2563-64 เขาถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมในช่วงยังเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี รวม 3 คดี โดยปัจจุบันคดีสิ้นสุดทั้งหมดแล้ว 1. คดีม็อบย่างกุ้ง ที่อนุสรณ์สถาน14ตุลา วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ศาลเยาวชนฯ ให้รอการกำหนดโทษ 2. คดีจับกุมทีม WeVo ที่เมเจอร์รัชโยธิน วันที่ 6 มี.ค. 2564 ศาลเยาวชนฯ ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ขณะที่ในคดีของผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง 3. คดีชุมนุมหน้าศาลอาญา วันที่ 2 พ.ค. 2564 จำเลยเข้ามาตรการพิเศษแทนการมีคำพิพากษา |
.
ย้อนดู “Then and Now”: สารคดีสั้นว่าด้วยวันนั้นและวันนี้ของเยาวชนผู้ต้องคดีทางการเมือง
อ่าน Class of 2020 EP.1 เบญจมาภรณ์ นิวาส : จากแวนคูเวอร์ ถึงกรุงเทพฯ
อ่าน Class of 2020 EP.2 ธนพัฒน์ กาเพ็ง: บัณฑิตข้างถนน
.
