เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 ทนายความเข้าเยี่ยม “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่เรือนจำกลางเชียงราย โดยเขาถูกลงโทษจำคุกในสามคดีรวมกัน 54 ปี 6 เดือน แต่ทุกคดียังอยู่ในระหว่างฎีกา ยังไม่มีคดีใดสิ้นสุดลง
ในช่วงเดือนนี้ บัสบาสยังคงอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย หลังจากยุติการอดอาหารเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมดเดือนก่อนหน้านี้ เขาค่อย ๆ กลับมารับประทานอาหารได้ปกติแล้ว แต่ยังทานได้ไม่เยอะมาก เนื่องจากยังมีอาการแน่นท้องอยู่บ่อยครั้ง และต้องทานยาลดกรดในกระเพาะอาหารอยู่เสมอ ตั้งแต่ที่บัสบาสกลับมารับประทานอาหาร ก็ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก และวัดรอบเอวจากเรือนจำอีก
นอกจากอาการแน่นท้อง เขายังมีอาการนอนไม่หลับอยู่ด้วย โดยไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับการลดยารักษาโรคซึมเศร้าลงในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ เขายังต้องรอพบแพทย์ในเรื่องนี้ต่อไป
บัสบาสเห็นว่าการอดอาหารต่อสู้ของเขาที่ผ่านมาสองครั้งในเรือนจำ แม้จะต้องยุติลง แต่ก็คิดว่าเป็นการได้ลองผิดลองถูกในการต่อสู้แบบอหิงสา ได้แสดงออกทางการเมืองอยู่ภายในเรือนจำ ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทางการเมือง
.
จดหมายจากภายนอก แม้เพียงได้อ่านทำให้รู้ว่ายังไม่ลืมกัน
ในช่วงนี้ บัสบาสเล่าว่าเขายังได้เข้าร่วมโครงการอบรมพุทธศาสนาของเรือนจำ ที่จัดขึ้นปีนี้เป็นปีแรก โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา มีระยะเวลาอบรมประมาณ 20 วัน มีกิจกรรมในแต่ละวันเช่น การนั่งสมาธิ, เดินจงกรม และเรียนรู้เรื่องจิต โดยมีวิทยากรเป็นพระสงฆ์และบุคคลภายนอก และมีผู้ต้องขังเข้าร่วมประมาณ 200 คน
ในเรื่องจดหมายที่ส่งมาถึงเขา บัสบาสบอกว่าเข้าใจว่ามีคนส่งมาแล้วมาไม่ถึงเขา เนื่องจากคนส่งไม่ได้มีรายชื่อเป็นญาติที่สามารถเยี่ยมได้ เขาได้ย้ำว่าถ้าส่งเข้ามา ควรใช้วิธีการส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียน โดยถ้าได้จดหมาย ทางเจ้าหน้าที่จะเรียกเขาไปพบ และให้จดหมายอ่าน แต่จะไม่ส่งมอบจดหมายให้ รวมทั้งหากมีการเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง เข้าใจว่าจดหมายจะไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งเข้ามาด้วย
บัสบาสบอกว่าข้อดีของการได้อ่านจดหมายจากคนภายนอก แม้หลายคนที่เขียนมาจะไม่รู้จักกัน คือได้แสดงความห่วงใยต่อกัน และได้รับรู้ว่าคนภายนอกยังไม่ลืมกัน
บัสบาส ยังเล่าถึงนโยบายของราชทัณฑ์ ที่ทำโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ หรืออ่านเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ซึ่งเขาได้ยินเสียงตามสายของเจ้าหน้าที่บอกกล่าวถึงนโยบายนี้ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าในเรือนจำกลางเชียงรายมีการเริ่มทดลองปฏิบัติเมื่อไร แม้เขามีความสนใจโครงการนี้ และช่วงนี้ในแดน 1 ที่เขาอยู่ ก็ยังไม่มีหนังสือใหม่เข้ามาแต่อย่างใด ทำให้ยังไม่ค่อยรู้ว่าจะอ่านอะไร
.
“ผมได้สักเลข 112 ตรงท้อง รอวันที่จะได้ออกไปสักขีดฆ่าเลขนี้ออก”
บัสบาสทราบข่าวเรื่องการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ แล้ว แต่เขาไม่ได้รับประโยชน์ใด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างต่อสู้คดีทั้งหมด ยังไม่มีคดีใดที่สิ้นสุดลง แต่เขาก็ยินดีกับข่าวที่ผู้ต้องขังทางการเมืองบางส่วนจะได้พ้นโทษไป
“ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอให้ต่อสู้ต่อไป แม้ผมยังถูกจองจำ ก็ดีใจด้วยและหวังว่าแต่ละคนคงทำตามความฝันกันต่อไป แม้การได้รับอิสรภาพ อาจจะทำให้ใครหลายคนไม่อยากกลับมาต่อสู้อีก แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจของทุกคน และขอให้ใช้ชีวิตข้างนอกอย่างมีความสุข
“หากผมได้มีชีวิตออกไปสู่อิสรภาพ ได้ใช้ชีวิตนอกรั้วเรือนจำฯ ผมก็คิดว่าต้องดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ หางานทำเป็นหลักแหล่ง ดูแลครอบครัวและคนใกล้ชิด หากวันใดวันหนึ่งผมมีแรงยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ผมก็คิดว่ายังคงกลับมาเคลื่อนไหวอยู่ดี จนกว่า ม.112 จะยกเลิกไป
“ก่อนหน้านี้ผมได้ตั้งปณิธาน ก่อนที่จะถูกจองจำในเรือนจำ ผมได้สักเลข 112 ตรงที่บริเวณท้องของผม รอวันที่จะได้ออกไปสักขีดฆ่าเลขนี้ออก” บัสบาสเล่าถึงเรื่องรอยสักของเขาขึ้นมา
นอกจากนั้น บัสบาสยังพยายามติดตามข่าวสารการเมืองของโลกภายนอก โดยเฉพาะกรณีของทักษิณ และ แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งกำลังมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษา และคำวินิจฉัยในคดีต่าง ๆ ต่อเนื่องกันในเดือนนี้และเดือนหน้า
บัสบอกยังเล่าว่า เขาทราบข่าวจากญาติที่มาเยี่ยมว่ามีการตัดสินคดี ม.112 ของ “แซน สุปรียา” ที่เชียงรายอีกคดีหนึ่ง และศาลอุทธรณ์ภาค 5 กลับคำพิพากษาจากที่ยกฟ้องในศาลชั้นต้น เป็นเห็นว่าผิดและลงโทษจำคุกถึง 5 ปี เขาบอกว่าไม่คิดว่าคดีแบบนี้จะลงโทษขนาดนี้ แต่เขาก็เป็นกำลังใจให้แซนต่อสู้ต่อไปในชั้นฎีกา รวมถึงผู้ถูกดำเนินคดีทุก ๆ คน
.
| 📩 สามารถเขียนจดหมายถึงบัสบาส ส่งแบบลงทะเบียน จ่าหน้าซอง: “ฝากถึง มงคล ถิระโคตร แดน 1 เรือนจำกลางเชียงราย เลขที่ 222 หมู่ 3 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000” หรือเขียนจดหมายออนไลน์ผ่านโครงการ Free Ratsadon โดยแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล |
.
