“อานนท์ นำภา” คนไทยคนแรก ได้รับรางวัล Front Line Defenders Award ประจำปี 2025 ที่กรุงดับลิน 

วันที่ 22 พ.ค. 2568 ที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ “อานนท์ นำภา”  ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับรางวัล Front Line Defenders Award for Human Rights Defenders at Risk ประจำปี 2025 จากองค์กร Front Line Defenders ในฐานะทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่มีบทบาทส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แม้ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอันตรายในชีวิตส่วนตัว 

อานนท์ นำภา นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Front Line Defenders สำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ตกอยู่ในความเสี่ยงนี้ ก่อนหน้านี้มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในทวีปเอเชียหลายคนเคยได้รับรางวัลนี้ ทั้งจากจีน กัมพูชา ศรีลังกา อัฟกานิสถาน ฟิลิปปินส์ เป็นต้น แต่ไม่เคยมีคนไทยได้รางวัลนี้มาก่อน

และในปีนี้ รางวัล Front Line Defenders ได้ถูกมอบให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจาก 5 ทวีป ได้แก่  Luc Expedite Zinsou Agblakou จากประเทศเบนิน, Sharifakhon Madrakhimova จากประเทศอุซเบกิสถาน, องค์กร “Mondha” (The Movement for Human Rights, Peace, and Global Justice) จากประเทศโดมินิกันและเฮติ, Mhamed Hali จากเวสเทิร์นซาฮาร่า และอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จากประเทศไทย 

ในพิธีรับรางวัล ปฐมพร แก้วหนู เป็นตัวแทนครอบครัวของอานนท์ ขึ้นรับรางวัล เนื่องจากอานนท์ไม่สามารถเดินทางมารับรางวัลด้วยตัวเองได้ จากการถูกคุมขังในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยปัจจุบันเขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเป็นระยะเวลากว่า 605 วันแล้ว 

ปฐมพร ได้กล่าวถึงสถานการณ์การดำเนินคดีทางการเมืองในประเทศไทย และอ่านจดหมายจากทนายอานนท์ นำภา ที่กล่าวขอบคุณสำหรับรางวัลนี้ 

——————————————————-

เป็นเกียรติและซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ มากไปกว่านั้น ผมรู้สึกได้รับพลังอย่างมหาศาลสำหรับการต่อสู้บนเส้นทางข้างหน้า เส้นทางที่มืดมิดกึกก้องไปด้วยเสียงคำรามของปีศาจในนามของสังคมเก่า

ผมและเพื่อนๆของผมเกิดและเติบโตในสังคมเก่า ประหนึ่งนกที่เกิดและเติบโตในกรง บรรพบุรุษของเราถูกกดขี่และถูกหลอกลวงด้วยความคิดที่ล้าหลังและไร้เหตุผล อำนาจของสังคมเก่าสร้างโฆษณาชวนเชื่อกล่อมเกลา และหลายครั้งก็บังคับให้เราเชื่อว่ามนุษย์มิได้เกิดมาเท่าเทียมกันหากแต่มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งเกิดมาเพื่อเป็นผู้ปกครอง และอีกกลุ่มเป็นผู้ถูกปกครอง

บรรพบุรุษของเราพยายามลุกขึ้นท้าทายและเปลี่ยนแปลงความคิดความเชื่อนั้น พยายามถากถางทาง สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มบ้างลุกบ้าง แต่ความพยายามนั้นไม่เคยหยุด ไม่เคยขาดสาย การต่อสู้กับสังคมเก่าได้ถูกส่งไม้ต่อมาจนถึง “รุ่นเรา”

วันนี้ ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสังคมเก่าได้เกิดขึ้นทุกมุมโลก ในยุคที่การกดขี่ย่ามใจ พยายามขยายพื้นที่กินขอบเขตของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กินพื้นที่ในการแสดงออกและการต่อต้านในวิธีอื่นๆ ด้วยความหวังจะหวนคืนสู่สังคมเก่าและกำจัดสังคมใหม่มิให้ก่อเกิด

ในประเทศผมก็เช่นกัน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างเด็ดขาด การปราบปรามถูกนำมาใช้ การเข่นฆ่าเอาชีวิต การยัดเยียดข้อหาจับขัง การตัดสิทธิทางการเมืองและการกดให้หมอบกราบต่อสังคมเก่า กลายเป็นภาพที่เห็นเป็นปกติ ทว่าพวกเรา มิได้สยบยอม

เมื่อปี 2563 พวกเราลุกขึ้นสู้ในนาม “ราษฎร 2563″ เพื่อสานต่อการต่อสู้ของบรรพบุรุษ การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นโดยกว้างขวางและแหลมคม ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพและความเสมอภาคจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการต่อสู้ และด้วยการลุกขึ้นสู้ในครั้งนั้น ผลคือผู้คนในสังคมของผมได้ตื่นจากภาพลวงตาที่สังคมเก่าสร้างขึ้นและใช้กดขี่พวกเรา ระหว่างการต่อสู้ บาดแผลทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น การล้มลงในทุกครั้งทำให้เราทนทานต่อความเจ็บปวดและยืนได้อย่างมั่นคง

รางวัลนี้ไม่ใช่เหรียญตราที่ประดับบนปีกของนก หากแต่เป็นสายลมใต้ปีก เป็นพลังที่หนุนเสริมให้พวกเราโบยบินไปคว้าชัยในที่สุด เข้ามา! เข้ามา! อุปสรรคทั้งหลาย เสียงขู่คำรามทั้งหลาย จงดาหน้าเข้ามา พวกเราจะสู้เพื่อให้มันจบในรุ่นเรา!

ด้วยความขอบคุณ เชื่อมั่น และศรัทธา
อานนท์ นำภา
เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
8 พฤษภาคม 2565

—————————————————–

It is a profound honor and deeply moving to receive this prestigious  award. More than that, I feel immensely  empowered for the road ahead—a path shrouded in darkness, echoing  with the roars of demons that bear the name of the  old order.

My friends and I were born and raised in the old order, like birds born and raised in a cage. Our ancestors were oppressed and deceived by outdated and irrational beliefs. The power of the old order created propaganda to indoctrinate us—and often coerced us—into believing that human beings are not born equal, but that one group of people is destined to rule while others are born to be ruled.

Our ancestors tried to rise up and challenge those beliefs. They worked to carve out a new path and push for change, time and again—sometimes falling, sometimes rising—but their efforts never ceased, never faded. The struggle against the old order has been passed down, generation by generation, until it has reached our time.

Today, efforts to challenge the old order are taking place across the world. In an era where oppression grows ever more brazen, expanding its reach to erode human dignity and suppress freedom of expression and resistance in all its forms, there is a concerted effort to drag us back to the old world—and to prevent a new one from ever taking shape.

In my country, too, freedom of expression is strictly forbidden. Repression is routine—ranging from killings and enforced disappearances to arbitrary charges, imprisonment, political disenfranchisement, and the systematic silencing of those who do not conform to the old order. And yet, we do not submit.

In 2020, we rose up under the name Ratsadon 2020 to carry forward the struggle of our ancestors. Political demonstrations and online expression spread widely and boldly, driven by the belief that freedom and equality can only be achieved through resistance. That uprising awakened people in my society. It shattered the  illusions constructed by the old order—illusions used to blind and oppress us. Through this struggle, we have grown stronger. Every wound has hardened  our resolve. Every fall has made us steadier on our feet.

This award is not a medal to pin on the wings of a bird—it is the wind beneath them, the force that lifts us as we soar toward victory. Come then! Come, all obstacles—all the threats and roaring voices—come at us! We will fight, and we will end this struggle in our generation!

With gratitude, conviction, and faith.

Arnon Nampa

Bangkok Remand Prison

8 May 2025

.

เกี่ยวกับรางวัล Front Line Defenders Award for Human Rights Defenders at Risk

สำหรับรางวัล Front Line Defenders Award for Human Rights Defenders at Risk ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) เพื่อแสดงความนับถือต่อผลงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (HRDs) ที่มีบทบาทในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงในชีวิตส่วนตัว โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) ได้ปรับรูปแบบการให้รางวัล จากปีละ 1 รางวัล เป็นให้รางวัลสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในแต่ละทวีป ทำให้มีผู้ได้รับรางวัลแต่ละปีจำนวนราว 5 รางวัล

รางวัลนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสนใจในระดับชาติและนานาชาติต่องานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเผชิญกับความเสี่ยงภัยจากการคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการทำงานหรือเคลื่อนไหวของตน และยังเปิดโอกาสให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้สื่อสารประเด็นสิทธิมนุษยชนที่กำลังดำเนินการอยู่

ผู้ได้รับรางวัลจะถูกคัดเลือกจากกระบวนการเสนอชื่อในทางสาธารณะที่เปิดเผยและโปร่งใส ซึ่งจัดขึ้นตลอดทุกปลายปี และมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในพิธีมอบรางวัลที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งมักจัดในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป

ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับเงินรางวัลจำนวนหนึ่ง และได้รับการสนับสนุนจากทีมงาน Front Line Defenders ด้านความปลอดภัยทางกายภาพและออนไลน์ ตลอดจนการสนับสนุนด้านการสื่อสารเชิงนโยบาย การเผยแพร่ และด้านสุขภาวะอีกด้วย

ตัวอย่างนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในทวีปเอเชีย ที่ได้รับรางวัลในปีก่อนหน้านี้ ได้แก่ 

ปี 2024 Sammi Deen Baloch จากองค์กร The Voice for Baloch Missing Persons ประเทศปากีสถาน ทำงานสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้ถูกบังคับสูญหายในแคว้นบาโลชิสถาน 

ปี 2023 Jeany ‘Rose’ Hayahay นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงชนพื้นเมืองมินดาเนา ในประเทศฟิลิปปินส์ ทำงานส่งเสริมสิทธิด้านการศึกษาของเด็กชนพื้นเมือง

ปี 2022 Liah Ghazanfar Jawad ทำงานปกป้องสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงสิทธิของผู้หญิงในประเทศอัฟกานิสถาน

ปี 2021 Mother Nature Cambodia ขบวนการเคลื่อนไหวด้านสิทธิสิ่งแวดล้อมในประเทศกัมพูชา ทำงานปกป้องสิ่งแวดล้อม สนับสนุนสิทธิของชาวประมงพื้นเมืองและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์

ปี 2020 Juwairiya Mohideen นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของศรีลังกา ทำงานส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรีและเด็กผู้หญิงมุสลิม

.

X